กลยุทธ์การเสริมสร้างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4

ผู้แต่ง

  • กฤตบุญ พลลาภ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • วิเชียร รู้ยืนยง มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

คำสำคัญ:

กลยุทธ์, การเสริมสร้าง, ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงเป็นปัจจัยชี้วัดความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษา อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการในปัจจุบันยังมีความต้องการจำเป็นในการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารให้ก้าวทันบริบทที่เปลี่ยนแปลง การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็น และ 2)เสนอกลยุทธ์การเสริมสร้างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4

ระเบียบวิธีการวิจัย: ดำเนินการวิจัยโดยใช้รูปแบบการวิจัยแบบผสมผสาน ระยะที่1 กลุ่มตัวอย่างจำนวน 320 คน จากสูตรทาโรยามาเน่ ที่ระดับความคลาดเคลื่อนในการสุ่ม .05 ด้วยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ โดยใช้ขนาดสถานศึกษาเป็นเกณฑ์ แล้วสุ่มแบบง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือแบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความตรงเชิงเนื้อหาอยู่ระหว่าง 0.60-1.00 มีค่าความเที่ยง ทั้งฉบับเท่ากับ 0.933 วิเคราะห์ค่าสถิติเชิงพรรณนา และวิเคราะห์สถิติอ้างอิงสําหรับการวิเคราะห์สถิติพื้นฐาน และวิเคราะห์หาค่าความต้องการจําเป็น ระยะที่2 วิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้บริหารตามเกณฑ์ที่กําหนดไว้ ได้มาโดยการสุ่มแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้คือแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลโดยการการวิเคราะห์เนื้อหาและประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์ของกลยุทธ์

ผลการวิจัย: พบว่า 1) สภาพปัจจุบันโดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก สภาพที่พึงประสงค์โดยภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด ความต้องการจำเป็น ด้านที่มีค่าสูงที่สุด คือ การมีวิสัยทัศน์ รองลงมาคือ การสร้างแรงบันดาลใจ, การกระตุ้นการใช้ปัญญา, การมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ และการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล ตามลำดับ 2) กลยุทธ์การเสริมสร้างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4 ประกอบด้วย 5 กลยุทธ์ 22 มาตรการ

สรุปผล: กลยุทธ์การเสริมสร้างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา ประกอบด้วย ประกอบด้วย 5 กลยุทธ์ ได้แก่ 1)การพลิกโฉมวิสัยทัศน์และเสริมสร้างพลังภาคีเครือข่าย 5 มาตรการ 2)พัฒนากระบวนการเสริมสร้างการกระตุ้นทางปัญญาสู่การเรียนรู้ร่วมกัน 4 มาตรการ 3)การสร้างความเข้มแข็งด้านแรงจูงใจเพื่อยกระดับคุณภาพสู่ความเป็นเลิศ 4 มาตรการ 4)สร้างศรัทธาและต้นแบบอุดมการณ์เพื่อการบริหารที่เป็นเลิศ 5 มาตรการ 5)การบริหารจัดการมุ่งเน้นศักยภาพรายบุคคลสู่ความเป็นเลิศ 4 มาตรการ ซึ่งกลยุทธ์ทั้ง 5 กลยุทธ์เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริหารสถานศึกษาสามารถนำนโยบายไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม สร้างความตระหนักรู้และแรงบันดาลใจให้แก่ครูผู้สอน เกิดการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ และนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์สูงสุดคือการยกระดับคุณภาพผู้เรียนและการบริหารสถานศึกษาที่เป็นเลิศ ผลลัพธ์จากการนำกลยุทธ์ไปใช้จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการพัฒนาระบบนิเวศทางการศึกษา ของสถานศึกษา โดยสร้างคุณค่าในการเปลี่ยนผ่านวัฒนธรรมการทำงานแบบดั้งเดิมสู่ “องค์กรแห่งการเรียนรู้และการมีส่วนร่วม”

เอกสารอ้างอิง

จารุวรรณ นูสา. (2564). องค์ประกอบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2. วารสารมหาวิทยาลัยขอนแก่น, 22(2), 902 – 911.

ชัยเสฏฐ์ พรหมศรี. (2554). ภาวะผู้นำองค์กรยุคใหม่ (พิมพ์ครั้งที่ 2). เอ็กซเปอร์เน็ท.

ซูไอดา สะมะแอ. (2561). ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสตรีโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามสังกัดสำนักงานการศึกษาเอกชน จังหวัดปัตตานี [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

นนทกร อรุณโน. (2559). การศึกษาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 17 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.

นุช สัทธาฉัตรมงคล, และอรรถพล ธรรมไพบูลย์. (2559). ผู้นำการเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน์สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน. วารสารธุรกิจปริทัศน์, 8(1), 167-182.

พงษ์พิพัฒน์ พิมปัดชา. (2559). การพัฒนารูปแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

พัชรี พลอยเทศ. (2560). การพัฒนารูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์.

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย. (2560, 6 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 134 ตอนที่ 40 ก. หน้า 1-90.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4. (2567). แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2566-2570. ขอนแก่น: สพป.ขอนแก่น เขต 4.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อรอุมา ศรีประทุมวงศ์. (2563). การศึกษาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

อังคณา ทีภูเวียง. (2551). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหาร กับทีมงานที่มีประสิทธิผลของโรงเรียนอนุบาลเอกชน ในจังหวัดขอนแก่น. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชภัฎเลย.

Avolio, B. J. (1999). Full leadership development: Building the vital forces in organizations. Sage.

Avolio, B. J., Bass, B. M., & Jung, D. I. (1999). Re-examining the components of transformational and transactional leadership using the Multifactor Leadership Questionnaire. Journal of Occupational and Organizational Psychology, 72(4), 441-462.

Bass, B. M., & Riggio, R. E. (2006). Transformational leadership (2nd ed.). Lawrence Erlbaum Associates.

Covey, S. R. (1989). The 7 habits of highly effective people: Powerful lessons in personal change. Simon & Schuster.

Hoy, W. K., & C. G. Miskel. (2013). Educational Adminnistration (6th ed.). Singapore: McGraw-Hill.

Oke, A., Munshi, N., & Walumbwa, F. O. (2009). The influence of leadership on innovation processes and activities.

Organizational Dynamics, 38(1), 64-72.

Yamane Taro. (1973). Statistics: An Introductory Analysis. Tokyo: Harper International Edition.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-20

รูปแบบการอ้างอิง

พลลาภ ก., & รู้ยืนยง ว. (2026). กลยุทธ์การเสริมสร้างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4. Journal for Developing the Social and Community, 13(1), 711–734. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/rdirmu/article/view/299807

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย