วงวาดเรื่องเล่า: ศิลปะแห่งการสร้างพลังใจและบ่มเพาะภูมิคุ้มกันใจให้กับผู้เรียน
คำสำคัญ:
วงวาดเรื่องเล่า, ภูมิคุ้มกันใจ, ศิลปะเป็นฐาน, การเล่าเรื่อง, การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ในระบบการศึกษาปัจจุบัน ผู้เรียนต้องเผชิญกับภาวะความเครียดสะสมที่ส่งผลกระทบต่อสภาวะจิตใจและความสามารถในการเรียนรู้ บทความวิชาการฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อนำเสนอ กรอบแนวคิดเชิงทฤษฎีและโมเดลกระบวนการนวัตกรรมสร้างเสริมพลังใจและความเข้มแข็งภายใน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับอาจารย์และนักการศึกษาในการนำไปประยุกต์ใช้สร้างพื้นที่ปลอดภัยระยะสั้นให้กับผู้เรียนท่ามกลางสภาวะวิกฤตทางอารมณ์ กระบวนการนี้ใช้ชื่อว่า "วงวาดเรื่องเล่า" (Mandala Storytelling) เป็นนวัตกรรมการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ที่บูรณาการศิลปะบำบัดเข้ากับจิตวิทยาเชิงเรื่องเล่า
ระเบียบวิธีการศึกษา: การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาและรวบรวมองค์ความรู้จากเอกสารทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับศิลปะบำบัดและการเล่าเรื่อง นำมาวิเคราะห์และสังเคราะห์ตามประเด็นวัตถุประสงค์การศึกษา และใช้วิธีการนำเสนอเชิงพรรณนาความถึงรูปแบบและกระบวนการเชิงนวัตกรรม
ผลการศึกษา: แนวทางการสร้างเสริมพลังใจด้วยกระบวนการ "วงวาดเรื่องเล่า" คือการสร้างพื้นที่วงกลมเป็นขอบเขตที่ปลอดภัยในการจัดระเบียบความคิดและอารมณ์ โดยมีขั้นตอนการปฏิบัติดังนี้ (1) การกำหนดขอบเขต: ใช้รูปทรงวงกลมเป็นพื้นที่รองรับอารมณ์ความรู้สึกที่กระจัดกระจาย (2) การระบายสีและสัญลักษณ์: ให้ผู้เรียนถ่ายทอดประสบการณ์ภายในผ่านเส้น สี และสัญลักษณ์ เพื่อลดกลไกการป้องกันตนเองทางอารมณ์ (3) การถอดบทเรียน: สำรวจตัวตนผ่านเรื่องเล่าในวงวาดเพื่อนิยามความหมายใหม่ให้กับอุปสรรคชีวิต และ (4) การสะท้อนคิด: เชื่อมโยงประสบการณ์ที่สร้างสรรค์สู่การยอมรับตนเอง กระบวนการที่ประกอบด้วยการสร้างสรรค์ศิลปะอย่างเป็นระบบนี้ จะช่วยบ่มเพาะคุณลักษณะสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การตระหนักรู้ในตนเอง การเห็นคุณค่าในอดีต และการมองเห็นหนทางไปข้างหน้า ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของภูมิคุ้มกันใจที่ยั่งยืน
สรุปผล: การฝึกปฏิบัติผ่าน "วงวาดเรื่องเล่า" ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางอารมณ์และเอาชนะภาวะความเครียดได้ การใช้ศิลปะเป็นฐานร่วมกับการเล่าเรื่องส่งผลให้ผู้เรียนมีทักษะการปรับตัวและมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่แข็งแกร่งขึ้น ถือเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับนักการศึกษาและนักจิตวิทยาในการสร้างห้องเรียนที่เอื้อต่อการเติบโตจากภายในอย่างแท้จริง
เอกสารอ้างอิง
กรมสุขภาพจิต. (2569). รายงานสถิติสุขภาพจิตนักศึกษาและวัยรุ่นไทยประจำปี 2569. นนทบุรี:กระทรวงสาธารณสุข.
ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย. (2568). มาตรฐานการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาตามแนวคิด Earn and Learn. กรุงเทพฯ: ทปอ.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2568). รายงานการสำรวจความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลของประชากรไทย ปี พ.ศ. 2568. กรุงเทพฯ: กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.
Bruner, J. (1987). Life as Narrative. Social Research, 54(1), 11-32.
Dweck, C. S. (2017). Mindset: The new psychology of success (Updated ed.). Ballantine Books.
Fincher, S. F. (1991). Creating Mandalas: For Insight, Healing, and Self-Expression. Boston: Shambhala.
Frankl, V. E. (1946). Man’s Search for Meaning. Boston: Beacon Press.
Jung, C. G. (1968). Analytical Psychology: Its Theory and Practice. New York: Pantheon Books.
Malchiodi, C. A. (2007). The Art Therapy Sourcebook. New York: McGraw-Hill.
Malchiodi, C. A. (2012). Art Therapy and the Brain. In C. A. Malchiodi (Ed.), Handbook of Art Therapy (2nd ed.). New York: Guilford Press.
Naumburg, M. (1966). Dynamically Oriented Art Therapy: Its Principles and Practice. New York: Grune & Stratton.
Ricoeur, P. (1992). Oneself as Another (K. Blamey, Trans.). Chicago: University of Chicago Press.
Scheff, T. J. (1979). Catharsis in Ritual, Adult, and Therapy. Berkeley: University of California Press.
Snellgrove, D. L. (1959). The Hevajra Tantra: A Critical Study. London: Oxford University Press.
Winnicott, D. W. (1965). The Maturational Processes and the Facilitating Environment. New York: International Universities Press.
Yalom, I. D. (2020). Existential Psychotherapy. (Reprint Edition). New York: Basic Books.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal for Developing the Social and Community

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ


