การประเมินความต้องการจำเป็นและแนวทางการพัฒนาทักษะทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

ผู้แต่ง

  • จาริณี วงษ์นาค นิสิตระดับบัณฑิตศึกษา สาขาวิชาปฐมวัยศึกษา ภาควิชาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ https://orcid.org/0009-0003-7872-8587
  • อรพรรณ บุตรกตัญญู สาขาวิชาปฐมวัยศึกษา ภาควิชาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ https://orcid.org/0000-0002-8645-8535
  • ชลาธิป สมาหิโต สาขาวิชาปฐมวัยศึกษา ภาควิชาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ https://orcid.org/0000-0002-5312-0562

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2023.272662

คำสำคัญ:

ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์; , ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์; , ทักษะที่เกี่ยวข้องกับสาระทางคณิตศาสตร์; , การประเมินความต้องการจำเป็นเด็กปฐมวัย

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: เด็กปฐมวัยเป็นวัยเริ่มต้นแห่งการเรียนรู้ คณิตศาสตร์สามารถพัฒนาเสริมสร้างให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจธรรมชาติรอบตัวและสิ่งต่างๆ รอบตัว คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญทั้งในการเรียนรู้และมีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต การส่งเสริมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ให้กับเด็กปฐมวัยจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้คณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพที่เป็นจริงสภาพที่ควรจะเป็นและจัดลำดับความต้องการจำเป็นในแนวทางในการพัฒนาทักษะทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย 2) เสนอแนะแนวทางในการพัฒนาทักษะทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มเป้าหมายคือ ครูระดับปฐมวัย 22 คนและครูระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ 13 คน รวม 35 คน ในสังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักเขตบางคอแหลมเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาทักษะทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยและแนวทางการพัฒนาการเรียนรู้คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยการหาค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัย: การพัฒนาทักษะทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยในด้านทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ มีค่าดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็นสูงที่สุดเป็นลำดับแรก (0.28) รองลงมา คือ ทักษะที่เกี่ยวข้องกับสาระทางคณิตศาสตร์ (0.25) และทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ (0.19) ในส่วนของความต้องการจำเป็นในแนวทางการพัฒนาการเรียนรู้คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย พบว่า ระหว่างการจัดประสบการณ์ มีค่าดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็นสูงที่สุดเป็นลำดับแรก (0.24) รองลงมา คือ หลังการจัดประสบการณ์ (0.23) และเตรียมการก่อนการจัดประสบการณ์ (0.22)

สรุปผล: การวิจัยยืนยันว่าการพัฒนาทักษะทางคณิตศาสตร์ในเด็กปฐมวัยสำคัญที่สุดในด้านความจำที่จำเป็น โดยมีการจัดลำดับความสำคัญสูงสุดเป็นทักษะนี้ (0.28), ทั้งนี้, ประสบการณ์ในระหว่างการเรียนรู้ถูกระบุว่ามีบทบาทสำคัญที่สุดในการส่งเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ของเด็ก

References

ขนิษฐา บุนนาค. (2562). ทักษะพื้นฐาน คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย. Retrieved on November 15, 2022, from https://anyflip.com/ohqky/ojkl/basic

มยุรีย์ เขียวฉะอ้อน. (2541). การประเมินความต้องการจำเป็นด้านทักษะพื้นฐานของครูอนุบาลโดยใช้การวิเคราะห์งาน.วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต (การวัดและประเมินผลการศึกษา) : บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ราชกิจานุเบกษา. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542. กรุงเทพฯ: ราชกิจานเบกษา.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2551). กรอบมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ปฐมวัย. Retrieved on November 15, 2022, from https://earlychildhood.ipst.ac.th/wp-content/uploads/sites/25/2014/09/Math-framework-for-ECE.pdf.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2563). กรอบการเรียนรู้และแนวทางการจัดประสบการณ์การเรียนรู้บูรณาการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ : บริษัท โกโกพริ้นท์(ไทยแลนด์) จำกัด.

สุวิมล ว่องวาณิช (2542). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สุวิมล ว่องวาณิช. (2550). การวิจัยประเมินความต้องการจาเป็น. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: สานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Piaget, J., & Inhelder, B. (1969). The Psychology of the Child. Basic Books, New York.

Vygotsky, L.S. (1995). Fantasi och kreativitet i barndomen [Imagination and Creativity in Childhood]. Goteborg: Daidalos.

Downloads

เผยแพร่แล้ว

2023-12-06

How to Cite

วงษ์นาค จ., บุตรกตัญญู อ., & สมาหิโต ช. . (2023). การประเมินความต้องการจำเป็นและแนวทางการพัฒนาทักษะทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 3(6), 899–914. https://doi.org/10.60027/iarj.2023.272662