การออกกฎหมายที่มีผลกระทบต่อสิทธิของประชาชนโดยไม่รับฟังความคิดเห็น ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
คำสำคัญ:
การรับฟังความคิดเห็น, สิทธิและเสรีภาพ, หลักนิติรัฐ, รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 77บทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัญหาความชอบด้วยกฎหมายของการตรากฎหมายที่มีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนโดยปราศจากการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องหรือประชาชนผู้ซึ่งอาจได้รับผลกระทบ โดยศึกษาภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 77 พระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 หลักนิติธรรม และหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อพิจารณาถึงสถานะทางกฎหมายของกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ตลอดจนผลทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นจากการไม่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2560 มาตรา 77 กำหนดให้รัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องก่อนการตรากฎหมายทุกฉบับ พร้อมทั้งวิเคราะห์ผลกระทบอย่างรอบด้านและเป็นระบบ เปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นต่อประชาชน และนำผลดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายทุกขั้นตอน อันสะท้อนถึงเจตนารมณ์ในการยกระดับกระบวนการนิติบัญญัติให้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใส การมีส่วนร่วม และความรับผิดชอบต่อสังคม
ระเบียบวิธีการวิจัย: ศึกษาแนวคิดและหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการออกกฎหมายที่มีผลกระทบต่อสิทธิของประชาชน ประกอบด้วย แนวคิดเกี่ยวกับหลักนิติรัฐและการใช้อำนาจนิติบัญญัติ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 77 การไม่รับฟังความคิดเห็นถือว่าการตรากฎหมายไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ การไม่รับฟังความคิดเห็นในกรณีที่มีผลกระทบต่อสิทธิอย่างรุนแรงและข้อยกเว้นและความจำเป็นเร่งด่วน นำไปสู่กระบวนการในการตรากฎหมาย และะวิเคราะห์เชิงนิติศาสตร์ ได้มาซึ่งข้อสรุปและข้อเสนอแนะ
ผลการวิจัย: ผลการศึกษาพบว่าการตรากฎหมายที่มีผลกระทบต่อสิทธิของประชาชนโดยไม่รับฟังความคิดเห็นอาจก่อให้เกิดปัญหาทั้งในด้านความชอบด้วยกระบวนการและความชอบด้วยเนื้อหาของกฎหมาย แต่การวินิจฉัยผลทางกฎหมายจำเป็นต้องพิจารณาเป็นรายกรณี โดยคำนึงถึงระดับความสำคัญของกระบวนการที่บกพร่อง ผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพ และบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การรับฟังความคิดเห็นที่มีคุณภาพและการวิเคราะห์ผลกระทบอย่างรอบด้านจะช่วยยกระดับคุณภาพของกฎหมาย ส่งเสริมหลักนิติธรรม และสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการใช้อำนาจรัฐ
สรุปผล: การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมิใช่เพียงขั้นตอนทางเทคนิคในการตรากฎหมาย แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบหลักประกันที่เชื่อมโยง หลักนิติธรรม หลักคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ หลักการมีส่วนร่วม และหลักความได้สัดส่วน เข้าด้วยกัน กฎหมายที่ดีในรัฐประชาธิปไตยมิใช่เพียงกฎหมายที่ตราถูกต้องตามรูปแบบหากแต่ต้องเป็นกฎหมายที่มีเหตุผล มีความจำเป็น เคารพสิทธิและเสรีภาพ เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม เพื่อให้การใช้อำนาจนิติบัญญัติเป็นไปอย่างมีเหตุผล โปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนอย่างรอบด้าน การตรากฎหมายที่กระทบต่อสิทธิประชาชนโดยปราศจากกระบวนการดังกล่าวจึงอาจก่อให้เกิดปัญหาทั้งในด้านความชอบด้วยกระบวนการตรากฎหมายและความชอบด้วยเนื้อหาของกฎหมาย ซึ่งต้องได้รับการตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมีข้อเสนอแนะดังนี้ 1. โดยควรกำหนดมาตรฐานการรับฟังความคิดเห็นที่มีความชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ 2.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียอย่างรอบด้าน และ 3.รวมทั้งพัฒนาหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผลทางกฎหมาย อันส่งผลกระทบต่อประชาชน
เอกสารอ้างอิง
ชุติภา สุขเนียม. (2563). การใช้และการตีความกฎหมายอาญา: ศึกษาเฉพาะกรณีมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
พ.ศ. 2562.วารสารกระบวนการยุติธรรม.
ถวิลวดี บุรีกุล และปัทมา สูบกำปัง. (2554). การมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ. กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า.
บรรเจิด สิงคะเนติ. (2560). หลักกฎหมายมหาชน: หลักนิติธรรม/นิติรัฐ ในฐานะ “เกณฑ์” จำกัด อำนาจรัฐ. กรุงเทพฯ: วิญญูชน.
บรรเจิด สิงคะเนติ. (2565). ประเด็นสำคัญที่พึงมีและควรแก้ไขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560: หลักนิติธรรม. กรุงเทพฯ: สำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า.
บวรศักดิ์ อุวรรณโณ และถวิลวดี บุรีกุล. (2548). ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม (Participatory Democracy). กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า.
พนารัตน์ มาศฉมาดล. (ม.ป.ป.). การรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า.
พนารัตน์ มาศฉมาดล. (2562). “การรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560.” ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า.
พระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562. (2562). ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 136 ตอนที่ 67 ก.
ภูวดล พิพุธวัฒน์. (2565). การรับฟังความคิดเห็นของบุคคลผู้มีความพิการในกระบวนการตรากฎหมาย: บทวิเคราะห์ตามแนวทางของพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการ
ประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562. วารสารนิติศาสตร์ศรีปทุม.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. (2560). ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 134 ตอนที่ 40 ก.
วรเจตน์ ภาคีรัตน์. (2543). “เงื่อนไขการตรากฎหมายจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ‘มาตร’ ในการควบคุมตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมาย.” วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 30(2), 184–194.
วรพจน์ วิศรุตพิชญ์. (2538). รายงานการวิจัย สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ: ศึกษารูปแบบการจำกัดสิทธิและเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญให้ไว้อย่างเหมาะสม. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุน การวิจัย.
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2562). คำอธิบายสาระสำคัญของพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562.กรุงเทพฯ: สำนักงาน
คณะกรรมการกฤษฎีกา.
ศาลปกครอง. (2562). คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อส. 14/2562.
ศาลปกครอง. (2566). คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อส. 23/2566.
ศาลรัฐธรรมนูญ. (2551). คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2551. กรุงเทพฯ: สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ.
ศาลรัฐธรรมนูญ. (2562). คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 8/2562. กรุงเทพฯ: สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ.
Arnstein, Sherry R. (1969). “A Ladder of Citizen Participation.” Journal of the American
Institute of Planners, 35(4), 216–224.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal for Developing the Social and Community

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ


