การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน โดยใช้การจัดการเรียนรู้ แบบสืบเสาะร่วมกับเกมวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
คำสำคัญ:
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน, การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ, เกมวิทยาศาสตร์บทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นเครื่องมือสำคัญในการเตรียมเยาวชนให้สามารถดำเนินชีวิตในสังคมโลก ซึ่งต้องอาศัยทักษะการคิดขั้นสูงและทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อนำมาใช้ขั้นการแก้ปัญหา แต่สภาพปัจจุบันพบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านห้วยผักหนาม มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์เฉลี่ยเพียงร้อยละ 65.00 และจากการทดสอบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านห้วยผักหนาม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 โดยใช้แบบทดสอบ จำนวน 40 ข้อ พบว่า นักเรียน มีคะแนนเฉลี่ยทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ดังนี้ การสังเกต ( =4.56) การวัด ( =4.22) การคำนวณ ( =4.11) การจำแนกประเภท ( =4.00) การพยากรณ์ ( =3.11) การลงความเห็นจากข้อมูล ( =3.11) การจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล ( =3.00) และการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปส และสเปสกับเวลา ( =2.89) ผู้วิจัยจึงต้องการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานที่มีคะแนนเฉลี่ย 4 อันดับสุดท้ายให้กับนักเรียน ได้แก่ ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปชกับสเปชและสเปชกับเวลา ทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล ทักษะการลงความคิดเห็นจากข้อมูล และทักษะการพยากรณ์ เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้นักเรียนสามารถทำความเข้าใจเนื้อหาเรื่องแรงและพลังงานได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน โดยการจัด การเรียนรู้แบบสืบเสาะร่วมกับเกมวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ให้มีคะแนนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน เฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของคะแนนเต็ม 2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะร่วมกับเกมวิทยาศาสตร์
ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงวิจัยเชิงปฏิบัติการ: กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนบ้านห้วยผักหนาม จังหวัดชัยภูมิ จำนวน 9 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย มี 3 ประเภท 1.เครื่องมือปฏิบัติการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะร่วมกับเกมวิทยาศาสตร์ เรื่อง แรงและพลังงาน 2.เครื่องมือสะท้อนผลการปฏิบัติ ได้แก่ 1) แบบสังเกตพฤติกรรม 2) แบบสัมภาษณ์ และ 3.เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้ คือ แบบทดสอบวัดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน (เป็นแบบประเมินย่อยท้ายวงจร) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย: 1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะร่วมกับเกมวิทยาศาสตร์ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ วงจรที่ 1 ผ่านเกณฑ์ 6 คน คิดเป็นร้อยละ 66.67 วงจรที่ 2 ผ่านเกณฑ์ทุกคน คิดเป็นร้อยละ 100 และวงจรที่ 3 ผ่านเกณฑ์ทุกคน คิดเป็นร้อยละ 100 เมื่อสิ้นสุดทั้ง 3 วงจรมีคะแนนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน เฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของคะแนนเต็มทุกคน คิดเป็นร้อยละ 100 2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะร่วมกับเกมวิทยาศาสตร์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
สรุปผล: การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะร่วมกับเกมวิทยาศาสตร์ ส่งเสริมให้นักเรียนสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งสามารถนำไปใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาต่อไปได้
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและหลักสูตรแกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
กุณฑรี เพ็ชรทวีพรเดช และคณะ. (2552). สุดยอดวิธีสอนวิทยาศาสตร์ นำไปสู่การจัดการเรียนรู้ของครูยุคใหม่. กรุงเทพฯ: อักษรเจริญทัศน์.
กุลธิดา ชูเสน และกาญจนา ธนนพคุณ. (2560). พฤติกรรมบางประการของสัตว์ของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 4. การประชุมวิชาการนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ เครือข่ายบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือ ครั้งที่ 17 การใช้เกมเพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์.พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม.
จุฬาลักษณ์ สนเกื้อกูล และเมษา นวลศรี. (2565). การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เรื่องระบบสุริยะ ผ่านการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับการใช้เกม, Journal of Modern Learning Development. 7(7),59-73.
จุฑามาศ ทองเจียว และธัญญรัศม์ ชิดไธสง. (2561). ปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา, วารสารวิทยาลัยนครราชสีมา, 12 (3), 1-12.
ชุติมา แซ่เฮ้ง, ทวีศักดิ์ จินดานุรักษ์, และดวงเดือน สุวรรณจินดา. (2566). ผลการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะร่วมกับเกมวิทยาศาสตร์ ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เรื่องแรงไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองประดู่ จังหวัดชลบุรี. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์. 13(3), 84-97.
ธิดารัตน์ ตัดสายชล. (2568). การพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาโดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับบอร์ดเกมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน: มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
นิภา ตรีแจ่มจันทร์. (2562). การพัฒนาทักษะกรพะบวนการทางวิทยาศาสตร์และความสามารถในการทำโครงงานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
มุกดาวัลย์ จิตรติภิญโญ และพรชัย ผาดไธสง. (2567). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นร่วมกับเกมวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด, 18(1), 169- 179.
วาสนา สืบกลัด. (2555). การวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาพฤติกรรมการประหยัดสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดคีรีเจริญผล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 2, วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิจัยและประเมินผลการศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี.
วีระยุทธ ชาตะกาญจน์. (2558). การวิจัยเชิงปฏิบัติการ. วารสารราชภัฏสุราษฎร์ธานี, 2(1), 29–49.
ศศิกานต์ อุตถา และไชยวัฒน์ ชุ่มนาเสียว. (2566). การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับเกมวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. วารสารพุทธปรัชญาวิวัฒน์, 7(1), 573-585.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แนวทางการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ: การจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. สืบค้นจาก
https://www.onec.go.th/th.php/book/BookView/1540
อัจรพร บุญรุ่ง. (2568). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์โดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับเกมวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน
มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal for Developing the Social and Community

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ


