การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD ที่ส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สาระหน้าที่พลเมือง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

ผู้แต่ง

  • วรรณวรัตม์ อนุฤทธิ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
  • อรัญ ซุยกระเดื่อง มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

คำสำคัญ:

กิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD, ความสามารถในการคิดวิเคราะห์, คุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านมีวินัย

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD ที่ส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สาระหน้าที่พลเมือง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนมีคุณลักษณะด้านวินัยอันพึงประสงค์ การวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ที่ส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สาระ หน้าที่พลเมือง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบความสามารถในการคิดวิเคราะห์ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน ที่เรียนโดยใช้วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD 3) ศึกษาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านมีวินัยของนักเรียนที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD 4) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน  ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD

ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนพระกุมารมหาสารคาม จำนวน 50 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1.แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD จำนวน 10 แผน แผนละ 1 ชั่วโมง (รวม 10 ชั่วโมง) ได้รับการคุณภาพโดยผู้เชียวชาญ 5 ท่าน มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ระหว่าง 0.67-1.00 2. แบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 18 ข้อ มีความยาก (p) ระหว่าง 0.26-0.74 ค่าอำนาจจำแนก (r) 0.31-0.72 และค่าความเชื่อมั่น (KR-20) เท่ากับ 0.81 3. แบบวัดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านมีวินัย เป็นแบบมาตรประมาณค่า5 ระดับ จำนวน 10 ข้อ มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ระหว่าง 0.60-1.00 และค่าความเชื่อมั่น (Cronbach's alpha) เท่ากับ 0.86 4. แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนต่อกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD เป็นแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับจำนวน 15 ข้อ มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ระหว่าง 0.67-1.00 และค่าความเชื่อมั่น (Cronbach's alpha) เท่ากับ 0.89

ผลการวิจัย: 1. การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD สาระหน้าที่พลเมือง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 88.97/82.89 2. ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD สาระหน้าที่พลเมือง หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านมีวินัยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD สาระหน้าที่พลเมือง มีคะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านมีวินัย อยู่ในระดับดีมาก จำนวน 50 คน คิดเป็นร้อยละ 100 4. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD สาระหน้าที่พลเมือง โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.71, S.D. = 0.12 )

สรุปผล: การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ในสาระหน้าที่พลเมือง สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด (88.97/82.89) นักเรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านมีวินัยอยู่ในระดับดีเยี่ยม และมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุด แสดงให้เห็นว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD สามารถส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ด้านการคิดวิเคราะห์ ควบคู่กับการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เอกสารอ้างอิง

วัชรา เล่าเรียนดี, ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์, และอัจฉรา ชีวพันธ์. (2560). กลยุทธ์การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการคิด. นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร.

สุพัตรา ศรีจันทร์. (2562). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านมีวินัยของนักเรียนชั้นประถมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์, 30(2), 145–152.

ธนพร แก้วคำ, และคณะ. (2564). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือกับการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนระดับประถมศึกษา. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์, 15(2), 98–105.

ทัศนุพล บุษราคัม, และกฤดิภัค ขามประไพ. (2562). ผลการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของนักเรียน. วารสารครุศาสตร์, 47(1), 88–89.

สวัสดิ์ละคร, และจิตรโสภิน. (2568). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. วารสารวิจัยทางการศึกษา, 19(1), 547–556.

Slavin, R. E. (1995). Cooperative Learning: Theory, Research, and Practice (2nd ed.). Boston, MA: Allyn and Bacon.

Adkinson, J. E. (2008). Does Cooperative Learning Affect Girls' and Boys' Learning and Attitudes Toward Mathematical Transformation Skills in Single-Sex and Mixed-Sex Classrooms? Dissertation Abstracts International, 68(11), 156.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-07-23

รูปแบบการอ้างอิง

อนุฤทธิ์ ว., & ซุยกระเดื่อง อ. (2026). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD ที่ส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สาระหน้าที่พลเมือง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. Journal for Developing the Social and Community, 13(2), 841–854. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/rdirmu/article/view/304091

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย