การศึกษาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะการรู้เท่าทันสื่อ โดยใช้การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์รายวิชาสังคมศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
คำสำคัญ:
การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน, สื่อสังคมออนไลน์, การคิดอย่างมีวิจารณญาณ, การรู้เท่าทันสื่อ, วิชาสังคมศึกษาบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ในยุคดิจิทัล ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการรู้เท่าทันสื่อเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเรียนรู้ในรายวิชาสังคมศึกษา การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 2) ศึกษาทักษะการรู้เท่าทันสื่อ และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนขามแก่นนคร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 ต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning: PBL) ร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองแบบกลุ่มเดียวทดสอบหลังเรียน (One-Shot Case Study) กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/6 โรงเรียนขามแก่นนคร จำนวน 30 คน ที่ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง “ภัยพิบัติในทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้” รวม 6 แผน (12 ชั่วโมง) เครื่องมือในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 6 แผน 2) แบบวัดทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ จำนวน 20 ข้อ มีค่าความตรงเชิงเนื้อหา (IOC) ระหว่าง 0.67–1.00 ค่าความยาก (p) ระหว่าง 0.25–0.79 ค่าอำนาจจำแนก (r) ระหว่าง 0.23–0.64 และค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.91 3) แบบวัดทักษะการรู้เท่าทันสื่อ เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ จำนวน 20 ข้อ มีค่า IOC ระหว่าง 0.67–1.00 ค่าความยาก (p) ระหว่าง 0.25–0.79 ค่าอำนาจจำแนก (r) ระหว่าง 0.23–0.64 และค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.91 และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจ เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ มีค่า IOC ระหว่าง 0.67–1.00 และค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ 0.94 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การเปรียบเทียบจำนวนและร้อยละของนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ (ร้อยละ 70) สำหรับทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะการรู้เท่าทันสื่อ ส่วนความพึงพอใจวิเคราะห์โดยใช้ค่าเฉลี่ย () และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)
ผลการวิจัย: 1) ด้านทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ พบว่า นักเรียนผ่านเกณฑ์ (คะแนน ≥ 70%) จำนวน 27 คน คิดเป็นร้อยละ 90.00 โดยมีคะแนนเฉลี่ย 17.85 (ร้อยละ 89.25) 2) ด้านทักษะการรู้เท่าทันสื่อ พบว่า นักเรียนผ่านเกณฑ์จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 93.33 โดยมีคะแนนเฉลี่ย 18.10 (ร้อยละ 90.50) 3) ด้านความพึงพอใจ พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.54) โดยหัวข้อที่มีคะแนนสูงสุดคือ ความน่าเชื่อถือของการจัดการเรียนรู้ ( = 4.65)
สรุปผล: การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ (TikTok, YouTube และ Facebook) มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการรู้เท่าทันสื่อของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี นักเรียนมีความพึงพอใจในระดับสูง เนื่องจากรูปแบบกิจกรรมมีความสนุก ทันสมัย และสามารถนำไปเชื่อมโยงกับชีวิตจริงผ่านการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการค้นคว้าและนำเสนอผลงานได้อย่างสร้างสรรค์
เอกสารอ้างอิง
กิตติศักดิ์ สุขศรี, สุรศักดิ์ สุขศรี, และวิภาดา สุขศรี. (2562). การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 42(2), 45-60.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กายกาญจน์ เสนแก้ว. (2558). การใช้สื่อสังคมออนไลน์กับการเรียนรู้ของผู้เรียน. สำนักพิมพ์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ธนะวัฒน์ วรรณประภา. (2560). สื่อสังคมออนไลน์กับการศึกษาในยุคดิจิทัล. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นฤมล จันทร์สม, สมชาย รักเรียน, และมณีรัตน์ ตั้งใจ. (2564). การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และการมีส่วนร่วมในประเด็นทางสังคม. วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการเรียนรู้, 7(1), 112-128.
นันทนา ศรีสุข, อรุณี คงมั่น, และประเสริฐ ดีจริง. (2566). การใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อพัฒนาทักษะการรู้เท่าทันสื่อของนักเรียนมัธยมศึกษา. วารสารเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา, 9(3), 88-105.
บุญชม ศรีสะอาด. (2556). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 9). สุวีริยาสาส์น.
พรพิไล เติมสินสวัสดี. (2558). การใช้สื่อออนไลน์เพื่อพัฒนาทักษะการรู้เท่าทันสื่อ. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รักเกียรติ พันธุ์ชาติ. (2561). เทคโนโลยีเครือข่ายสังคมออนไลน์และการประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน. สำนักพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
โรงเรียนขามแก่นนคร. (2567). หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนขามแก่นนคร พุทธศักราช 2567 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงเรียนขามแก่นนคร.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2566). ผลการประเมิน PISA 2022: บทสรุปสำหรับผู้บริหาร. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.).
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2550). แนวทางการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ: การจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สุภาพร ศรีคำ. (2566). ทักษะการรู้เท่าทันสื่อในยุคดิจิทัล. สำนักพิมพ์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
Barrows, H. S., & Tamblyn, R. M. (1980). Problem-based learning: An approach to medical education. Springer Publishing Company.
Buckingham, D. (2023). Media education: Literacy, learning and contemporary culture. Polity Press.
Chatti, M. A., Agustin, N. A., Jarke, M., & Specht, M. (2020). The individual learning space model for personal learning environments. Educational Technology & Society, 23(1), 1-15.
Dressel, P. L., & Mayhew, L. B. (1957). General education: Explorations in evaluation. American Council on Education.
Ennis, R. H. (1996). Critical thinking. Prentice Hall.
Erikson, E. H. (2019). Identity: Youth and crisis. W. W. Norton & Company. (Original work published 1968)
Facione, P. A. (1990). Critical thinking: A statement of expert consensus for purposes of educational assessment and instruction. The California Academic Press.
Greenhow, C., & Lewin, C. (2016). Social media and education: Reconceptualizing the boundaries of formal and informal learning. Learning, Media and Technology, 41(1), 6-30.
Hmelo-Silver, C. E. (2024). Problem-based learning: What and how do students learn? Educational Psychology Review, 36(1), 235-266.
Hobbs, R. (2017). Create to learn: Skills and tools for media literacy in the 21st century. Corwin.
Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology, 22(140), 1-55.
Livingstone, S., Stoilova, M., & Nandagiri, R. (2023). Children’s data and privacy online: Growing up in a digital age. SAGE Publications.
OECD. (2023). PISA 2022 results: Creative thinking. OECD Publishing.
Parasuraman, A., Zeithaml, V. A., & Berry, L. L. (1988). SERVQUAL: A multiple-item scale for measuring consumer perceptions of service quality. Journal of Retailing, 64(1), 12-40.
Patchin, J. W., & Hinduja, S. (2022). Cyberbullying among adolescents: A comprehensive review. Cyberbullying Research Center.
Paul, R., & Elder, L. (2019). The miniature guide to critical thinking concepts and tools (8th ed.). Rowman & Littlefield.
Pennycook, G., & Rand, D. G. (2021). The psychology of fake news. Trends in Cognitive Sciences, 25(5), 388-402.
Piaget, J. (2019). The psychology of the child. Basic Books. (Original work published 1966)
Shaharanee, I. N. M., Jamil, J. M., & Rodzi, S. S. M. (2020). The effectiveness of Google Classroom as a learning management tool. International Journal of Advanced Computer Science and Applications, 11(10), 125-132.
Steinberg, L. (2020). Adolescence (12th ed.). McGraw-Hill Education.
Thailand Media Landscape. (2023). Digital media and social media usage report in Thailand 2023. THAIDIGITAL.
UNESCO. (2021). Media and information literacy in critical times: Reimagining ways and ways of being. UNESCO Publishing.
Vogels, E. A., Gelles-Watnick, R., & Massarat, N. (2022). Teens, social media and technology 2022. Pew Research Center.
Vygotsky, L. S. (2020). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.
Zimmerman, B. J., & Schunk, D. H. (2021). Self-regulated learning and academic achievement: Theoretical perspectives. Routledge.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal for Developing the Social and Community

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ


