ผลของการจัดประสบการณ์โดยใช้วิธีการสอนสตอรี่ไลน์ร่วมกับเทคนิคการตั้งคำถามแบบ R-C-A เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลของเด็กอนุบาล
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e293184คำสำคัญ:
วิธีการสอนสตอรี่ไลน์, เทคนิคการตั้งคำถามแบบ R-C-A, ความสามารถในการคิดเชิงเหตุผล, เด็กอนุบาลบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การจัดประสบการณ์โดยใช้วิธีการสอนสตอรี่ไลน์ร่วมกับเทคนิคการตั้งคำถามแบบ R-C-A เป็นวิธีการสอนที่มีรูปแบบการสอนที่น่าสนใจมุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนาทักษะการคิดด้วยการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง การจัดประสบการณ์ที่สอดคล้องกับพัฒนาการด้านการคิด จะช่วยให้เด็กมีพื้นฐานด้านความสามารถในการคิดเชิงเหตุผล พร้อมเรียนรู้ในอนาคตได้อย่างเหมาะสมกับการศึกษาในยุคศตวรรษที่ 21 การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาดัชนีประสิทธิผลการจัดประสบการณ์โดยใช้วิธีการสอนสตอรี่ไลน์ร่วมกับเทคนิคการตั้งคำถามแบบ R-C-A เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลของเด็กอนุบาล (2) เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลของเด็กอนุบาลก่อนและหลังการทดลอง
ระเบียบวิธีการวิจัย: เด็กอายุ 5-6 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นอนุบาลปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนบ้านหนองผักหนาม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต 1 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ (1) แผนการจัดประสบการณ์โดยใช้วิธีการสอนสตอรี่ไลน์ร่วมกับเทคนิคการตั้งคำถามแบบ R-C-A ซึ่งมี 6 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นที่ 1 นำเสนอสถานการณ์ ขั้นที่ 2 สร้างคำถาม ขั้นที่ 3 วางแผนและปฏิบัติ ขั้นที่ 4 เชื่อมโยงสถานการณ์ ขั้นที่ 5 การแก้ปัญหา และขั้นที่ 6 ทบทวนเรื่องราว (2) แบบประเมินความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลของเด็กอนุบาล วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนีประสิทธิผล และการทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติ Wilcoxon Signed-Rank Test
ผลการวิจัย: พบว่า (1) ดัชนีประสิทธิผลของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้วิธีการสอนสตอรี่ไลน์ร่วมกับเทคนิคการตั้งคำถามแบบ R-C-A มีค่าเท่ากับ 0.7644 แสดงว่ามีประสิทธิผลในการส่งเสริมความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลของเด็กอนุบาลร้อยละ 76.44 (2) เด็กอนุบาลมีความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีค่าเฉลี่ยก่อนการทดลอง 1.36 และหลังการทดลอง 2.89
สรุปผล: จากผลการวิจัยแสดงว่าการจัดประสบการณ์โดยใช้วิธีการสอนสตอรี่ไลน์ร่วมกับเทคนิคการตั้งคำถามแบบ R-C-A สามารถนำไปใช้ในการส่งเสริมความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลได้
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กันตวรรณ มีสมสาร. (2560). การพัฒนาสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ของครูปฐมวัยในศตวรรษที่ 21. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์, 7(2), 45–56.
ชนิสรา ใจชัยภูมิ และ ปิยะพร ทองสิงห์. (2559). การจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบเดินเรื่องเพื่อพัฒนาทักษะการคิดของเด็กปฐมวัย. มหาวิทยาลัยสวนดุสิต.
บุษยา อินทร์งาม. (2552). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงต่อการคิดเชิงเหตุผลของเด็กปฐมวัย [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ].
พนิดา ชาตยาภา. (2563). การจัดการชั้นเรียนเด็กปฐมวัยในศตวรรษที่ 21. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 14(3), 223–240.
วันวิสา ม่วงทอง. (2566). การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์ตามแนวทักษะการคิดเพื่อชีวิตที่สำเร็จเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลสำหรับเด็กปฐมวัย [วิทยานิพนธ์สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน, มหาวิทยาลัยนเรศวร].
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, องค์การยูนิเซฟประเทศไทย, และมูลนิธิไร้ท์ทูเพลย์ประเทศไทย. (2560). รหัสครูศตวรรษที่ 21: ทักษะชีวิต การจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตแห่งศตวรรษที่ 21. สืบค้นเมื่อ 22 พฤษภาคม 2567, จาก https://www.unicef.org/thailand
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). รายงานผลการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2561. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2566). รายงานผลการประเมินพัฒนาการนักเรียนที่จบหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ปีการศึกษา 2565. โรงพิมพ์อักษรไทย (น.ส.พ. ฟ้าเมืองไทย).
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2551). โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2560). แนวทางการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ปฐมวัย พุทธศักราช 2560. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
หทัยนันท์ สิงห์แก้ว. (2566). ผลการจัดกิจกรรมการเล่านิทานปลายเปิดร่วมกับการใช้เทคนิคคำถาม R-C-A เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย. วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์, 8(3), 1–13. http://202.28.34.124/dspace/handle123456789/2378
อมรรัตน์ ถึงใจ. (2556). การเปรียบเทียบความสามารถด้านสติปัญญา และความเชื่อมั่นในตนเองของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ระหว่างการจัดประสบการณ์แบบโครงการกับการจัดประสบการณ์แบบสตอรี่ไลน์ [วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตร์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนครพนม].
Audiblox International. (2011). โปรแกรมพัฒนาทักษะการคิดและการให้เหตุผล Audiblox. สืบค้นจาก https://www.edubloxtutor.com
Aukkasompong, J. (2013). The question [Blog post, in Thai]. Retrieved October 20, 2015, from http://sornorjira.wordpress.com/2023/04/24
Bell, S., & Harkness, S. (2013). Storyline: Promoting language across the curriculum. UKLA (United Kingdom Literacy Association).
Bell, S., & Harkness, S. (2013). Storyline: Promoting language across the curriculum. England: United Kingdom Literacy Association (UKLA).
Colorado Department of Education. (2020). Colorado Early Learning & Development Guidelines. https://www.cde.state.co.us/sites/default/files/documents/schoolreadiness/download/pdf/coearlylearningdevelopmentguidelines.pdf Colorado Department of Education+2raisingcoloradokids.com+2
Creswell, J. W. (2002). Educational research: Planning, conducting, and evaluating quantitative and qualitative research. Merrill Prentice Hall.
Levy, R. (2013). Young children reading: At home and at school. London: SAGE Publications Ltd.
Piaget, J. (1970). Science of education and the psychology of the child. New York: Viking Press.
Solstad, A. G. (2009). Storyline: A strategy for active learning and adapted education (Report No. 2).
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ






