กลยุทธ์การเสริมสร้างภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4
คำสำคัญ:
กลยุทธ์การเสริมสร้าง, ภาวะผู้นำดิจิทัล, ผู้บริหารสถานศึกษาบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัลในศตวรรษที่ 21 ส่งผลให้สถานศึกษาต้องปรับตัวและบูรณาการเทคโนโลยีเข้าสู่การบริหารจัดการ ภาวะผู้นำดิจิทัล (Digital Leadership) ของผู้บริหารสถานศึกษาจึงเป็นสมรรถนะสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและวัฒนธรรมการเรียนรู้ยุคใหม่ การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็น และ 2)เสนอกลยุทธ์การเสริมสร้างภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4
ระเบียบวิธีการวิจัย: ดำเนินการวิจัยโดยใช้รูปแบบการวิจัยแบบผสมผสาน ระยะที่1 กลุ่มตัวอย่างจำนวน 320 คน จากสูตรทาโรยามาเน่ ที่ระดับความคลาดเคลื่อนในการสุ่ม .05 ด้วยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ โดยใช้ขนาดสถานศึกษาเป็นเกณฑ์ แล้วสุ่มแบบง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือแบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความตรงเชิงเนื้อหาอยู่ระหว่าง 0.60-1.00 มีค่าความเที่ยง ทั้งฉบับเท่ากับ 0.923 วิเคราะห์ค่าสถิติเชิงพรรณนา และวิเคราะห์สถิติอ้างอิงสําหรับการวิเคราะห์สถิติพื้นฐาน และวิเคราะห์หาค่าความต้องการจําเป็น ระยะที่2 วิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้บริหารตามเกณฑ์ที่กําหนดไว้ ได้มาโดยการสุ่มแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้คือแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาและประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์ของกลยุทธ์
ผลการวิจัย: พบว่า 1) สภาพปัจจุบันโดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก สภาพที่พึงประสงค์โดยภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด ความต้องการจำเป็น ด้านที่มีค่าสูงที่สุด คือ การปฏิบัติที่เป็นเลิศอย่างมืออาชีพ รองลงมาคือ การสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้แบบโลกยุคดิจิทัล, การสร้างเครือข่ายดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้, การมีวิสัยทัศน์ดิจิทัล และการรู้ดิจิทัล ตามลำดับ 2) กลยุทธ์การเสริมสร้างภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4 ประกอบด้วย 5 กลยุทธ์ 27 มาตรการ
สรุปผล: กลยุทธ์การเสริมสร้างภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา ประกอบด้วย 5 กลยุทธ์ ดังนี้ 1) ยกระดับสมรรถนะการบริหารจัดการสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล มุ่งเน้นการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหาร มี 6 มาตรการ 2) การสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ตามวิถีพลเมืองดิจิทัล ส่งเสริมการบูรณาการ AI และสื่อดิจิทัลเพื่อลดภาระงาน กระจายโอกาสการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม โดยผู้บริหารประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี มี 5 มาตรการ 3) การสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายความร่วมมือและชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพดิจิทัล ขับเคลื่อนการแบ่งปันแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ สร้างเครือข่ายเสมือนจริง (Virtual Partnerships) และเปิดพื้นที่ออนไลน์เพื่อการมีส่วนร่วม มี 6 มาตรการ 4) การเสริมสร้างวิสัยทัศน์เชิงรุก และการแปลงกลยุทธ์ดิจิทัลสู่การปฏิบัติ กำหนดเป้าหมายทางเทคโนโลยีที่ชัดเจน สนับสนุนแผนพัฒนาตนเอง (ID Plan) ด้านดิจิทัลของบุคลากร และสร้างขวัญกำลังใจผ่านแพลตฟอร์มองค์กร มี 5 มาตรการ 5)การเสริมสร้างความฉลาดทางดิจิทัลและการใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทันเพื่อการบริหารจัดการ สร้างความตระหนักรู้ด้าน PDPA การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล และการขับเคลื่อนสำนักงานไร้กระดาษ (Paperless) เพื่อความคุ้มค่า มี 5 มาตรการ ซึ่งกลยุทธ์ทั้ง 5 ด้านเปรียบเสมือนเครื่องมือเชิงบริหารที่มีความสมบูรณ์ นำไปสู่การปฏิบัติได้จริง ผลลัพธ์จากการนำกลยุทธ์ไปใช้จะส่งผลกระทบเชิงบวกในการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัลที่เข้มแข็ง ยกระดับศักยภาพของผู้บริหารและครู ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถของสถานศึกษาในการรับมือกับความท้าทายในโลกยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
กิตติพันธ์ เทพบาล. (2568). องค์ประกอบภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงยุค BANI World สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต5. วิทยานิพนธ์ : มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.
เกียรติศักดิ์ ลำพองชาติ. (2563). ทักษะการทำงานในโลกยุคดิจิทัล. กลุ่มงานติดตามและประมวลผลงานของวุฒิสภา สำนักวิชาการ: สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา.
จักรกฤษณ์ สิริริน. (2561). ภาวะผู้นำตัวใหม่: ภาวะผู้นำ ICT. สืบค้นเมื่อ 12 สิงหาคม 2568, https://www.facebook.com/EdInnoNews/posts/1642173849204991/
จันทนา แสนสุข. (2559). ภาวะผู้นำ Leadership (ครั้งที่ 3). บริษัท ทริปเพิ้ลกรุ๊ป จำกัด.
จิณณวัตร ปะโคทัง. (2561). ภาวะผู้นำยุคดิจิทัลสำหรับผู้บริหารสถานศึกษามืออาชีพ. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.
จิรายุ เถาว์โท. (2565). การวิเคราะห์องค์ประกอบภาวะผู้นำเชิงเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยปทุมธานี. 14(2) : 107-123.
ชุติรัตน์ กาญจนธนชัย. (2562). ตัวบ่งชี้ภาวะผู้นำดิจิตอลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารบัณฑิตศาส์น มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 18(2), 9.
ณัฐวุฒิ ธีรปรเมศวร์. (2566). กลยุทธ์การพัฒนาภาวะผู้นําดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย, 6(1), 205-217.
ดนุพล แสงสว่าง. (2567). องค์ประกอบภาวะผู้นำยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาศูนย์การศึกษาพิเศษในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.
ดาวรุวรรณ ถวิลการ. (2564). ภาวะผู้นำดิจิทัล. (พิมพ์ครั้งที่2). ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ปณิดา สุภารมย์. (2566). แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นําดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.
พรศักดิ์ อุรัจฉัทชัยรัตร. (2563). กลยุทธ์การบริหารสถานศึกษาในยุคปกติใหม่ (New Normal). วารสารนวัตกรรมการศึกษาและวิจัย สถาบันเทคโนโลยีนวัตกรรมทางการศึกษาและการวิจัยแห่งสุวรรณภูมิ.
ไวยวิทย์ มูลทรัพย์. (2565). เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารและสร้างเครือข่ายสำหรับผู้บริหาร. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตอุบลราชธานี.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4. (2567). แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2566-2570. ขอนแก่น: สพป.ขอนแก่น เขต 4.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). นโยบายและจุดเน้นการจัดการศึกษา. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
สุกัญญา แช่มช้อย. (2561). การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย
สุกัญญา แช่มช้อย. (2563). นวัตกรรมบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาเพื่อสร้างนวัตกร. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. 22(2). 193-213.
สุพัตรา สุวรรณชัยรบ. (2564). โปรแกรมเสริมสร้างทักษะภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 19(84), 31-40
สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ไสว วีระพันธ์. (2566). “ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษากับการบริหารการเปลี่ยนแปลงในองค์กรยุควิถีใหม่,” วารสารการบริหารการศึกษา มมร. วิทยาเขตร้อยเอ็ด, 3(1), 99-109.
อาภาภรณ์ ภูศรี. (2565). กลยุทธ์การพัฒนาภาวะผู้นําเชิงดิจิทัลสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาขนาดเล็กสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2. วารสารพุทธปรัชญาวิวัฒน, 6(2), 200-211.
เอกรัตน์ เชื้อวังคำ. (2564). องค์ประกอบของภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 4. การประชุมวิชาการเสนอ ผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 22. 25 มีนาคม 2564. มหาวิทยาลัยขอนแก่น. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น
American Institute for Research. (2009). Evaluation of the school technology leader initiative: external evaluation report. Washington DC: American Institutes of Research.
Chandrasekar, A. & Mallis, E. (2021). Digital Leadership Readiness: Lessons from Singapore. Greensboro, NC: Center for Creative Leadership.
International Society for Technology in Education (ISTE). (2009). National educational technology standards for administrators. Retrieved 22 September 2024from: https://cdn.iste.org/www-root/Libraries/lmages/Standards/Download/- ISTE%20Stan%20for%20Administrators%2C%202009%20(Permitted%20Educati onal%20Use).pdf
Mjaku, G. (2020). Strategic Management and Strategic Leadership. International Journal of Scientific and Research Publications, 10(8), 914-918.
Stewart, M. (2015). The Language of Praise and Criticism in a Student Evaluation Survey. Studies in Educational Evaluation, 45, 1-9.
Tran, L. (2017). Digital transformational: The 5 Must Have Skills for Digital Leader. Retrieved 28 September 2024 from http://www.inloox.com/company/Blog/
Yamane Taro. (1973). Statistics: An Introductory Analysis. Tokyo: Harper International Edition.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal for Developing the Social and Community

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ


