Journal Information
หัวหน้ากองบรรณาธิการ
ผศ.ดร.วสันต์ ปินะเต
ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา
มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
E-mail: wasan.pi@rmu.ac.th
Google Scholar: Google Scholar Profile
จริยธรรมการตีพิมพ์
วารสาร Journal for Developing the Social and Community ให้ความสำคัญกับมาตรฐานจริยธรรมการตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการ เพื่อให้กระบวนการเผยแพร่บทความเป็นไปด้วยความโปร่งใส ถูกต้อง เป็นธรรม และน่าเชื่อถือ
นโยบายฉบับนี้กำหนดบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการตีพิมพ์ ได้แก่ ผู้นิพนธ์ บรรณาธิการ ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินบทความ และกองบรรณาธิการ
วารสารยึดถือหลักการสำคัญ ดังนี้
วารสารมุ่งดำเนินงานให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติด้านจริยธรรมของวารสารวิชาการในระดับสากล เช่น Committee on Publication Ethics (COPE):
https://publicationethics.org/
ผู้นิพนธ์มีหน้าที่สำคัญในการรับรองความถูกต้อง ความสมบูรณ์ และความเป็นต้นฉบับของบทความที่ส่งมายังวารสาร
2.1 ความเป็นต้นฉบับของผลงาน
ผู้นิพนธ์ต้องรับรองว่าบทความที่ส่งเข้ารับการพิจารณาเป็นผลงานใหม่ ไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร หนังสือ เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ หรือแหล่งเผยแพร่อื่นใดมาก่อน
บทความต้องไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารหรือแหล่งเผยแพร่อื่นในเวลาเดียวกัน เพื่อป้องกันการส่งบทความซ้ำซ้อนหรือการตีพิมพ์ซ้ำ
2.2 ความถูกต้องของข้อมูล
ผู้นิพนธ์ต้องนำเสนอข้อมูล ผลการศึกษา และผลการวิจัยตามความเป็นจริง โดยไม่บิดเบือนข้อมูล ไม่สร้างข้อมูลเท็จ ไม่ปรับแต่งข้อมูลเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ และไม่เลือกนำเสนอเฉพาะข้อมูลบางส่วนที่อาจทำให้ผู้อ่านเข้าใจคลาดเคลื่อน
การปลอมแปลงข้อมูล การแต่งเติมข้อมูล หรือการรายงานผลการวิจัยโดยไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อจริยธรรมทางวิชาการอย่างร้ายแรง
2.3 การอ้างอิงผลงานของผู้อื่น
หากผู้นิพนธ์นำแนวคิด ทฤษฎี ข้อความ ตาราง รูปภาพ แผนภูมิ ข้อมูล หรือผลงานของผู้อื่นมาใช้ ต้องอ้างอิงแหล่งที่มาอย่างถูกต้อง และต้องระบุไว้ในรายการอ้างอิงท้ายบทความ
การคัดลอกผลงานผู้อื่นโดยไม่อ้างอิง การดัดแปลงข้อความโดยไม่ให้เครดิต หรือการนำผลงานของผู้อื่นมาแสดงเสมือนเป็นผลงานของตนเอง ถือเป็นการละเมิดจริยธรรมการตีพิมพ์
การอ้างอิงควรเป็นไปตามรูปแบบ APA Style:
https://apastyle.apa.org/
2.4 การจัดเตรียมบทความตามรูปแบบวารสาร
ผู้นิพนธ์ต้องจัดทำต้นฉบับบทความให้เป็นไปตามรูปแบบและคำแนะนำสำหรับผู้นิพนธ์ที่วารสารกำหนด หากบทความไม่เป็นไปตามรูปแบบที่กำหนด กองบรรณาธิการอาจพิจารณาไม่รับบทความเข้าสู่กระบวนการประเมิน
ผู้เขียนสามารถดาวน์โหลดแม่แบบบทความได้ที่:
https://drive.google.com/drive/folders/1TOKFxaobtOInS9Nsb58kT-pv0JtyPgYb?usp=sharing
2.5 ความถูกต้องของรายชื่อผู้นิพนธ์
รายชื่อผู้นิพนธ์ที่ปรากฏในบทความต้องเป็นบุคคลที่มีส่วนร่วมจริงในกระบวนการวิจัยหรือการจัดทำบทความ เช่น
ไม่ควรใส่ชื่อบุคคลที่ไม่มีส่วนร่วมจริงในบทความ และไม่ควรละเว้นชื่อบุคคลที่มีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญ
2.6 การระบุแหล่งทุนสนับสนุน
หากบทความได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยงาน องค์กร หรือโครงการใด ๆ ผู้นิพนธ์ต้องระบุแหล่งทุนดังกล่าวไว้ในส่วนกิตติกรรมประกาศอย่างชัดเจน
การเปิดเผยแหล่งทุนช่วยให้ผู้อ่านและผู้ประเมินสามารถพิจารณาความโปร่งใสของงานวิจัยได้
2.7 การเปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อน
ผู้นิพนธ์ต้องเปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อน หากมีความสัมพันธ์ทางการเงิน ความสัมพันธ์ทางวิชาชีพ ความสัมพันธ์ส่วนบุคคล หรือเงื่อนไขอื่นใดที่อาจมีผลต่อการวิจัย การตีความผล หรือการนำเสนอข้อมูล
หากไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ผู้นิพนธ์อาจระบุว่า “ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน”
2.8 การแก้ไขข้อผิดพลาดหลังการตีพิมพ์
หากผู้นิพนธ์พบข้อผิดพลาดสำคัญในบทความของตนหลังจากตีพิมพ์แล้ว ต้องแจ้งกองบรรณาธิการโดยเร็ว เพื่อร่วมกันพิจารณาการแก้ไข การเผยแพร่ประกาศแก้ไข หรือการถอนบทความในกรณีที่จำเป็น
บรรณาธิการมีหน้าที่กำกับดูแลกระบวนการพิจารณาบทความให้เป็นไปตามมาตรฐานทางวิชาการและจริยธรรมการตีพิมพ์
3.1 การตรวจสอบเบื้องต้น
บรรณาธิการมีหน้าที่ตรวจสอบรูปแบบ ความครบถ้วน ความเหมาะสม และคุณภาพเบื้องต้นของบทความก่อนส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิประเมิน
การตรวจสอบเบื้องต้นอาจครอบคลุมถึง
3.2 การรักษาความลับ
บรรณาธิการต้องไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบทความที่อยู่ระหว่างการพิจารณาให้แก่บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นชื่อผู้นิพนธ์ เนื้อหาบทความ ผลการประเมิน หรือข้อมูลของผู้ทรงคุณวุฒิ
ข้อมูลดังกล่าวควรถูกใช้เฉพาะเพื่อกระบวนการพิจารณาและตีพิมพ์บทความเท่านั้น
3.3 การตัดสินใจอย่างเป็นธรรม
บรรณาธิการต้องพิจารณาบทความโดยยึดหลักคุณภาพทางวิชาการ ความสำคัญของเนื้อหา ความใหม่ ความชัดเจน ความถูกต้อง และความสอดคล้องกับนโยบายและขอบเขตของวารสาร
การตัดสินใจต้องไม่อยู่ภายใต้อคติส่วนบุคคล ความสัมพันธ์ส่วนตัว เชื้อชาติ ศาสนา เพศ สถาบัน หรือสถานะทางวิชาการของผู้นิพนธ์
3.4 การไม่รับตีพิมพ์บทความที่เคยเผยแพร่แล้ว
บรรณาธิการจะไม่รับตีพิมพ์บทความที่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารอื่น หรือเคยเผยแพร่ในรูปแบบรายงานฉบับสมบูรณ์ของการประชุมวิชาการแล้ว
ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการตีพิมพ์ซ้ำและรักษาความเป็นต้นฉบับของผลงานทางวิชาการ
3.5 การพิจารณาข้อกล่าวหาอย่างรอบคอบ
บรรณาธิการจะไม่ปฏิเสธบทความโดยไม่มีหลักฐานชัดเจน หากพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการคัดลอกผลงาน การตีพิมพ์ซ้ำ หรือการประพฤติผิดทางวิชาการ บรรณาธิการควรตรวจสอบข้อเท็จจริง และเปิดโอกาสให้ผู้นิพนธ์ชี้แจง
3.6 การหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน
บรรณาธิการต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้นิพนธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการพิจารณาบทความ หากมีผลประโยชน์ทับซ้อน ควรมอบหมายให้บรรณาธิการหรือผู้รับผิดชอบรายอื่นดำเนินการแทน
3.7 การตรวจสอบการคัดลอกผลงาน
บรรณาธิการมีหน้าที่ตรวจสอบการคัดลอกผลงานโดยใช้เครื่องมือหรือโปรแกรมที่เชื่อถือได้ หากพบหลักฐานชัดเจนว่ามีการคัดลอกผลงานของผู้อื่น บรรณาธิการต้องติดต่อผู้นิพนธ์เพื่อขอคำชี้แจง
หากผู้นิพนธ์ไม่สามารถให้คำชี้แจงทางวิชาการที่สมเหตุสมผลได้ บรรณาธิการมีสิทธิปฏิเสธการตีพิมพ์บทความนั้น
ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินบทความมีบทบาทสำคัญในการรักษาคุณภาพทางวิชาการของวารสาร และช่วยให้บทความมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
4.1 การรักษาความลับ
ผู้ทรงคุณวุฒิต้องรักษาความลับของบทความที่ได้รับมอบหมาย ไม่เปิดเผยเนื้อหา ข้อมูล ผลการประเมิน หรือข้อมูลของผู้นิพนธ์ต่อบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องตลอดระยะเวลาการประเมิน
4.2 การไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
ผู้ทรงคุณวุฒิต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้นิพนธ์หรือบทความที่ประเมิน เช่น เป็นผู้ร่วมวิจัย ผู้ร่วมเขียนบทความ ผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือมีความสัมพันธ์ใด ๆ ที่อาจส่งผลต่อความเป็นกลางในการประเมิน
หากพบว่าตนเองมีผลประโยชน์ทับซ้อน ควรแจ้งบรรณาธิการและปฏิเสธการประเมินบทความนั้น
4.3 การประเมินตามหลักวิชาการ
ผู้ทรงคุณวุฒิต้องประเมินบทความตามความเชี่ยวชาญของตน โดยพิจารณาจากคุณภาพของเนื้อหา ความสำคัญของประเด็น ความใหม่ ความชัดเจน ความถูกต้อง ความสมเหตุสมผลของวิธีวิจัย และความสอดคล้องของบทความกับขอบเขตของวารสาร
การประเมินต้องตั้งอยู่บนหลักฐานและเหตุผลทางวิชาการ ไม่ใช้ความคิดเห็นส่วนตัวที่ไม่มีข้อมูลสนับสนุนเป็นพื้นฐานในการตัดสินบทความ
4.4 การให้ข้อเสนอแนะอย่างสร้างสรรค์
ผู้ทรงคุณวุฒิควรให้ข้อเสนอแนะที่ชัดเจน สุภาพ และเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงบทความ โดยควรระบุจุดแข็ง จุดที่ควรปรับปรุง และข้อเสนอแนะเชิงวิชาการอย่างเหมาะสม
ข้อเสนอแนะควรมุ่งพัฒนาคุณภาพบทความ ไม่ควรใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมหรือโจมตีผู้นิพนธ์เป็นการส่วนตัว
4.5 การเสนอแหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม
หากผู้ทรงคุณวุฒิพบว่าบทความยังขาดการอ้างอิงงานวิจัยหรือเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้อง สามารถเสนอแนะให้ผู้นิพนธ์เพิ่มเติมแหล่งอ้างอิงดังกล่าวได้
ข้อเสนอแนะดังกล่าวควรมีเหตุผลทางวิชาการ และไม่ควรเป็นการบังคับให้อ้างอิงผลงานใดโดยไม่จำเป็น
4.6 การแจ้งกรณีพบการคัดลอกหรือซ้ำซ้อน
หากผู้ทรงคุณวุฒิพบว่าบทความมีเนื้อหาซ้ำซ้อนกับผลงานอื่น หรือมีลักษณะเป็นการคัดลอกผลงานโดยมีหลักฐานชัดเจน ควรแจ้งบรรณาธิการทันที พร้อมระบุข้อมูลหรือหลักฐานประกอบ เพื่อให้บรรณาธิการดำเนินการตรวจสอบต่อไป
วารสารใช้กระบวนการประเมินบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้มั่นใจว่าบทความที่ได้รับการตีพิมพ์มีคุณภาพและมาตรฐานทางวิชาการ
บทความจะได้รับการพิจารณาในประเด็นสำคัญ เช่น
วารสารไม่ยอมรับการคัดลอกผลงานในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการคัดลอกข้อความโดยตรง การถอดความโดยไม่อ้างอิง การนำข้อมูลหรือรูปภาพของผู้อื่นมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการนำผลงานของตนเองที่เคยตีพิมพ์แล้วมาใช้ซ้ำโดยไม่ชี้แจง
หากพบการคัดลอกผลงาน วารสารอาจดำเนินการดังนี้
วารสารไม่รับพิจารณาบทความที่เคยตีพิมพ์แล้ว หรือบทความที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่นในเวลาเดียวกัน
การส่งบทความเดียวกันไปยังหลายวารสารพร้อมกันถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมทางวิชาการ และอาจนำไปสู่การปฏิเสธบทความทันที
ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ได้แก่ ผู้นิพนธ์ บรรณาธิการ และผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องเปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจส่งผลต่อความเป็นกลางของกระบวนการตีพิมพ์
ผลประโยชน์ทับซ้อนอาจรวมถึง
การเปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นการส่งเสริมความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของวารสาร
หากพบข้อผิดพลาดในบทความที่ตีพิมพ์แล้ว วารสารอาจดำเนินการเผยแพร่ประกาศแก้ไขตามความเหมาะสม
ในกรณีที่พบว่าบทความมีการละเมิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง เช่น การคัดลอกผลงาน การปลอมแปลงข้อมูล หรือการตีพิมพ์ซ้ำ วารสารอาจพิจารณาถอนบทความออกจากระบบเผยแพร่ พร้อมระบุเหตุผลของการถอนบทความอย่างชัดเจน
ข้อมูลทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาบทความต้องถือเป็นความลับ ทั้งข้อมูลของผู้นิพนธ์ ผู้ประเมิน ผลการประเมิน และเอกสารประกอบการพิจารณา
ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องไม่นำข้อมูลที่ได้รับระหว่างกระบวนการประเมินไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน หรือเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาต
วารสารมีหน้าที่ส่งเสริมและรักษามาตรฐานทางวิชาการ สนับสนุนการเผยแพร่องค์ความรู้ที่มีคุณภาพ และดำเนินการตามหลักจริยธรรมการตีพิมพ์อย่างเคร่งครัด
วารสารจะพิจารณาข้อร้องเรียนหรือข้อสงสัยด้านจริยธรรมอย่างรอบคอบ เป็นธรรม และโปร่งใส โดยยึดหลักฐาน ข้อเท็จจริง และมาตรฐานทางวิชาการเป็นสำคัญ
เว็บไซต์วารสาร / ระบบ ThaiJo:
https://www.tci-thaijo.org/index.php/rdirmu/index
แนวปฏิบัติด้านจริยธรรมการตีพิมพ์ COPE:
https://publicationethics.org/
APA Style:
https://apastyle.apa.org/
สัญญาอนุญาต Creative Commons CC BY-NC-ND 4.0:
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/
แม่แบบบทความ:
https://drive.google.com/drive/folders/1TOKFxaobtOInS9Nsb58kT-pv0JtyPgYb?usp=sharing
Journal Information

ผศ.ดร.วสันต์ ปินะเต
ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา
มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
E-mail: wasan.pi@rmu.ac.th
Google Scholar: Google Scholar Profile
คู่มือการใช้งาน
สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม อาคารศูนย์กลางพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อพัฒนาท้องถิ่น (อาคาร41)
เลขที่ 80 ถนนนครสวรรค์ ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม 44000
นายกฤษฎา แสนบัวคำ (เจ้าหน้าที่การเงิน/ผู้จัดการวารสาร) มือถือ 089-944-8023
Website: http://research.rmu.ac.th
