การรับรู้ประโยชน์ของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ต่อประสิทธิภาพการทำงานของนักบัญชี
คำสำคัญ:
ปัญญาประดิษฐ์, การรับรู้ประโยชน์, ประสิทธิภาพการทำงาน, นักบัญชีบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการปฏิบัติงานด้านบัญชี โดยสามารถช่วยประมวลผลข้อมูล ลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน เพิ่มความถูกต้อง และสนับสนุนการตัดสินใจของนักบัญชี อย่างไรก็ตาม การนำ AI มาใช้ให้เกิดประสิทธิผลขึ้นอยู่กับการรับรู้ถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีของผู้ใช้งาน การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการรับรู้ประโยชน์ของ AI ของนักบัญชี 2) ศึกษาระดับประสิทธิภาพการทำงานของนักบัญชี และ
3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ประโยชน์ของ AI กับประสิทธิภาพการทำงานของนักบัญชี
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ บุคลากรด้านบัญชีที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานภาครัฐ บริษัทเอกชน และสำนักงานบัญชี จำนวน 400 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของ Yamane เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ระหว่าง 0.67–1.00 และมีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคด้านการรับรู้ประโยชน์ของ AI เท่ากับ 0.89 และด้านประสิทธิภาพการทำงานเท่ากับ 0.91 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน
ผลการวิจัย: พบว่า การรับรู้ประโยชน์ของ AI ของนักบัญชีโดยรวมอยู่ในระดับมาก (= 4.37, S.D. = 0.60) และประสิทธิภาพการทำงานของนักบัญชีโดยรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.33, S.D. = 0.61) ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า การรับรู้ประโยชน์ของ AI มีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับสูงกับประสิทธิภาพการทำงานของนักบัญชีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (r = 0.720, p < .01)
สรุปผล: การรับรู้ประโยชน์ของ AI มีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพการทำงานของนักบัญชี กล่าวคือ เมื่อนักบัญชีรับรู้ว่า AI มีประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานมากขึ้น ประสิทธิภาพในการทำงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น องค์กรควรส่งเสริมการประยุกต์ใช้ AI อย่างเหมาะสม ควบคู่กับการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและ AI ของบุคลากร เพื่อยกระดับคุณภาพ ความถูกต้อง และประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด้านบัญชี
เอกสารอ้างอิง
Ajzen, I. (1991). The theory of planned behavior. Organizational Behavior and Human Decision Processes, 50(2), 179–211.
Davis, F. D. (1989). Perceived usefulness, perceived ease of use, and user acceptance of information technology. MIS Quarterly, 13(3), 319–340.
Davis, F. D., Bagozzi, R. P., & Warshaw, P. R. (1989). User acceptance of computer technology: A comparison of two theoretical models. Management Science, 35(8), 982–1003.
Dwivedi, Y. K., Hughes, L., Baabdullah, A. M., Ribeiro-Navarrete, S., Giannakis, M., Al-Debei, M. M., Dennehy, D., Metri, B., Buhalis, D., Cheung, C. M. K., Conboy, K., Doyle, R., Dubey, R., Dutot, V., Felix, R., Goyal, D. P., Gustafsson, A., Hinsch, C., Jebabli, I., ... Wamba, S. F. (2021). Artificial intelligence (AI): Multidisciplinary perspectives on emerging challenges, opportunities, and agenda for research, practice and policy. International Journal of Information Management, 57, 101994.
Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., & Anderson, R. E. (2019). Multivariate data analysis (8th ed.). Cengage Learning.
Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology, 140, 1–55.
Robbins, S. P., & Judge, T. A. (2023). Organizational behavior (19th ed.). Pearson.
Sutton, S. G., Holt, M., & Arnold, V. (2016). “The reports of my death are greatly exaggerated”—Artificial intelligence research in accounting. International Journal of Accounting Information Systems, 22, 60–73.
Venkatesh, V., Morris, M. G., Davis, G. B., & Davis, F. D. (2003). User acceptance of information technology: Toward a unified view. MIS Quarterly, 27(3), 425–478.
Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed.). Harper & Row.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์. (2565). แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พ.ศ. 2565–2570.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2566–2570. สำนักนายกรัฐมนตรี.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal for Developing the Social and Community

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ


