การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาไทยเพื่อพัฒนาการเขียนเชิงสร้างสรรค์โดยใช้ทฤษฎีการสร้างความรู้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e294193คำสำคัญ:
การพัฒนาการเรียนการสอน, รูปแบบการเรียนการสอน, การพัฒนาการเขียนเชิงสร้างสรรค์, ทฤษฎีการสร้างความรู้บทคัดย่อ
มิหลังและวัตถุประสงค์: การศึกษาครั้งนี้มีจุดประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความต้องการพัฒนาการสอนการเขียนเชิงสร้างสรรค์ 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาไทยเพื่อพัฒนาการเขียนเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้ทฤษฎีการสร้างความรู้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีคุณภาพตามเกณฑ์ E1/E2 3) เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการเรียนการสอนภาษาไทยและประเมินผลโดยรวม เพื่อให้การดำเนินงานและการรายงานผลเป็นไปตามตรรกะของการวิจัย R&D ที่สม่ำเสมอ
ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านคึมชาดตาดบกศรีสมพร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 23 คน ซึ่งได้มาด้วยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ รูปแบบการสอนภาษาไทยเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 12 แผน เครื่องมือวัดความสามารถด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ ซึ่งมีค่าความยาก (P) 0.33 ถึง 0.75 และค่าอำนาจจำแนก (B) ตั้งแต่ 0.30 ถึง 0.77 และมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.89 และแบบวัดความพึงพอใจ เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 19 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบ t-test
ผลการวิจัย: ผลการศึกษาพบว่า 1) ความต้องการพัฒนาการสอนการเขียนเชิงสร้างสรรค์ในระดับสูง โดยเฉพาะด้านการอ่านที่มีค่าเฉลี่ย 4.57 ซึ่งสูงที่สุด ครูและนักเรียนต้องการพัฒนาเรื่องการอ่านและการเขียนจากสื่อต่าง ๆ เช่น การอ่านบทร้อยแก้ว ร้อยกรอง คำคล้องจอง และเรื่องสั้น นอกจากนี้ยังต้องการฝึกการอ่านเชิงอธิบาย การอ่านตามความสนใจ และการอ่านข้อมูลจากแผนผัง แผนที่ แผนภูมิ และกราฟ 2) พัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาไทยเพื่อส่งเสริมการเขียนเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้ทฤษฎีการสร้างความรู้สำหรับนักเรียน ป.6 รูปแบบประกอบด้วย 6 องค์ประกอบหลัก และขั้นตอนการสอน 4 ขั้น ได้แก่ กระตุ้นประสบการณ์ ปฏิบัติการอ่าน นำเสนอแลกเปลี่ยน และสรุปประเมินผล ผลการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยได้ค่าเฉลี่ย 4.52 3) การใช้รูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้ทฤษฎีการสร้างความรู้กับนักเรียน ป.6 มีประสิทธิภาพสูง (E1/E2 = 83.43/81.67) ผลการเรียนด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ หลังเรียนคะแนนเฉลี่ยเพิ่มจาก 12.64 เป็น 24.50 นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยรูปแบบนี้ในระดับมากที่สุด (\bar{x}= 4.60) และ 4) ผลการประเมินการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาไทยเพื่อพัฒนาการเขียนเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้ทฤษฎีการสร้างความรู้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่า โดยภาพรวมครูมีความ คิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด (\bar{x}= 4.60, S.D. = 0.50)
สรุปผล: การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาไทยที่ส่งเสริมการเขียนเชิงสร้างสรรค์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้ทฤษฎีการสร้างความรู้เป็นฐาน ผลการวิจัยพบว่าครูและนักเรียนมีความต้องการในการพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนจากสื่อต่าง ๆ ในระดับสูง รูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 6 องค์ประกอบหลัก และมีขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ 4 ขั้นตอน โดยได้รับการประเมินว่ามีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด ทั้งนี้ผลการใช้รูปแบบแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพสูง นักเรียนมีความพึงพอใจในการเรียน และครูมีความคิดเห็นเชิงบวกต่อรูปแบบในระดับมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
กรรณิการณ์ พวงเกษม. (2534). การสอนเขียนโดยใช้จินตนาการทางสร้างสรรค์ในระดับประถมศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 4). ไทยวัฒนาพานิช.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2561). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กฤติกา พูลสุวรรณ. (2559). การจัดการความรู้ของผู้บริหารสถานศึกษากับการบริหารงานวิชาการของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 9 [วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร].
กัญณภัทร แสนพวง. (2562). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาไทยเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดขั้นสูงของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วารสารแพรวามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์, 6(3), 364–382.
กิ่งกาญจน์ บูรณสินวัฒนกูล. (2561). กรอบแนวความคิดการจัดการเรียนรู้เรื่องการเขียนเชิงสร้างสรรค์. วารสารเกษมบัณฑิต, 19(1), 248–261.
เกศินี จุฑาวิจิตร. (2552). การเขียนสร้างสรรค์ทางสื่อสิ่งพิมพ์: Idea ดีๆ ไม่มีวันหมด. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม.
จิตตรา พิกุลทอง. (2559). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณโดยใช้ยุทธศาสตร์เมตาคอกนิชัน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย [วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม].
ชัยยศ ชูชื่น. (2559). พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการเขียนเชิงสร้างสรรค์ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. วารสารมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด, 5(1), 75–93.
ทิศนา แขมมณี. (2554). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุญชม ศรีสะอาด. (2541). การพัฒนาการสอน (พิมพ์ครั้งที่ 2). สุวิริยาสาส์น.
พเยาว์ โพธิ์อ่อน. (2559). การพัฒนารูปแบบการสอนอ่านเพื่อความเข้าใจในการอ่านภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา. วารสารวิจัยและพัฒนาวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 11(3), 1–9.
รายงานการประเมินคุณภาพภายนอก. (2566). โรงเรียนบ้านคึมชาดตาดบกศรีสมพร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 2. โรงเรียนบ้านคึมชาดตาดบกศรีสมพร.
สมจิตร์ สุวรักษ์. (2554). การจัดการความรู้ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรในสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ในเขตภาคกลาง [วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี].
สมเจตน์ พันธ์พรม. (2560). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้กลวิธีการสอนอ่านแบบเมตาคอกนิชันและการเสริมต่อการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการอ่านคิดวิเคราะห์ [วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร].
สมนึก ภัททิยธนี. (2546). การวัดผลการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 4). ประสานการพิมพ์.
สมบัติ ท้ายเรือคำ. (2551). สถิติขั้นสูงสำหรับการวิจัยทางการศึกษา. ประสานการพิมพ์.
สุทธิวรรณ อินทะกนก. (2559). การเขียนเชิงสร้างสรรค์. พิมพลักษณ์.
อาภรณ์ ใจเที่ยง. (2553). หลักการสอน (พิมพ์ครั้งที่ 5). โอ. เอส. พริ้นติ้ง เฮ้าส์.
Eggen, P., & Kauchak, D. (2001). Educational psychology: Windows on classrooms (5th ed.). Prentice Hall.
Joyce, B., Weil, M., & Calhoun, E. (2015). Models of teaching (9th ed.). Pearson.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ






