Information For Authors

หลักเกณฑ์และคำแนะนำสำหรับผู้นิพนธ์

บทความวิชาการและบทความวิจัย วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา

 

          วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มีนโยบายในการส่งเสริมและเผยแพร่ผลงานวิชาการและงานวิจัยของนักศึกษา คณาจารย์ และนักวิชาการที่สนใจ นอกจากนี้ยังเป็นเวทีวิชาการ เพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะและข้อคิดเห็นทางด้านการวิจัย โดยรูปแบบผลงานที่วารสารจะรับพิจารณา คือ บทความวิชาการ บทความปริทัศน์ บทความวิจัย และบทวิจารณ์หนังสือ บทความที่จะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา จะต้องไม่เคยถูกนำไปตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารอื่นใดมาก่อน และไม่ได้อยู่ในระหว่างการพิจารณาลงวารสารใด ๆ พร้อมทั้งได้รับการพิจารณาจากผู้ประเมินอิสระ (Peer Reviewers) ก่อน เพื่อให้วารสารมีคุณภาพในระดับสากล และนำไปอ้างอิงได้ การเตรียมต้นฉบับที่จะมาลงตีพิมพ์ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้

 

ขอบเขตการรับตีพิมพ์บทความ

          วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เป็นวารสารสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ครอบคลุมวิทยาการ ดังนี้ สังคมศาสตร์ สังคมวิทยา มนุษยศาสตร์ มานุษยวิทยา รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาการจัดการ การบริหารธุรกิจ เศรษศาสตร์ การศึกษา รวมถึงศาสตร์ทางด้านสังคมศาสตร์อื่น ๆ ด้วย

 

วาระการตีพิมพ์

          วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มีวาระการตีพิมพ์เผยแพร่ ปีละ 2 ฉบับ ได้แก่

          o ฉบับที่ 1 (เดือนมกราคม - มิถุนายน)

          o ฉบับที่ 2 (เดือนกรกฎาคม-ธันวาคม)

 
รูปแบบการเขียนบทความ

          o รูปแบบการเขียนบทความวิจัย สามารถดาวน์โหลดได้ ที่นี่

          o รูปแบบการเขียนบทความวิชาการ สามารถดาวน์โหลดได้ ที่นี่

 

การเตรียมต้นฉบับ

  1. ภาษา เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ การใช้ภาษาไทยให้ยึดหลักการใช้คำศัพท์และชื่อบัญญัติตามหลักของราชบัณฑิตยสถาน ควรหลีกเลี่ยงการใช้ภาษาอังกฤษในข้อความ ยกเว้นกรณีจำเป็น ให้เขียนคำศัพท์ภาษาไทยตามด้วยวงเล็บภาษาอังกฤษ ให้ใช้ตัวเล็กทั้งหมดยกเว้นชื่อเฉพาะต้องขึ้นต้นด้วยตัวอักษรใหญ่ บทความส่วนที่เป็นภาษาอังกฤษควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษตรวจสอบความถูกต้องก่อนที่จะส่งต้นฉบับ
  2. การพิมพ์ ให้จัดพิมพ์ด้วยโปรแกรมไมโครซอฟท์เวิร์ด (Word) ผู้เสนอผลงานจะต้องพิมพ์และส่งต้นฉบับในรูปแบบของแฟ้มข้อมูลเป็น “.doc” หรือ “.docx” (MS Word) เท่านั้น รูปแบบตัวอักษร TH SarabunPSK โดยจัดหน้ากระดาษขนาด B5 (18.2 ซ.ม. x 25.7 ซ.ม.) ตั้งค่าหน้ากระดาษสำหรับการพิมพ์ห่างจากขอบกระดาษทุกด้านด้านละ 1 นิ้ว (2.5 เซนติเมตร) จัดหนึ่งคอลัมน์สำหรับทุกบทความ
  3. จำนวนหน้า บทความวิชาการ บทความปริทัศน์ บทความวิจัย และบทวิจารณ์หนังสือ ไม่ควรเกิน 15 หน้า

 

การเรียงลำดับเนื้อหา

  1. บทความวิชาการ

              1.1 ชื่อเรื่อง (Title) ควรสั้น กะทัดรัด และสื่อเป้าหมายหลัก ไม่ใช้คำย่อ ชื่อเรื่องต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

               1.2 ผู้ประพันธ์ (Author) ให้มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ระบุหน่วยงานหรือสถาบันสังกัด และ E-mail address ของผู้นิพนธ์ เพื่อกองบรรณาธิการใช้ติดต่อเกี่ยวกับต้นฉบับและบทความที่ตีพิมพ์ หากมีผู้ประพันธ์หลายคนก็ต้องระบุข้อมูลของผู้ประพันธ์ทุกคน

              1.3 บทคัดย่อ (Abstract) ให้มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เป็นเนื้อความย่อที่อ่านแล้วเข้าใจง่ายเป็นใจความสำคัญของทั้งบทความโดยเรียงลำดับความสำคัญของเนื้อหา ดังนี้ บทนำ วัตถุประสงค์ เนื้อหา อย่างต่อเนื่องกัน ไม่ควรเกิน 15 บรรทัด หรือ ความยาวไม่เกิน 250 คำ และ ไม่ควรใช้คำย่อที่ไม่เป็นสากล

              1.4 คำสำคัญ (keywords) ให้ระบุทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ใส่ไว้ท้ายบทคัดย่อของแต่ละภาษา ไม่เกิน 5 คำ

              1.5 บทนำ (Introduction) เป็นส่วนของเนื้อหาที่บอกความเป็นมา ความสำคัญ ประเด็นโต้แย้งทางวิชาการ เหตุผลนำไปสู่การนำเสนอ วัตถุประสงค์ของการนำเสนอบทความวิชาการ เป็นต้น

              1.6 เนื้อหา (Content) เป็นใจความสำคัญของบทความโดยอาจแบ่งเป็นหลายหัวข้อก็ได้

              1.7 บทสรุป (Conclusion) เป็นส่วนสรุปทั้งบทความโดยอาจรวมไปถึงทิ้งประเด็นต่อยอดการศึกษาในครั้งต่อไป

              1.8 เอกสารอ้างอิง (Reference) สำหรับการพิมพ์เอกสารอ้างอิงมีหลักการทั่วไป คือ เอกสารอ้างอิงต้องเป็นที่ถูกตีพิมพ์และได้รับการยอมรับทางวิชาการ

              1.9 ชื่อตาราง ชื่อแผนภูมิ ชื่อแผนภาพ ชื่อรูปภาพ หรือชื่อวัตถุอื่น ให้เขียนชื่อเป็นภาษาอังกฤษ (English) ทั้งนี้เพื่อวารสารจะนำเข้าฐานข้อมูลระดับสากลต่อไป

 

  1. บทความวิจัย

              2.1 ชื่อเรื่อง (Title) ควรสั้น กะทัดรัด และสื่อเป้าหมายหลักของวิจัย ไม่ใช้คำย่อ ชื่อเรื่องต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยให้นำชื่อเรื่องภาษาไทยมาก่อน

              2.2 ผู้ประพันธ์ (Author) ให้มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ระบุหน่วยงานหรือสถาบันสังกัด และ E-mail address ของผู้นิพนธ์ เพื่อกองบรรณาธิการใช้ติดต่อเกี่ยวกับต้นฉบับและบทความที่ตีพิมพ์ หากมีผู้ประพันธ์หลายคนก็ต้องระบุข้อมูลของผู้ประพันธ์ทุกคน

              2.3 บทคัดย่อ (Abstract) ให้มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เป็นเนื้อความย่อที่อ่านแล้วเข้าใจง่ายเป็นใจความสำคัญของทั้งบทความโดยเรียงลำดับความสำคัญของเนื้อหา ดังนี้ วัตถุประสงค์ วิธีการวิจัย ผลงานและการวิจารณ์อย่างต่อเนื่องกัน ไม่ควรเกิน 1 หน้ากระดาษ หรือ ความยาวไม่เกิน 500 คำ และ ไม่ควรใช้คำย่อที่ไม่เป็นสากล

              2.4 คำสำคัญ (keywords) ให้ระบุทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ใส่ไว้ท้ายบทคัดย่อของแต่ละภาษา

              2.5 บทนำ (Introduction) เป็นส่วนของเนื้อหาที่บอกความเป็นมา ความสำคัญ และเหตุผลนำไปสู่การวิจัย ให้ข้อมูลทางวิชาการพร้อมทั้งจุดมุ่งหมายที่เกี่ยวข้องอย่างคร่าว ๆ และมีวัตถุประสงค์ของวิจัยนั้นด้วย

              2.6 ระเบียบวิธีวิจัย (Methodology) ให้ระบุรายละเอียดกระบวนการหรือวิธีดำเนินการวิจัย ได้แก่ แหล่งข้อมูล เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูล วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล เป็นต้น

              2.7 ผลการวิจัย (Results) นำเสนอผลที่พบตามวัตถุประสงค์การวิจัยอย่างชัดเจนได้ใจความ ได้แก่ การใช้คำบรรยาย การตารางหรือแผนภูมิหรือรูปภาพประกอบการคำบรรยาย เป็นต้น และควรนำเสนอโดยเรียงลำดับตามวัตถุประสงค์การวิจัย

              2.8 ตาราง รูปภาพ และแผนภูมิ ควรคัดเลือกเฉพาะที่จำเป็นและต้องมีคำอธิบายสั้น ๆ แต่สื่อความหมายได้สาระครบถ้วน ทั้งตาราง รูปภาพ แผนภูมิ คำอธิบายต้องอยู่ด้านล่าง

              2.9 การอภิปรายผล (Discussion) ชี้แจงว่าผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์การวิจัย สอดคล้องหรือแตกต่างไปจากผลงานที่มีผู้รายงานไว้ก่อนหรือไม่อย่างไร เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นและมีพื้นฐานอ้างอิงที่เชื่อถือได้

              2.10 ข้อเสนอแนะ (Suggestion) การนำเสนอแนวทางการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์หรือทิ้งประเด็นคำถามการวิจัยสำหรับการวิจัยต่อไป

              2.11 เอกสารอ้างอิง (Reference) สำหรับการพิมพ์เอกสารอ้างอิงมีหลักการทั่วไป คือ เอกสารอ้างอิงต้องเป็นที่ถูกตีพิมพ์และได้รับการยอมรับทางวิชาการ

               2.10 ชื่อตาราง ชื่อแผนภูมิ ชื่อแผนภาพ ชื่อรูปภาพ หรือชื่อวัตถุอื่น ให้เขียนชื่อเป็นภาษาอังกฤษ (English) ทั้งนี้เพื่อวารสารจะนำเข้าฐานข้อมูลระดับสากลต่อไป

  1. บทวิจารณ์หนังสือ ต้องมีส่วนประกอบหลัก ได้แก่ ข้อมูลทางบรรณานุกรม ชื่อผู้วิจารณ์ และบทวิจารณ์

เอกสารอ้างอิง

          การอ้างอิงให้ใช้รูปแบบการอ้างอิงแบบ APA style (American Psychological Association citation Style) ยกตัวอย่างการเขียนเอกสารการอ้างอิง

  1. การอ้างอิงหนังสือ/ตำรา

ชื่อผู้ประพันธ์. (ปีที่พิมพ์). ชื่อหนังสือ. ครั้งที่พิมพ์. สถานที่พิมพ์ : สำนักพิมพ์.

          ตัวอย่าง

เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. (2546). การคิดเชิงอนาคต. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ฐานการพิมพ์.

Brauer, R. L. (2005). Safety and Health for Engineers. 2nd ed., Hoboken, NJ : John Wiley & Sons.

          2.การอ้างอิงบทความจากวารสารหรือนิตยสาร

ชื่อผู้เขียนบทความ. (ปีที่ตีพิมพ์). “ชื่อบทความ”. ชื่อวารสาร. ปีที่ (ฉบับที่) : เลขหน้า.

          ตัวอย่าง

สัญญา เคณาภูมิ. (2558). “ปัจจัยการการพึ่งตนเองและปัจจัยการจัดการเทคโนโลยีที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลของวิสาหกิจชุมชน ในเขตพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม”. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์). 9 (3) : 53-66

Strauss, W. M., Malaney, G. W., & Tanner, R. D. (1984). “The Impedance Method for MonitoringTotal Coliforms in Wastewaters”. Folia Microbiologica, 29 (2) : 162-169.

  1. การอ้างอิงบทความจากหนังสือพิมพ์

ชื่อผู้เขียนบทความ. (ปีที่พิมพ์). “ชื่อบทความ”. ชื่อหนังสือพิมพ์. วันที่พิมพ์ เดือนที่พิมพ์ : เลขหน้าซึ่งปรากฏบทความ

          ตัวอย่าง

ผาสุก อินทราวุธ. (2544). “สังคมชนชั้นสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศจีน”. กรุงเทพธุรกิจ, 21 กรกฎาคม : 6-7.

Di Rado, A. (1995). “Trekking through college: Classes explore modern society using the world of Star trek”. Los Angeles Times, 15 March : A3.

  1. การอ้างอิงวิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์/การศึกษาอิสระ

ชื่อผู้ประพันธ์. (ปีที่พิมพ์). ชื่อวิทยานิพนธ์. ชื่อประเภทและสาขาวิทยานิพนธ์ : ชื่อสถาบันการศึกษา.

          ตัวอย่าง

เยาวภา เจริญบุญ. (2537). การศึกษาองค์ประกอบที่สัมพันธ์กับการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูมัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Wilfley, D. E. (1989). Interpersonal Analyses of Bulimia. Doctoral dissertation : University of Missouri.

Almeida, D. M. (1990). Fathers’ Participation in Family Work. Master’s thesis : University of Victoria,

  1. การอ้างอิงเว็บไซต์

ชื่อผู้ประพันธ์. (ปีที่เผยแพร่สารนิเทศบนอินเทอร์เน็ต). ชื่อเรื่อง/ชื่อบทความ. [Online]. URL.... [วันที่ เดือน พ.ศ. ที่ทำการสืบค้น].

          ตัวอย่าง

ศิริชัย กาญจนวาสี. (2548). ทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม. [Online] http://www.niets.or.th/ aboutus_matter.html [25 สิงหาคม 2553].

United States Environmental Protection Agency. (2009). Organic Gases: Volatile Organic Compounds-VOCs. [Online] http://www.epa.gov/iaq/voc.html [June 22, 2009]

  1. การอ้างอิงการสัมภาษณ์

ผู้ให้สัมภาษณ์. (ปีที่สัมภาษณ์). หัวข้อที่สัมภาษณ์ (สัมภาษณ์). ตำแหน่ง, หน่วยงานที่สังกัดหรือที่อยู่. ว/ด/ป ที่สัมภาษณ์.

          ตัวอย่าง

สัญญา เคณาภูมิ. (2560). กระบวนทัศน์ทางรัฐประศาสนศาสตร์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สัมภาษณ์). ประธานหลักสูตร รป.ม. (รัฐประศาสนศาสตร์) มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. 30 เมษายน 2560.

Carter, John. (2018). What is the NPG (Interview). CEO of Siam Co. Ltd., Siam Co. Ltd Bangrak, Bangkok, 23 April 2018.

  1. การอ้างอิงผลงานนำเสนอในเวทีประชุมและสัมมนาทางวิชาการ

ชื่อผู้ประพันธ์. (ปีนำเสนอ). “ชื่อเรื่องผลงาน”. ชื่อการประชุม, ว/ด/ป ที่ประชุมหรือสัมมนา, สถานที่ประชุม.

          ตัวอย่าง

ขนิษฐา สาระวัน. (2560). “ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”, การประชุมวิชาการระดับชาติ “ราชภัฏกรุงเก่า” ประจำปี พ.ศ. 2562 หัวข้อ “ท้องถิ่นก้าวไกล ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” วันที่ 12 – 13 ธันวาคม 2562 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา. พระนครศรีอยุธยา : มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา.

Kenaphoom, Sanya . (2014). “The Creating a Survey Research Conceptual Framework of Public Administration” The Academic conference and presentation of National and International research, the 36th academic conference of Thailand Education Relation’s on “Educational Leadership and Development toward ASEAN Community, 24 January 2014, Udon Ratchathani : Udon Ratchathani Rajabhat University, Thailand.