การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT ที่ส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สาระเศรษฐศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ผู้แต่ง

  • นิรดา คุ้มตะบุตร มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
  • ปิยลักษณ์ โพธิวรรณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

คำสำคัญ:

การเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT สาระเศรษฐศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิคTGT ที่ส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สาระเศรษฐศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยเฉพาะบริบทโรงเรียนขนาดเล็ก การวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT ที่ส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สาระเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT สาระเศรษฐศาสตร์ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจนักเรียน ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT สาระเศรษฐศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที 6

ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านแสนสุข อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียนทั้งหมด 9 คน โดยกลุ่มตัวอย่างได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบไปด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT สาระเศรษฐศาสตร์ 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน และเครื่องมือรวบรวมข้อมูลเชิง คุณภาพ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัย: 1. ผลการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT ซึ่งประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้ 1) ขั้นนำข้าสู่บทเรียน 2) ขั้นการสอน 3) ขั้นจัดทีม ประกอบไปด้วย นักเรียนที่มีผลการเรียนที่เก่ง,นักเรียนที่มีผลการเรียนปานกลาง และนักเรียนที่มีผลการเรียนอ่อน 4) ขั้นการแข่งขัน 5) ขั้นสรุป สาระเศรษฐศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ E1/E2

 (E1) เท่ากับร้อยละ 86.31 (E2) เท่ากับร้อยละ82.22 ดังนั้น กิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT สาระเศรษฐศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีประสิทธิภาพ (E1/E2) ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80 2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผู้วิจัยได้ตรวจสอบการแจกแจงของข้อมูล พบว่าข้อมูลมีการแจกแจงปกติ (ผลต่างคะแนนหลังเรียนและก่อนเรียน (D) (S.W. = .934, Sig. = .522) จึงทำการทดสอบสมมติฐานโดยใช้สถิติทดสอบที (t-test Dependent) พบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT สาระเศรษฐศาสตร์ มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการร่วมมือ TGT สาระเศรษฐศาสตร์ พบว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีความพึ่งพอใจต่อการเรียนสาระเศรษฐศาสตร์ โดยการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด (  = 4.87, S.D. =0.34)

สรุปผล: การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ โดยการจัดกิจกรรมนี้ เน้นการช่วยเหลือจากเพื่อนในกลุ่ม นักเรียนที่มีผลการเรียนอ่อนได้รับการช่วยเหลือจากนักเรียนที่มีผลการเรียนที่เก่ง การให้คำปรึกษาและชี้แนะอย่างใกล้ชิด สามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับดีมากจนผ่านเกณฑ์ครบทุกคน

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551.กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

คันธณัช พลวงค์, ปวีณา ขันธ์ศิลา, ประภาพร หนองหารพิทักษ์. (2565). ผลของการเรียนรู้แบบร่วมมือต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เรื่อง เลขยกกำลัง โดยใช้เทคนิค TGT. กาฬสินธุ์: มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์.

จาตุรนต์ ฉายแสง. (2556). การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

ณัฐชา พลเยี่ยม. (2563). หลักสูตรผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง สมการและแก้สมการของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หลักสูตรการเรียนรู้ของสื่อประสม. วารสารวิชาการทิน, 7(4), 58-69.

ทิศนา แขมมณี. (2553). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 12). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

วิริยา อนันตศิริ และมาลี ตรีทศายุธ. (2547). องค์ประกอบต่างๆที่มีผลต่อรายได้ประชาติ เช่น การออม การบริโภค. สังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ: ศูนย์รวมหนังสือกรุงเทพ.

สุรศักดิ์ ปาเฮ. (2545). การนิเทศภายในหัวใจของการปฏิรูปการเรียนรู้ในโรงเรียน. วารสารวิชาการ,5(8),25-31.

Rara Deyu Kaslita, Yantoro, Violita Zahyuni, & Risti Risti Meylani. (2023).Implementation of the Teams Games Tournament (TGT) Learning Model Assisted with Lost Card Media to Improve the Numeration Abilities of Class I Students in Primary Schools. Jurnal Tonggak Pendidikan Dasar, 2(2), 114–124. DOI: 10.22437/jtpd.v2i2.28502

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-07

รูปแบบการอ้างอิง

คุ้มตะบุตร น., & โพธิวรรณ์ ป. (2026). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT ที่ส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สาระเศรษฐศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. Journal for Developing the Social and Community, 13(2), 291–304. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/rdirmu/article/view/302783

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย