ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจการพิจารณาพักการลงโทษของกรมราชทัณฑ์
คำสำคัญ:
การพักการลงโทษ, คณะกรรมการพักการลงโทษ, บทบาทของตุลาการในการพักการลงโทษ, พระราชบัญญัติราชทัณฑ์บทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: จากการที่พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52(7) กำหนดให้อำนาจการพิจารณาพักการลงโทษอยู่ภายใต้คณะอนุกรรมการของฝ่ายบริหารเป็นหลัก โดยไม่มีบทบาทของฝ่ายตุลาการเข้ามาร่วมตรวจสอบหรือถ่วงดุล ทั้งที่การกำหนดโทษเดิมเป็นผลจากคำพิพากษาของศาล จึงก่อให้เกิดข้อกังวลเกี่ยวกับหลักการแบ่งแยกอำนาจ ความโปร่งใสในการใช้ดุลพินิจ และความเชื่อมั่นของสังคมต่อกระบวนการยุติธรรม การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจของฝ่ายบริหารในการพิจารณาพักการลงโทษ 2) เปรียบเทียบกฎหมายและกลไกการพักการลงโทษของประเทศไทย ประเทศเยอรมนี และประเทศฝรั่งเศส และ 3) เสนอแนวทางปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการพักการลงโทษของประเทศไทยให้เกิดกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจอย่างเหมาะสม
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงเอกสาร (Documentary Research) โดยศึกษาจากพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 กฎหมายไทยและกฎหมายต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนหนังสือ บทความทางวิชาการ งานวิจัย วิทยานิพนธ์ คำพิพากษา และเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ พร้อมใช้วิธีวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis) เพื่อเปรียบเทียบและสังเคราะห์ข้อมูล
ผลการวิจัย: ระบบการพักการลงโทษของประเทศไทยยังขาดความชัดเจนเกี่ยวกับองค์ประกอบและคุณสมบัติของคณะอนุกรรมการพิจารณาพักการลงโทษ ส่งผลให้ฝ่ายบริหารมีอำนาจใช้ดุลพินิจอย่างกว้างขวางและอาจเปิดช่องให้เกิดการแทรกแซงหรือการใช้ดุลพินิจที่ไม่เป็นธรรม ขณะที่ประเทศเยอรมนีและฝรั่งเศสให้อำนาจฝ่ายตุลาการเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพิจารณาพักการลงโทษ โดยศาลจะพิจารณาร่วมกับข้อมูลจากหน่วยงานราชทัณฑ์และหน่วยงานคุมประพฤติ อันเป็นกลไกที่ช่วยเสริมความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม
สรุปผล: ประเทศไทยควรปรับปรุงพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52(7) โดยกำหนดให้ฝ่ายตุลาการหรือผู้พิพากษาเข้ามามีส่วนร่วมเป็นองค์ประกอบของคณะกรรมการพิจารณาพักการลงโทษ เพื่อให้เกิดการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายตุลาการ อันจะช่วยเพิ่มความเป็นธรรม ความโปร่งใส และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมและระบบราชทัณฑ์ไทยมากยิ่งขึ้น
เอกสารอ้างอิง
นวลจันทร์ ทัศนชัยกุล. (2532). การคุมประพฤติและการพักการลงโทษ. นิติบรรณการ.
ตรวจพบรายการหนังสือในห้องสมุดศาลยุติธรรม
ปฐมาวดี ปัทมโรจน์. (2553). ตัวแบบการพักการลงโทษที่เหมาะสมกับประเทศไทย [วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหิดล].
พเยาว์ ศรีแสงทอง. (2554). การลงโทษและการแก้ไขผู้กระทำผิด (Punishment and correction) (พิมพ์ครั้งที่ 1). จรัลสนิทวงศ์การพิมพ์.
อัจฉรียา ชูตินันทน์. (2566). อาชญาวิทยาและทัณฑวิทยา (พิมพ์ครั้งที่ 5). วิญญูชน.
Federal Ministry of Justice. (2026). Courts Constitution Act (Gerichtsverfassungsgesetz – GVG). Retrieved May 22, 2026, from https://www.gesetze-im-internet.de/englisch_gvg/englisch_gvg.html
Federal Ministry of Justice. (2026). German Criminal Code (Strafgesetzbuch – StGB). Retrieved May 22, 2026, from https://www.gesetze-im-internet.de/englisch_stgb/englisch_stgb.html
France. (n.d.). Code of criminal procedure (Art. 712-6). Retrieved May 22, 2026, from https://legislationline.org/sites/default/files/2023-10/France_Code_of_criminal_procedure_EN.pdf
Legislationline. (2023). French Code of criminal procedure (English version). https://legislationline.org/sites/default/files/2023-10/France_Code_of_criminal_procedure_EN.pdf
ThaiPublica. (2567, 18 เมษายน). จาก “นักโทษล้นคุก” ถึงวิกฤติหลักนิติธรรม กับ “ปริญญา เทวานฤมิตรกุล”. https://thaipublica.org/2024/04/rule-of-law-crisis/
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal for Developing the Social and Community

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ


