บทบาทศาลยุติธรรมกับการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค
คำสำคัญ:
บทบาทศาลยุติธรรม, คดีผู้บริโภค, สิทธิผู้บริโภค, ดุลพินิจ, นวัตกรรม, เทคโนโลยี, พลวัต, ปฏิรูปบทคัดย่อ
โลกยุคโลกาภิวัตน์เป็นยุคข้อมูลข่าวสารที่เปลี่ยนแปลงและปฏิสัมพันธ์อย่างมีพลวัตตามการพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสารที่รวดเร็วและกระจายเป็นวงกว้างเชื่อมโยงการเมือง การทหาร เศรษฐกิจ สังคม ระหว่างผู้คน ชุมชน และรัฐที่อยู่ห่างไกลกันให้สามารถติดต่อถึงกันและกัน มีนวัตกรรมในด้านต่างๆ เกิดขึ้นมากมายโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจการค้าที่มีการแข่งขันสูงผู้ประกอบธุรกิจได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาพัฒนากระบวนการผลิตและการตลาดด้วยกลวิธีที่สลับซับซ้อนในขณะที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ในเรื่องคุณภาพสินค้าหรือบริการ และขาดอำนาจในการต่อรองเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าหรือบริการที่เท่าเทียม ตลอดจนไม่อาจเท่าทันความรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่ของผู้ประกอบธุรกิจทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ได้รับความเสียหายเป็นประจำ ลำพังกฎหมายที่ออกโดยอาศัยแนวความคิดของการทำสัญญาบนพื้นฐานของทฤษฎีเสรีภาพในการแสดงเจตนา และหลักความศักดิ์สิทธิ์แห่งการแสดงเจตนาหรือทฤษฎีความรับผิดเฉพาะคู่สัญญา รวมทั้งหลักกฎหมายทั่วไปในเรื่องซื้อขายที่ว่า “หลักผู้ซื้อต้องระวัง” ไม่อาจคุ้มครองสิทธิของบริโภคได้อย่างแท้จริง ในทางสากลรัฐต่างๆ จึงจำเป็นต้องเข้าแทรกแซงกลไกการตลาดของระบบเศรษฐกิจทุนนิยมเสรีเพียงเท่าที่จะรักษาดุลยภาพทางสังคมให้เกิดความสงบเรียบร้อยภายใต้หลักนิติธรรม สำหรับประเทศไทยก็เช่นกันได้มีกฎหมายเพื่อการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคใช้บังคับมาตั้งแต่ปี 2522 แล้ว ส่วนการบังคับใช้กฎหมายกรณีมีข้อพิพาทในคดีผู้บริโภคกำหนดให้ศาลยุติธรรมมีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการพิจารณาพิพากษาคดีผู้บริโภค แต่เนื่องจากระบบกฎหมายของไทยใช้ระบบกฎหมายลายลักษณ์อักษรหรือระบบประมวลกฎหมาย บทบาทของศาลในการพิจารณาคดีผู้บริโภคเพื่อค้นหาความจริงกลับเน้นหนักไปทางระบบกล่าวหา แม้ในระยะต่อมามีกฎหมายวิธีสบัญญัติสำหรับคดีผู้บริโภคไว้โดยเฉพาะให้ศาลมีบทบาทในการค้นหาความจริงเหมือนในระบบไต่สวนแล้วก็ตาม แต่เนื่องจากผู้พิพากษายังคงคุ้นชินกับบทบาทความเป็นกลางอย่างเคร่งครัดจากวิธีพิจารณาในระบบกล่าวหาทำให้การพิจารณาในบางคดีบางครั้งพยานหลักฐานในสำนวนคดีที่มีความ
สลับซับซ้อนอาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมดเป็นผลให้การใช้ดุลพินิจวินิจฉัยชี้ขาดคดีไม่ได้รับการยอมรับถูกวิพากษ์วิจารณ์จากผู้เกี่ยวข้องและนักวิชาการด้านกฎหมายและการแพทย์ ในขณะที่กลไกการบริหารจัดการคดีประเภทนี้ของศาลยังไม่สามารถเตรียมการให้พร้อมดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งด้านนวัตกรรมการบริหารจัดการคดีและศักยภาพของบุคลากรที่เกี่ยวข้องโดยตรง
บทความนี้มุ่งเสนอแนวทางการพัฒนาบทบาทของศาลยุติธรรมกับการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคในโลกยุคใหม่ที่จะส่งผลให้การอำนวยความยุติธรรมโดยยึดมั่นในหลักนิติธรรมอันเป็นบทบาทหลักของศาลยุติธรรมเป็นการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคตามเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างแท้จริง โดยมีข้อเสนอมีข้อเสนอให้ศาลแสดงบทบาทนำด้านการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมสำหรับคดีผู้บริโภค ดังนี้
- ปรับปรุงและพัฒนาการบริหารงานโดยจัดให้มีหน่วยงานกลางรับผิดชอบคดีผู้บริโภคทำหน้าที่รวบรวมปัญหาการบริหารจัดการคดีเพื่อการวิจัยและพัฒนา (R&D) ให้การพิจารณาคดีผู้บริโภคของศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคเป็นเอกภาพ และถ่ายทอดองค์ความรู้ดังกล่าวสู่ศาลชั้นต้นอย่างต่อเนื่องมีหลักเกณฑ์การใช้ดุลพินิจที่ชัดเจนให้ยึดถือเป็นมาตรฐานเดียวเดียวกัน
- ปรับปรุงและพัฒนาการบริหารงานบุคคลโดยพัฒนาศักยภาพของผู้พิพากษาที่ทำหน้าที่พิจารณาคดีผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องให้เกิดความเชี่ยวชาญเฉพาะตามลักษณะคดี เช่น ด้านเศรษฐกิจการเงินการธนาคาร ด้านเทคนิควิศวกรรม เป็นต้น รวมทั้งสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาให้เกิดองค์ความรู้ตามลักษณะคดีที่หลากหลาย พัฒนาคู่มือในการปฏิบัติหน้าที่ในคดีผู้บริโภคสำหรับผู้พิพากษาให้ทันสมัยเพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจวินิจฉัยชี้ขาดคดีเป็นมาตรฐานเดียวกัน
- พัฒนาศักยภาพของเจ้าพนักงานคดีอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งกระตุ้นให้มีการพัฒนางานประจำไปสู่การวิจัย (Routine to Research) เพื่อนำผลงานวิจัยนั้นไปพัฒนางานประจำเป็นผลให้เกิดการพัฒนาคนและงานสู่องค์การแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization)
- ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อเพิ่มช่องทางสำหรับการดำเนินคดีผู้บริโภคตั้งแต่ชั้นยื่นคำฟ้อง คำร้องต่างๆ เกี่ยวกับคดีผ่านช่องทางดังกล่าวโดยคู่ความไม่ต้องเดินทางมาศาลเพื่อให้เป็นไปตามหลักความรวดเร็ว ประหยัด และประสิทธิภาพ แอพพลิเคชั่นควรมีข้อมูลที่ทันสมัยให้ความรู้แก่ผู้บริโภคด้านการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างรอบด้าน
เอกสารอ้างอิง
จุลชีพ ชินวรรโณ. (2560). โลกในศตวรรษที่ 21 กรอบการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ. [Online] https://www.se-ed.com/product.ทำเนียบตุลาการศาลยุติธรรม 125 ปี. [13 กุมภาพันธ์ 2560]
ราชกิจจานุเบกษา. (2551). พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551. กรุงเทพฯ : สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ราชกิจจานุเบกษา. (2560). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560.กรุงเทพฯ : สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ศูนย์วิชาการงานคดี. (2551). ข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานคดีในคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551.
ศูนย์วิชาการงานคดี. (2556). ข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาว่าด้วยแนวทางการนำสืบพยานหลักฐานและการสืบพยานบุคคลที่อยู่นอกศาลโดยระบบการประชุมทางจอภาพ พ.ศ. 2556
ศูนย์วิชาการงานคดี. (2560). ข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการยื่น ส่ง และรับคำคู่ความและเอกสารทางระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2560
สำนักงานศาลยุติธรรม กองสารนิเทศและประชาสัมพันธ์. สื่อศาล ประจำวันที่ 6 กันยายน 2560 (ฉบับที่ 2). [Online] https://www.iprd.coj.go.th/doc/data/iprd/iprd_1504672939.pdf. [13 กุมภาพันธ์ 2560]
สำนักงานศาลยุติธรรม. (2560). แผนยุทธศาสตร์ศาลยุติธรรม พ.ศ. 2561 -2564. [Online] https://www. coj.go.th/home/file/str61_64coj.pdf[13 พฤษภาคม 2560].
สำนักงานศาลยุติธรรม. (2560). รายงานสถิติคดีของศาลทั่วราชอาณาจักร. [Online] https://www. coj.go.th/home/.[13 พฤษภาคม 2560].
อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์. (2560). บทวิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาคดีทางการแพทย์น้องหมิว โดยอดีตตุลาการและปรมาจารย์กฎหมายมหาชน. [Online] https://thaipublica.org/2016/04/medical-malpractice-cases-
12498-2558-1/ [13 พฤษภาคม 2560].
United Nations Guidelines for Consumer Protection (as expanded in 1999). [Online] https://www.un.org/esa/sustdev/publications/consumption_en.pdf. [18 April 2017].
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ
