ผลประโยชน์แห่งชาติในความสัมพันธ์อินเดีย-จีน ตั้งแต่ ค.ศ. 1959-2023

Main Article Content

นารีรัตน์ ปริสุทธิวุฒิพร
วิริยา สีบุญเรือง
สก็อต รอลส์ตัน

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียและจีนตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึงปัจจุบัน (2023) และศึกษาเหตุปัจจัยที่นำไปสู่ความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงนั้น ๆ


ผลการศึกษาพบว่าหลังจากที่อินเดียได้รับเอกราชหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อินเดียถือว่าเป็นกลุ่มประเทศแรกที่ให้การยอมรับประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน จนกระทั่งเกิดความขัดแย้งกันขึ้น จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างอินเดีย-จีนขึ้น สามารถแบ่งการศึกษาได้เป็น 3 ช่วงเวลา คือช่วงที่หนึ่ง คือช่วงการแตกหักระหว่างอินเดีย-จีน ใน ค.ศ.1959-1990 ช่วงที่ 2 การร่วมมือกันของอินเดีย-จีน ค.ศ.1991-2015 ช่วงที่ 3 ความหวาดระแวงระหว่างอินเดีย-จีน ค.ศ. 2016-2023

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมส่งเสริมการส่งออก. (2555). การประชุมร่วมสองฝ่าย อินเดีย-จีน ว่าด้วยความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครั้งที่ 9 ณ กรุงนิวเดลี อินเดีย. สืบค้น 10 กันยายน 2566. จากhttps://www.ryt9.com/ s/expd/157389

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์. (ม.ป.ป.). Made in India-ความพยายามสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการผลิตของโลก. สืบค้น 5 กันยายน 2566.จากhttps://build.boi.go.th/download/article /article_202101110 92957.pdf

กฤษฎา บุญเรือง. (2566). “สามพลังที่ต้องจับตา : สหรัฐ จีน และอินเดีย” กรุงเทพธุรกิจ.สืบค้น 8 เมษายน 2567. จากhttps://www.bangkokbiznews.com/blogs/ business/economic/1053938

จินดานันท์ บำรุงจิตร. (2561). ความสัมพันธ์ระหว่างอินเดีบกับจีน ระหว่างค.ศ.1991-2014 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

““จีน-อินเดีย” ยากแตกหัก เศรษฐกิจ-เทคโนโลยีเชื่อมโยงแน่น”. (2563). ประชาชาติธุรกิจ. สืบค้น 8 ตุลาคม 2566.จาก https://www.prachachat.net/world-news/news-480222

“จับตาพิพาทจีน-อินเดีย สู่สงครามการค้า! “Huawei” เลิกจ้างพนักงานในอินเดีย-หั่นเป้ารายได้ปี 2020”. (2563). brandbuffet. สืบค้น 27 ตุลาคม 2566.

จาก https://www.brandbuffet.in.th /2020/07/huawei-cuts-india-revenue-target-and-layoff-staff/

“จับตาอนาคตอินเดีย วันข้างหน้า...ที่ไม่เป็นรองจีน”. (2563). โพสต์ทูเดย์. สืบค้น 5 ตุลาคม 2566 . จาก https://www.posttoday.com/politic/analysis/53103

ฐิติพร พันธุ์ท่าช้าง.(2564). การพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนกรณีศึกษา กรณีศึกษา กรุงเดลี และเมืองชัยปุระ สาธารณรัฐอินเดีย. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา. 9 (1), 279-299.

บุญรัตน์ รัฐบริรักษ์. (2549). นโยบายต่างประเทศไทยต่อเวียดนามนับจากสมัยรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัน ถึงสมัยรัฐบาลพันตํารวจโททักษิณ ชินวัตร. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต) กรุงเทพ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

ประพันธ์ สามพายวรกิจ. (2557). “'MAKE IN INDIA' ปูพรมแดงต้อนรับนักลงทุนต่างชาติ”. ฐานเศรษฐกิจ. 34 (2987).

มาโนชญ์ อารีย์. (2563). เปิดภูมิหลังความขัดแย้งจีน-อินเดีย จากปัญหาพรมแดนโหมกระพือกระแสชาตินิยม และโอกาสเกิดสงครามใหญ่. สืบค้น 8 ตุลาคม 2566. จาก https://thestandard.co/china-india-border-conflict/

วิมลวรรณ ภัทโรดม. (2532). ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของอินเดียสมัยใหม่กับสหรัฐอเมริกา (ค.ศ.1947-1980). กรุงเทพ : วัฒนาพานิช.

ศุภวิชญ์ แก้วคูนอก. (2561). นโยบายเศรษฐกิจเนปาลภายใต้การนําของ KP Sharma Oli: ภาพรวมนโยบายการค้าและการลงทุน. สํานักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงนิวเดลี. สืบค้น 15 ตุลาคม 2566 จาก https://www.ditp.go.th/contents _attach/236399/236399.pdf

ศุภวิชญ์ แก้วคูนอก. (2566). เมื่อทุนจีนไหลสู่ Start-up อินเดีย: สายสัมพันธ์เศรษฐกิจจีน-อินเดียที่ซับซ้อนกลางความขัดแย้ง. สืบค้น 9 เมษายน 2567. จาก https://www.the101.world/chinese-capital-and-indian-start-ups/

________________. (2567). อ่านมาตรการ (กีดกัน) ทางเศรษฐกิจแบบเนียนๆ ของอินเดีย ที่จีนเองก็พูดไม่ออก. สืบค้น 9 เมษายน 2567. จาก https://www.the101. world/india-trade-measures-against-china/

สาธิต มนัสสุรกุล. (2561). “ญี่ปุ่น อินเดีย สหรัฐฯ ออสเตรเลียจะรวกันสู้ ‘เส้นทางสายไหมใหม่’ของจีน ?”. สืบค้น 9 ตุลาคม 2566 จาก https://themomentum.co/ author/sathitm/

สุภัทรา นีลวัชระ วรรณพิณ, ศุภวรรณ ชวรัตนวงศ์. (2551). อินเดีย : อดีต-ปัจจุบัน. กรุงเทพ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

สุโขทัยธรรมาธิราช, มหาวิทยาลัย. (2529). เอกสารการสอนชุดวิชาการเมืองระหว่างประเทศในเอเชีย : International Politics in Asia (หน่วยที่ 11-15) กรุงเทพ: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย. (2566). ต่อยอดการส่งออกสู่การลงทุน อินเดียหนุน 14 กลุ่มสินค้าและหาหุ้นส่วนให้สตาร์ทอัพ. สืบค้น 9 เมษายน 2567. จากhttps://oldweb.ditp.go.th/ditp_web61/ article_sub_ view.php?filename=contents_attach/944686/944686.pdf&title=944686&cate=638&d=0

อดิ๊บ ยูซุฟ. (2560). นโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (One Belt One Road Initiative): ความร่วมมือและความขัดแย้ง กรณีศึกษากวาดาร์พอร์ต รัฐบาโลจิสถาน (Gwadar Port, Balochistan) ประเทศปากีสถาน (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต) กรุงเทพ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

อรุณ ภาณุพงศ์. (2530). การทูตและการระหว่างประเทศ. กรุงเทพ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์.

อิรดา พิศสุวรรณ. (2563). “ความขัดแย้งระหว่างจีน-อินเดีย สงครามชายแดนพิพาทครั้งแรกในรอบ 50 ปี”. สืบค้น 1 พฤศจิกายน 2566. จาก https://workpointtoday. com/china-india-worstclash/

““อยากเอาคืน แต่ทำไม่ได้” ผู้เชี่ยวชาญเตือน อินเดียบอยคอตจีน สุดท้ายอาจเดือดร้อนเอง”. (2563). แบรนด์อินไซด์. สืบค้น 1 พฤศจิกายน 2566. จาก https://brand inside.asia/india-boycott-china/

ARFA JAVAID. (2020). What is Necklace of Diamonds Strategy?. accessed Oct 26 2023.From https://www.jagranjosh.com/general-knowledge/neck lace-of-diamond-strategy-1592404137-1

Frankel Joseph. (1970). “National Interest”. London: Pall Mall Press Ltd.

Holsti, Kalevi J. (1995). International Politics: A Framework for Analysis.

(7th ed.). Englewood Cliffs, N.J.: Prentice Hall

Morgenthau, Han J. (1966) “Another Great Debate: The National Interest of the United States”, Contemporary Theory in International Relations, Edited by William C. Olson and Fred A. Sondermann, New Jersey : Prentice-Hall, Inc.,Englewood Cliffs.

Puyam Rakesh Singh. (2019). Emerging Security Dynamics in India-China Relations in the Indo-Pacific region. accessed Oct 26 2023. from https://diplomatist.com/2019/12/26/emerging-security-dynamics-in-india-china-relations-in-the-indo-pacific-region/

Reynolds, Philip Alan. (1994). An Introduction to International Relations.

(3rd ed.). London; New York: Longman.

Rosenau, James N. (1969). Linkage politics: Essays on the convergence of national and international systems. New York: The Free Press.