นาฏยสังคีตมวยไทยร่วมสมัยภายใต้แนวคิดพลังศิลป์นวอาวุธ

ผู้แต่ง

  • สุธีระพงษ์ พินิจพล มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
  • นิรันดร์ ยศพล ค่ายมวยดาบรันดร์สารคาม
  • สุริยา สมาน มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
  • จิรวัฒน์ ศิลาเกษ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
  • ธนวัฒน์ กองเพชร ค่ายมวยดาบรันดร์สารคาม
  • อนิรุทธ์ แดงหยง มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

คำสำคัญ:

นาฏยสังคีตมวยไทยร่วมสมัย, คีตะมวยไทย, นาฏมวยไทย, นวอาวุธ, ซอฟต์พาวเวอร์

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาและสังเคราะห์องค์ความรู้เกี่ยวกับคีตะมวยไทยและนาฏมวยไทยในมิติทางกายภาพ สุนทรียศาสตร์ และวัฒนธรรม 2) วิเคราะห์ความสัมพันธ์และความแตกต่างระหว่างคีตะมวยไทยกับนาฏมวยไทยในฐานะรูปแบบการประยุกต์มวยไทยร่วมสมัย และ 3) พัฒนากรอบแนวคิด “นาฏยสังคีตมวยไทยร่วมสมัย” ภายใต้แนวคิด “พลังศิลป์นวอาวุธ”

ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้การวิจัยเอกสารและการสังเคราะห์องค์ความรู้ แหล่งข้อมูลประกอบด้วยบทความวิชาการ งานวิจัย วิทยานิพนธ์ หนังสือ เอกสารหน่วยงานภาครัฐ และแหล่งข้อมูลวิชาการที่เกี่ยวข้อง สืบค้นจาก ThaiJO/TCI, Google Scholar, ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ และเว็บไซต์หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมเอกสารระหว่าง พ.ศ. 2540–2567 โดยผู้วิจัยรวบรวมและคัดเลือกเอกสารสำคัญตามเกณฑ์ความเกี่ยวข้อง ความน่าเชื่อถือ และความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการวิจัย

ผลการวิจัย: คีตะมวยไทยและนาฏมวยไทยมีฐานร่วมจากนวอาวุธของมวยไทย แต่มีจุดเน้นแตกต่างกัน คีตะมวยไทยมุ่งเน้นการเคลื่อนไหวเพื่อสุขภาวะ สมรรถภาพทางกาย จังหวะดนตรี และการมีส่วนร่วมของผู้ฝึก ขณะที่นาฏมวยไทยมุ่งเน้นสุนทรียศาสตร์ พิธีกรรม ดนตรี การเล่าเรื่อง และการสื่อสารคุณค่าทางวัฒนธรรม

สรุปผล: การสังเคราะห์นำไปสู่กรอบนาฏยสังคีตมวยไทยร่วมสมัยที่ประกอบด้วยโครงสร้างการแสดง 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงพิธีกรรม ช่วงพัฒนา และช่วงจุดสูงสุด โดยมีนวอาวุธเป็นแกนกลางในการเชื่อมโยงร่างกาย จังหวะ ลีลา และความหมายทางวัฒนธรรม กรอบ “พลังศิลป์นวอาวุธ” จึงช่วยยกระดับนวอาวุธจากเทคนิคการต่อสู้ไปสู่ภาษาทางศิลปะและทุนทางวัฒนธรรมร่วมสมัย ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ด้านการศึกษา ศิลปะการแสดง การอนุรักษ์วัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และซอฟต์พาวเวอร์ของไทย

เอกสารอ้างอิง

กรมพลศึกษา. (2565). โปรแกรมคีตะมวยไทยเพื่อสุขภาพ. กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. (2565). มวยไทย มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ. กระทรวงวัฒนธรรม.

แก้วบังเกิด, อ., แนวบุตร, ส., และจันทรวิจิตร, ย. (2565). ผลของโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพด้วยคีตะมวยไทยต่อดัชนีมวลกาย เส้นรอบเอว และสมรรถภาพทางกายของบุคคลวัยทำงานที่มีภาวะน้ำหนักเกิน. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 40(2), 35–44.

ตรีธวัฒน์ มีสมศักดิ์. (2567). นาฏมวยไทย: การศึกษาวิเคราะห์ผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศแห่งประเทศไทย [วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ].

Bourdieu, P. (1986). The forms of capital. In J. Richardson (Ed.), Handbook of theory and research for the sociology of education (pp. 241–258). Greenwood.

Nye, J. S. (2004). Soft power: The means to success in world politics. PublicAffairs.

Schechner, R. (2006). Performance studies: An introduction (2nd ed.). Routledge.

Thussu, D. K. (2016). International communication: Continuity and change (3rd ed.). Bloomsbury Academic.

UNESCO. (2003). Convention for the safeguarding of the intangible cultural heritage. UNESCO.

World Health Organization. (2020). WHO guidelines on physical activity and sedentary behaviour. World Health Organization.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-22

รูปแบบการอ้างอิง

พินิจพล ส., ยศพล น., สมาน ส., ศิลาเกษ จ., กองเพชร ธ., & แดงหยง อ. (2026). นาฏยสังคีตมวยไทยร่วมสมัยภายใต้แนวคิดพลังศิลป์นวอาวุธ. Journal for Developing the Social and Community, 13(3), 633–650. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/rdirmu/article/view/304923

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ