การศึกษารอยเชื่อมต่อระหว่างชั้นปฐมวัยสู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ในการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e294132คำสำคัญ:
รอยเชื่อมต่อ, การจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์, เด็กปฐมวัย, เด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 1บทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: รอยเชื่อมต่อระหว่างชั้นปฐมวัยและประถมศึกษาเป็นก้าวย่างที่สำคัญซึ่งการให้ความสำคัญและเตรียมความพร้อมของเด็กนั้นมีความจำเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในช่วงที่เด็กกำลังจะไปสู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 การเตรียมความพร้อมในการเริ่มเข้าเรียนที่ดีจะช่วยให้เด็กมีการพัฒนาทางด้านวิชาการที่ดีขึ้นทั้งในช่วงประถมศึกษาและการศึกษาในอนาคตของเด็ก การจัดการประสบการณ์การเรียนรู้คณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัยจึงต้องสร้างพื้นฐานที่มั่นคงเพื่อส่งต่อให้เด็กมีความพร้อมศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 การจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์จึงต้องพัฒนาผู้เรียนในทุก ๆ ด้าน ทั้งในด้านความรู้ ด้านทักษะกระบวนการ และด้านเจตคติ โดยการจัดการเรียนการสอนจะมุ่งเน้นกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดจากการลงมือปฏิบัติกิจกรรมซึ่งจะช่วยกระตุ้นและส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดทักษะกระบวนการต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์ ซึ่ง National Council of Teachers of Mathematics: NCTM. (2000) กล่าวถึง องค์ประกอบในการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ต้องประกอบด้วย หลักสูตรที่มีความสอดคล้องและให้ความสำคัญต่อรอยเชื่อมต่อระหว่างชั้น การเรียนรู้และสื่อต้องส่งเสริมการเรียนรู้โดยสร้างความรู้จากประสบการณ์เดิมและสร้างองค์ความรู้ใหม่ การประเมินต้องสอดคล้องกับการเรียนรู้และเหมาะสม สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทั้งครูและเด็กได้ รวมถึงครูผู้สอนที่จำเป็นต้องเข้าใจในสิ่งที่เด็กจำเป็นต้องรู้และสนับสนุนให้เด็กเรียนรู้ได้ดี
ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มเป้าหมายในการศึกษา คือ ครูระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และครูชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ที่ได้จากการสุ่มแบบแบ่งชั้น โดยกลุ่มกรุงธนใต้จับสลากสุ่มได้เขตบางขุนเทียน เขตราษฎร์บูรณะ เขตทุ่งครุและเขตบางบอน เป็นครูทั้งหมดของสถานศึกษาจำนวน 27 สถานศึกษา ในเขตดังกล่าว รวม 176 คน แบ่งเป็นครูระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 จำนวน 83 คน และครูระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 93 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบสอบถามการศึกษารอยเชื่อมต่อระหว่างชั้นปฐมวัยสู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ในการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย แบ่งออกเป็น 3 ตอน คือ ตอนที่ 1 เป็นแบบเลือกตอบเกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับผู้ตอบแบบสอบถาม ประกอบด้วย เพศ อายุ วุฒิการศึกษา ระดับชั้นที่สอน และประสบการณ์ในการทำงาน ตอนที่ 2 เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ เกี่ยวกับรอยเชื่อมต่อระหว่างชั้นปฐมวัยสู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ในการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย 5 ด้าน ได้แก่ ด้านหลักสูตร 8 ข้อ ด้านการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ 6 ข้อ ด้านสื่อการเรียนรู้ 6 ข้อ ด้านการวัดและประเมินผล 6 ข้อ ด้านบทบาทครู 6 ข้อ รวม 32 ข้อ โดยใช้มาตรวัดแบบ ลิเคิรท์ 5 ระดับ (5-Point Likert Scale) ตอนที่ 3 ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหาแยกข้อมูลเป็นส่วนและการจัดกลุ่มร้อยเรียงข้อมูล
ผลการวิจัย: สภาพรอยเชื่อมต่อระหว่างชั้นปฐมวัยกับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ในการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ด้านหลักสูตร พบว่า ระดับการปฏิบัติของครูระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และครูระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( = 3.28 และ 3.37 ตามลำดับ) ด้านการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ พบว่า ระดับการปฏิบัติของครูระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และครูระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยรวมอยู่ในระดับ ปานกลาง (\bar{x} = 3.49 และ 3.35 ตามลำดับ) ด้านสื่อการเรียนรู้ พบว่า ระดับการปฏิบัติของครูระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และครูระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยรวมอยู่ในระดับมาก (\bar{x} = 3.82 และ 3.55 ตามลำดับ) ด้านการวัดและประเมินผล พบว่า ระดับการปฏิบัติของครูระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และครูระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยรวมอยู่ในระดับมาก (\bar{x} = 3.69 และ 3.57 ตามลำดับ) ด้านบทบาทครู พบว่า ระดับการปฏิบัติของครูระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และครูระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( = 3.47 และ 3.26 ตามลำดับ)
สรุปผล: ผลการศึกษาพบว่า ปัญหารอยเชื่อมต่อระหว่างชั้นปฐมวัยกับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ในการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ด้านหลักสูตร ที่มีระดับการปฏิบัติน้อย ของครูระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 พบว่า (1) ศึกษาและวิเคราะห์หลักสูตรของทั้ง 2 ระดับร่วมกันระหว่างครูปฐมวัยและครูชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 (2) มีการจัดทำหลักสูตรและสาระการเรียนรู้การคณิตศาสตร์ให้มีความสอดคล้องกับเด็กในช่วงรอยเชื่อมต่อระหว่างชั้นปฐมวัยสู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ครูระดับชั้นปรถมศึกษาปีที่ 1 พบว่าระดับการปฏิบัติน้อย คือ ศึกษาและวิเคราะห์หลักสูตรของทั้ง 2 ระดับร่วมกันระหว่างครูปฐมวัยและครูชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ด้านการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ของครูระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และครูระดับชั้นปรถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีระดับการปฏิบัติน้อย คือ มีส่วนร่วมในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ที่คำนึงถึงรอยเชื่อมต่อระหว่างชั้นปฐมวัยสู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ร่วมกันระหว่างครูปฐมวัยและครูชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ด้านสื่อการเรียนรู้ ของครูระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 ที่มีระดับการปฏิบัติน้อย คือ มีส่วนร่วมในการออกแบบสื่อการเรียนรู้ ใบความรู้ ใบกิจกรรมที่คำนึงถึงรอยเชื่อมต่อระหว่างชั้นปฐมวัยสู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เพื่อสร้างความเข้าใจในการทำงานร่วมกันระหว่างครูปฐมวัยและครูชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ครูชั้นประถมศึกษาปีที่ 1ไม่มีการปฏิบัติระดับน้อยและน้อยมาก ด้านการวัดและประเมินผลไม่มีการปฏิบัติระดับน้อยและน้อยมากทั้งในระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ด้านบทบาทครู ของครูระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 ที่มีระดับการปฏิบัติน้อย คือมีส่วนร่วมในการประชุม ปรึกษา สนทนาเกี่ยวกับปัญหาเด็กระหว่างครูกับผู้ปกครองเพื่อหาแนวทางและร่วมเลือกวิธีการแก้ปัญหาร่วมกัน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ไม่มีการปฏิบัติระดับน้อยและน้อยมาก
เอกสารอ้างอิง
กมลทิพย์ นิ้มคธาวุธ. (2560). บทบาทครูในการสร้างรอยเชื่อมต่อทางการศึกษาของเด็กเพื่อเข้าสู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 [วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. สาขาการศึกษาปฐมวัย.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560ก). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560ข). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
กรุงเทพมหานคร. (2566). ข้อมูลบุคลากรโรงเรียนสังกัดสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร
จิตโสภิณ โสหา. (2560). สภาพและปัญหาของครูในการสร้างรอยเชื่อมต่อทางการศึกษาของเด็กอนุบาลเพื่อเข้าสู่ชั้นประถมศึกษา [วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. สาขาการศึกษาปฐมวัย.
นิศารัตน์ อิสระมโนรส. (2567). การศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการใช้สื่อจัดประสบการณ์การเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยในเขตภาคกลางของประเทศไทย. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 44(2), 132–147.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.
ยศวีร์ สายฟ้า. (2557). รอยเชื่อมต่อการเรียนรู้ระหว่างชั้นเรียนอนุบาลและประถมศึกษา: ก้าวย่างที่สำคัญของเด็กประถมศึกษา. วารสารครุศาสตร์, 42(3), 143–159.
เยาวพา เดชะคุปต์. (2542). การจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร: แม็ค.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2563). กรอบมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ปฐมวัย. กรุงเทพฯ: บริษัท แอดวานซ์ พริ้นติ้ง เซอร์วิส จำกัด.
สำนักงานการศึกษา. (2565). ผลงานของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2565. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานการศึกษา.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). รายงานผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สิรินทร์ ลัดดากลม บุญเชิดชู. (2563). สร้างความพร้อม เสริมความสุขในรอยเชื่อมต่อจากระดับอนุบาลสู่ประถมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์, 18(2), 58–73.
Conbach, L. J. (1978). Essentials of psychological testing (3rd ed.). New York, NY: Harper & Row.
Department of Education and Early Childhood Development. (2011). Transition: A positive start to school. Melbourne, Australia: Department of Education and Early Childhood Development. Retrieved December 16, 2023, from http://www.education.vic.gov.au/
High, P. C. (2008). School readiness. Pediatrics. Retrieved December 22, 2023, from https://doi.org/
National Council of Teachers of Mathematics. (2000). Principles and standards for school mathematics. Reston, VA: NCTM.
Yeboah, D. A. (2002). Enhancing transition from early childhood phase to primary education: Evidence from the research literature. Early Years: An International Journal of Research and Development, 22(1), 51–68.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ






