การวิเคราะห์ความต้องการของผู้เรียนภาษาเกาหลีต่อบัตรคำภาษาเกาหลี ที่วางจำหน่ายในร้านหนังสือเพื่อการพัฒนาสื่อการเรียนรู้
คำสำคัญ:
บัตรคำภาษาเกาหลี, การพัฒนาสื่อการเรียนรู้, สื่อการเรียนรู้เชิงพาณิชย์, การวิเคราะห์ความต้องการ, การเรียนรู้คำศัพท์ภาษาเกาหลีบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: บทความนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาความต้องการของผู้เรียนภาษาเกาหลีต่อการใช้บัตรคำภาษาเกาหลีที่วางจำหน่ายในร้านหนังสือ รวมถึงเพื่อเสนอแนวทางในการพัฒนารูปแบบบัตรคำภาษาเกาหลีในอนาคตให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนมากยิ่งขึ้น จากการทบทวนงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง พบว่า งานวิจัยส่วนใหญ่เกี่ยวกับบัตรคำภาษาเกาหลีมักมุ่งเน้นไปที่ประสิทธิภาพของการใช้บัตรคำในกระบวนการเรียนรู้ เช่น แนวคิดการจดจำแบบเว้นช่วงระยะ ประสิทธิภาพของการใช้บัตรคำ การจัดพิมพ์เชิงวิชาการ และปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกใช้สื่อการเรียนรู้ งานวิจัยนี้จึงมุ่งเติมเต็มช่องว่างทางวิชาการ โดยศึกษาความต้องการของผู้เรียนภาษาเกาหลีที่มีต่อบัตรคำภาษาเกาหลีจากมุมมองของผู้เรียนโดยตรง
ระเบียบวิธีการวิจัย: ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือแบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้เรียนภาษาเกาหลีที่มีผลสอบวัดระดับภาษาเกาหลีตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป จำนวน 50 คน ข้อมูลที่ได้ถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อศึกษาทัศนคติ ความต้องการ
และปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บัตรคำภาษาเกาหลีในฐานะสื่อการเรียนรู้
ผลการวิจัย: ผู้เรียนภาษาเกาหลีมีทัศนคติที่ดีต่อการใช้บัตรคำศัพท์ในฐานะสื่อการเรียนรู้อยู่ในระดับสูงมีความคิดเห็นว่า บัตรคำช่วยทำให้จดจำเนื้อหาได้ดีขึ้น (X̄ = 4.08, SD = 0.75) และช่วยทบทวนเนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ (X̄= 4, SD = 0.78) และมีความเชื่อมั่นต่อคุณภาพและความน่าเชื่อถือของบัตรคำที่ผลิตโดยหน่วยงานมาตรฐานอยู่ในระดับสูงมาก ( X̄ = 4.48, SD = 0.61) นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังพบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกใช้บัตรคำศัพท์ประเภทสื่อวัสดุ ได้แก่ เนื้อหาในบัตรคำศัพท์ หน่วยงานผู้ผลิต และราคา โดยปัจจัยด้านเนื้อหาได้รับความสำคัญมากที่สุด (X̄= 4.6, SD = 0.64) รองลงมาคือ ปัจจัยด้านราคา (X̄ = 4.56 SD = 0.61) และหน่วยงานที่จัดทำบัตรคำ (X̄ = 4.26 SD = 0.75) ตามลำดับ
สรุปผล: บัตรคำภาษาเกาหลีเป็นสื่อการเรียนรู้ที่ผู้เรียนให้ความสำคัญและมีความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของการใช้งาน ผู้เรียนไม่ได้คำนึงเพียงความสะดวกในการใช้งานเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพของเนื้อหาและความน่าเชื่อถือของผู้ผลิตด้วย ดังนั้น การพัฒนาบัตรคำภาษาเกาหลีในอนาคตควรมุ่งเน้นการออกแบบสื่อที่มีเนื้อหาถูกต้อง มีมาตรฐาน ราคาเหมาะสม
และตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียน เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพในการเรียนรู้ภาษาเกาหลีได้อย่างมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น
เอกสารอ้างอิง
กนกวรรณ บุญเดช. (2018). กลวิธีการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาเกาหลีของนักศึกษา
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กรณีศึกษารายวิชาภาษาเกาหลี 1 ภาคการศึกษา 1 ปีการศึกษา 2559. วารสารวิเทศศึกษา. 8(2), 53–75.
กนกวรรณ สาโรจน์. (2017). แนวทางการสอนคำศัพท์ภาษาเกาหลีแก่ผู้เรียนชาวไทย: กรณีคำศัพท์ภาษาเกาหลีแท้. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 25(49).
ขนิษฐา ศรีวิเศษ. (2019). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมคำศัพท์ประกอบการสอนวิชาภาษาเกาหลี 1.ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ในการจำคำศัพท์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสะอาดเผดิมวิทยา.วิทยานิพนธ์: วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้.
ณภัทร กฤทศิลป์. (2024). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกซื้อหนังสือและใช้บริการร้านหนังสืออิสระของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล. วิทยานิพนธ์: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ดวงหทัย สงสุแก และลำปาง แม่นมาตย์. (2015). การศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคในการเลือกซื้อหนังสือ กรณีศึกษาจากร้านหนังสือที่อยู่ในเขตเทศบาลนครขอนแก่นอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น. วารสารวิจัย มข. (ฉบับบัณฑิตศึกษา) สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 3(2),80-91.
เดวิด แพตทิสัน และ ศศิวรรณ อินทรสกุล และ อกิล ออกัสติน (2022). ประสิทธิภาพของเกมแฟลชการ์ดสำหรับผู้เรียนภาษาที่สอง. วารสารเครือข่ายส่งเสริมการวิจัยทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 5(3), 112-115.
บุญศรี พรหมมาพันธุ์ และ ฐิติกรณ์ ยาวิไชย จารึกศิลป. (2020). การประเมินคุณภาพสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่ใช้พัฒนาการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการยกระดับสู่มาตรฐานสากล. ประชาชื่นวิจัย, 2(1), 28-38.
ปพนพัชร์ กอบศิริธีร์วรา. (2020). แนวทางการพัฒนาตำราเรียนภาษาเกาหลีในส่วนคำศัพท์ กรณีศึกษาผู้ศึกษาวิชาภาษาเกาหลีเพื่อการสื่อสาร. มนุษยศาสตร์วิชาการ, 27(1), 125-159.
ปพนพัชร์ กอบศิริธีร์วรา. (2024). การศึกษาการใช้งานโมบายแอปพลิเคชันคำศัพท์ภาษาเกาหลี.วารสารอิเล็กทรอนิกส์การเรียนรู้ทางไกลเชิงนวัตกรรม, 14(2), 42-57.
Dahal, A., & Bhat, N. (2023). Self-directed learning, its implementation, and challenges: A review. Nepal Journal of Health Sciences, 3(1), 102–115.
Babayev, J. (2021). The role of instructional materials learning. Humanitar Elmlər Seriyası, (2), 5–10.
Chaudron, C., Doughty, C. J., Kim, Y., Kong, D.-K., Lee, J., Lee, Y.-G., Long, M. H., Rivers, R., & Urano, K. (2005). A task-based needs analysis of a tertiary Korean as a foreign language program. In M. H. Long (Ed.), Second language needs analysis (pp. 225–262). Cambridge University Press
Etikan, I., Musa, S. A., & Alkassim, R. S. (2016). Comparison of Convenience Sampling and Purposive Sampling. American Journal of Theoretical and Applied Statistics, 5(1), 1–4.
Hutchinson, T., & Waters, A. (1987). English for Specific Purposes: A Learning-Centered Approach. Cambridge University Press
Kryukova, Y., Yamshynska, N., Kutsenok, N., & Meleshko, I. (2024). Enhancing ELS students’ language proficiency through spaced repetition. Education Innovation Practice, 12(8), 34–41.
Presentacion, P. R. S., Doloque, C. S., Delcoro, G. A. R., Baguio, C. S., De Castro, J. S., Birad, A. J. D., Diolata, N. G., Clamor, M. R. Q., & Sugano, A. D. (2025). Studying the benefits of active recall in learning physics formulas at Young Achievers’ School. International Journal of Advanced Multidisciplinary Research and Studies, 5(5), 255-259.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal for Developing the Social and Community

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ


