เกี่ยวกับวารสาร

 

ข้อมูลทั่วไปของวารสาร

วารสาร Journal for Developing the Social and Community 

ชื่อเดิม: Journal of Research and Development Institute, Rajabhat Maha Sarakham University โดยมีเลข ISSN เดิมคือ ISSN 2697-4681 สำหรับฉบับพิมพ์ และ ISSN 2697-469X สำหรับฉบับออนไลน์

ชื่อปัจจุบัน: Journal for Developing the Social and Community และมีเลข ISSN ออนไลน์ใหม่คือ ISSN 3056-9672

วารสารนี้อยู่ภายใต้การดำเนินงานของสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มีเป้าหมายสำคัญในการเป็นพื้นที่กลางสำหรับเผยแพร่องค์ความรู้ งานวิจัย และบทความวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคม ชุมชน และศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง โดยเปิดรับบทความจากทั้งบุคลากรภายในและภายนอกสถาบัน

ทะเบียนองค์กรวิจัยระดับสากล (ROR)

https://ror.org/03n273w86 

 

วัตถุประสงค์และขอบเขต

วารสารเพื่อการพัฒนาสังคมและชุมชน (The Journal for Developing the Social and Community) เป็นวารสารวิชาการที่อุทิศให้กับการตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการในสาขาวิทยาศาสตร์สังคมและสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง วารสารนี้ทำหน้าที่เป็นเวทีสำหรับนักวิจัย นักวิชาการ คณาจารย์ นักศึกษาบัณฑิต และนักวิชาการอิสระในการเผยแพร่ผลการวิจัย การอภิปรายเชิงทฤษฎี บทวิจารณ์ทางวิชาการ และความรู้ที่ส่งเสริมการพัฒนาสังคมและชุมชน

วารสารยินดีรับต้นฉบับในสาขาต่อไปนี้:

- วิทยาศาสตร์สังคม
- สังคมวิทยา
- มนุษยศาสตร์
- มานุษยวิทยา
- รัฐศาสตร์
- รัฐประศาสนศาสตร์
- นิติศาสตร์
- วิทยาการจัดการ
- บริหารธุรกิจ
- เศรษฐศาสตร์
- การศึกษา
- ศาสนา
- ปรัชญา
- ภาษาศาสตร์
- การศึกษาประยุกต์
- สหวิทยาการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคมและชุมชน

กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ คณาจารย์ นักศึกษา นักวิจัย และนักวิชาการจากทั้งภายในและภายนอกสถาบัน

 

ประเภทบทความที่รับตีพิมพ์

วารสารรับพิจารณาบทความหลายประเภท ได้แก่

บทความวิจัย เป็นบทความที่นำเสนอผลการศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบ มีวัตถุประสงค์ วิธีดำเนินการวิจัย ผลการวิจัย การอภิปรายผล และข้อเสนอแนะที่ชัดเจน

บทความต้นฉบับหรือบทความวิชาการ เป็นบทความที่เสนอแนวคิด ทฤษฎี มุมมอง หรือข้อวิเคราะห์ใหม่ ๆ ที่มีคุณค่าทางวิชาการ

บทความปริทัศน์ เป็นบทความที่รวบรวม วิเคราะห์ และสังเคราะห์องค์ความรู้จากเอกสาร งานวิจัย หรือทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เห็นแนวโน้ม ช่องว่าง หรือทิศทางขององค์ความรู้ในสาขานั้น

บทวิจารณ์หนังสือ เป็นบทความที่นำเสนอการวิเคราะห์และประเมินคุณค่าของหนังสือทางวิชาการ โดยพิจารณาทั้งเนื้อหา แนวคิด วิธีนำเสนอ และประโยชน์ต่อวงวิชาการ

 

ภาษาในการตีพิมพ์

วารสารเปิดรับบทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการเผยแพร่องค์ความรู้ให้เข้าถึงผู้อ่านได้กว้างขึ้น ทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ การเปิดรับบทความภาษาอังกฤษยังช่วยสนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับนักวิชาการจากต่างประเทศ และเพิ่มศักยภาพของวารสารในการเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลทางวิชาการในอนาคต

 

กำหนดการเผยแพร่

วารสารเผยแพร่ปีละ 3 ฉบับ โดยแบ่งรอบการเผยแพร่ดังนี้

ฉบับที่ 1 เผยแพร่ระหว่างเดือนมกราคมถึงเมษายน
ฉบับที่ 2 เผยแพร่ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม
ฉบับที่ 3 เผยแพร่ระหว่างเดือนกันยายนถึงธันวาคม

การเผยแพร่ปีละ 3 ฉบับช่วยให้วารสารสามารถรองรับบทความได้มากขึ้น และทำให้ผลงานวิชาการได้รับการเผยแพร่อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

 

ประวัติและพัฒนาการของวารสาร

วารสารก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2557 โดยสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เดิมใช้ชื่อว่า Journal of Research for Social and Community Development, Rajabhat Maha Sarakham University และเผยแพร่ปีละ 2 ฉบับ หรือทุก 6 เดือนต่อฉบับ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2560 วารสารได้เปลี่ยนชื่อเป็น Journal of Research and Development Institute, Rajabhat Maha Sarakham University เพื่อสะท้อนบทบาทของสถาบันวิจัยและพัฒนาในฐานะหน่วยงานหลักที่ดูแลการเผยแพร่ผลงานวิชาการ

ในปี พ.ศ. 2561 วารสารได้รับการรับรองในฐานข้อมูล TCI หรือ Thai-Journal Citation Index Centre และเริ่มใช้งานระบบ ThaiJo ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มวารสารอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย อีกทั้งยังปรากฏในฐานข้อมูล Google Scholar ทำให้ผลงานที่ตีพิมพ์สามารถค้นหาและอ้างอิงได้สะดวกมากขึ้น

ในปี พ.ศ. 2564 วารสารได้ปรับรูปแบบรายการอ้างอิงเป็นอักษรโรมัน และเปลี่ยนกำหนดการเผยแพร่เป็นปีละ 3 ฉบับ เพื่อยกระดับมาตรฐานการตีพิมพ์และเพิ่มความต่อเนื่องในการเผยแพร่ผลงานวิชาการ

 

นโยบายการประเมินบทความ

วารสารใช้กระบวนการประเมินแบบ Double-Blind Review หมายถึง ผู้เขียนและผู้ประเมินจะไม่ทราบชื่อหรือข้อมูลระบุตัวตนของกันและกันตลอดกระบวนการประเมิน วิธีนี้ช่วยลดอคติและเพิ่มความเป็นธรรมในการพิจารณาบทความ

บทความทุกประเภทจะได้รับการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของผู้ประเมิน ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ ความเป็นกลาง การไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ความรอบคอบ และความสามารถในการให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เขียน

 

นโยบายและกระบวนการประเมินบทความ

(Peer Review Policy and Process)

วารสาร Journal for Developing the Social and Community มุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานทางวิชาการในระดับสูง โดยยึดหลักความโปร่งใส ความเป็นธรรม และความซื่อสัตย์ทางวิชาการในกระบวนการตีพิมพ์ บทความทุกเรื่องที่ส่งมายังวารสารจะต้องผ่านกระบวนการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพ ความเป็นต้นฉบับ ความถูกต้องทางวิชาการ และความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของวารสาร

  1. นโยบายการประเมินบทความ

วารสารใช้ระบบการประเมินแบบ ปกปิดข้อมูลสองฝ่าย (Double-Blind Peer Review) โดย

  • ผู้ทรงคุณวุฒิไม่ทราบชื่อหรือสังกัดของผู้นิพนธ์
  • ผู้นิพนธ์ไม่ทราบตัวตนของผู้ทรงคุณวุฒิ
  • การสื่อสารทั้งหมดดำเนินการผ่านกองบรรณาธิการ
  • ไม่อนุญาตให้มีการติดต่อโดยตรงระหว่างผู้นิพนธ์และผู้ประเมิน

ระบบดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความเป็นกลาง ลดอคติ และให้การพิจารณาบทความเป็นไปตามคุณค่าทางวิชาการเป็นสำคัญ

  1. วัตถุประสงค์ของการประเมินบทความ

กระบวนการประเมินบทความมีวัตถุประสงค์เพื่อ

  • ประเมินความเป็นต้นฉบับและคุณค่าทางวิชาการ
  • ตรวจสอบความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของเนื้อหา
  • พิจารณาความเหมาะสมของระเบียบวิธีวิจัย
  • ตรวจสอบความชัดเจน ความต่อเนื่อง และโครงสร้างของบทความ
  • พิจารณาความสอดคล้องกับขอบเขตของวารสาร
  • ปรับปรุงคุณภาพบทความผ่านข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์
  • ป้องกันการตีพิมพ์บทความที่มีการคัดลอกผลงานหรือข้อบกพร่องทางวิชาการ
  1. การตรวจสอบเบื้องต้นโดยกองบรรณาธิการ

บทความทุกเรื่องจะได้รับการตรวจสอบเบื้องต้นก่อนส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิ โดยพิจารณา

  • ความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และขอบเขตวารสาร
  • การจัดรูปแบบตามที่วารสารกำหนด
  • ความครบถ้วนขององค์ประกอบบทความ
  • การใช้ภาษาทางวิชาการที่เหมาะสม
  • ความเพียงพอของเอกสารอ้างอิง
  • การปฏิบัติตามจริยธรรมการตีพิมพ์
  • การไม่เคยตีพิมพ์มาก่อน
  • การไม่มีการคัดลอกหรือความซ้ำซ้อนเกินสมควร

บทความที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดอาจถูกส่งกลับเพื่อแก้ไข หรือปฏิเสธโดยไม่เข้าสู่กระบวนการประเมิน

  1. การตรวจสอบการคัดลอกผลงาน

บทความทุกเรื่องจะได้รับการตรวจสอบความซ้ำซ้อนด้วยโปรแกรมที่เชื่อถือได้

หากพบความผิดปกติ วารสารอาจดำเนินการดังนี้

  • ขอคำชี้แจงจากผู้นิพนธ์
  • ให้แก้ไขและอ้างอิงแหล่งที่มาให้ถูกต้อง
  • ส่งกลับเพื่อปรับปรุงเนื้อหา
  • ปฏิเสธบทความ หากพบการคัดลอกอย่างชัดเจน
  1. การคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ

บทความที่ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นจะถูกส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญพิจารณา โดยพิจารณาจาก

  • ความเชี่ยวชาญเฉพาะสาขา
  • ประสบการณ์ด้านวิจัย
  • ความเหมาะสมกับเนื้อหาบทความ
  • การไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
  • ความสามารถในการให้ข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์

บทความแต่ละเรื่องจะได้รับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 2 ท่าน

  1. การรักษาความลับ

บทความทั้งหมดที่อยู่ระหว่างการประเมินถือเป็นข้อมูลลับ ผู้ทรงคุณวุฒิต้องไม่

  • เปิดเผยบทความแก่บุคคลอื่น
  • ใช้ข้อมูลเพื่อประโยชน์ส่วนตน
  • เปิดเผยตัวตนของตนเอง
  • ติดต่อผู้นิพนธ์โดยตรง

ในขณะเดียวกัน ผู้นิพนธ์ต้องไม่พยายามระบุตัวตนของผู้ประเมิน

  1. เกณฑ์การประเมินบทความ

ผู้ทรงคุณวุฒิจะพิจารณาบทความจากเกณฑ์ต่อไปนี้

7.1 ความเป็นต้นฉบับและคุณค่า

7.2 ความสอดคล้องกับขอบเขตวารสาร

7.3 คุณภาพของระเบียบวิธีวิจัย

7.4 ความถูกต้องและความน่าเชื่อถือ

7.5 ความชัดเจนและการจัดโครงสร้าง

7.6 การทบทวนวรรณกรรมและเอกสารอ้างอิง

7.7 การปฏิบัติตามจริยธรรม

  1. ผลการประเมินบทความ

ผู้ทรงคุณวุฒิสามารถให้ข้อเสนอแนะดังนี้

  1. รับตีพิมพ์
  2. รับตีพิมพ์โดยแก้ไขเล็กน้อย
  3. แก้ไขมากและพิจารณาใหม่
  4. ปฏิเสธ
  5. การตัดสินใจของบรรณาธิการ

บรรณาธิการจะพิจารณาจาก

  • ความเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิ
  • คุณภาพบทความ
  • นโยบายวารสาร
  • หลักจริยธรรม

และมีมติเป็น

  • รับตีพิมพ์
  • ให้แก้ไข
  • ปฏิเสธ
  1. กระบวนการแก้ไขบทความ

ผู้นิพนธ์ต้อง

  • แก้ไขบทความตามข้อเสนอแนะ
  • ส่งต้นฉบับฉบับแก้ไข
  • จัดทำเอกสารชี้แจงการแก้ไข
  1. การประเมินบทความฉบับแก้ไข

บทความฉบับแก้ไขจะถูก

  • ตรวจสอบโดยบรรณาธิการ
  • หรือส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินซ้ำ
  1. การตอบรับตีพิมพ์

บทความจะได้รับการตอบรับเมื่อ

  • ผ่านการประเมิน
  • ผ่านการตรวจสอบการคัดลอก
  • ได้รับข้อเสนอแนะเชิงบวก
  • แก้ไขครบถ้วน
  • ผ่านการอนุมัติจากกองบรรณาธิการ
  1. ระยะเวลาโดยประมาณ
  • ตรวจสอบเบื้องต้น: 1 สัปดาห์
  • ประเมิน: 1–2 สัปดาห์
  • แจ้งผล: 1 สัปดาห์
  • แก้ไข: 1–3 สัปดาห์
  • ตรวจรอบสุดท้าย: 1 สัปดาห์
  1. ผลประโยชน์ทับซ้อน

ผู้ทรงคุณวุฒิและบรรณาธิการต้องเปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อน หากมีต้องถอนตัวจากการพิจารณา

  1. หน้าที่ของผู้ประเมิน

ผู้ประเมินต้อง

  • ให้ความเห็นอย่างเป็นธรรม
  • ยึดหลักวิชาการ
  • รักษาความลับ
  • แจ้งผลประโยชน์ทับซ้อน
  • ส่งผลการประเมินตรงเวลา
  1. หน้าที่ของผู้นิพนธ์ระหว่างการประเมิน

ผู้นิพนธ์ต้อง

  • ส่งผลงานต้นฉบับ
  • ไม่ส่งซ้ำ
  • ตอบข้อเสนอแนะอย่างครบถ้วน
  • เปิดเผยข้อมูลที่จำเป็น
  1. การจัดการการกระทำผิด

หากพบการกระทำผิด เช่น

  • คัดลอกผลงาน
  • ปลอมแปลงข้อมูล
  • ส่งบทความซ้ำ

วารสารจะดำเนินการตรวจสอบและอาจปฏิเสธทันที

  1. การแก้ไขและถอนบทความหลังตีพิมพ์

วารสารอาจดำเนินการ

  • แก้ไขบทความ
  • ถอนบทความ
  • แจ้งต่อสาธารณะ
  1. ความเป็นอิสระในการตัดสินใจ

การตัดสินใจขึ้นอยู่กับคุณภาพบทความเท่านั้น ไม่ขึ้นอยู่กับบุคคลหรือสังกัด

กระบวนการประเมินบทความของวารสารมุ่งเน้นให้บทความที่ตีพิมพ์มีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และเป็นไปตามจริยธรรม โดยใช้ระบบ Double-Blind Peer Review ควบคู่กับการตรวจสอบการคัดลอกและการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อยกระดับมาตรฐานทางวิชาการในสาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และการพัฒนาชุมชน

 

นโยบายการตรวจสอบการคัดลอกผลงาน

วารสารใช้ระบบ CopyCatch ในการตรวจสอบการคัดลอกผลงาน โดยต้นฉบับทุกเรื่องที่ส่งเข้ามาจะได้รับการตรวจสอบภายใน 24 ชั่วโมง หากพบว่ามีเนื้อหาซ้ำหรือมีการคัดลอกเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด วารสารอาจแจ้งให้ผู้เขียนแก้ไข ปรับปรุงการอ้างอิง เขียนใหม่ หรือปฏิเสธบทความทันที

เกณฑ์ที่วารสารกำหนดคือเนื้อหาซ้ำต้องไม่เกิน 10% ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการรักษาความซื่อสัตย์ทางวิชาการและคุณภาพของบทความที่ตีพิมพ์

 

นโยบายการเข้าถึงแบบเปิด

วารสารสนับสนุนการเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการแบบเปิด หรือ Open Access ผู้อ่านสามารถอ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา และเชื่อมโยงไปยังบทความฉบับเต็มได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ต้องเป็นการใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ถูกต้องตามกฎหมายและไม่ใช่เชิงพาณิชย์

นโยบายนี้ช่วยให้ผลงานวิจัยสามารถเข้าถึงได้กว้างขึ้น โดยเฉพาะนักศึกษา นักวิจัย ชุมชน และหน่วยงานต่าง ๆ ที่ต้องการใช้องค์ความรู้เพื่อการศึกษา การวิจัย หรือการพัฒนาท้องถิ่น

 

ลิขสิทธิ์และสัญญาอนุญาต

บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารยังคงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน หากบุคคลใดต้องการนำบทความไปเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากผู้เขียนก่อน นอกจากนี้ บทความที่ได้รับการตอบรับตีพิมพ์แล้วต้องไม่ปรากฏในแหล่งตีพิมพ์อื่นก่อนเผยแพร่ในวารสารนี้

วารสารเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License ซึ่งอนุญาตให้ผู้อ่านนำบทความไปใช้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ ต้องมีการอ้างอิงอย่างถูกต้อง และไม่ดัดแปลงเนื้อหา

 

ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ (Article Processing Charges: APCs)

วารสารเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์สำหรับบทความที่ได้รับการตอบรับ เพื่อนำไปใช้ในการสนับสนุนกระบวนการบริหารจัดการกองบรรณาธิการ การประเมินคุณภาพบทความ และการดำเนินงานด้านการตีพิมพ์เผยแพร่

อัตราค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์

กรณีผู้ส่งบทความสังกัดมหาวิทยาลัย

  • บทความภาษาไทย: 3,500 บาทต่อบทความ

  • บทความภาษาอังกฤษ: 4,000 บาทต่อบทความ

กรณีผู้ส่งบทความภายนอกมหาวิทยาลัย

  • บทความภาษาไทย: 4,000 บาทต่อบทความ

  • บทความภาษาอังกฤษ: 4,500 บาทต่อบทความ

ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ (APC) จะเรียกเก็บเฉพาะเมื่อบทความผ่านกระบวนการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) และได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์เรียบร้อยแล้วเท่านั้น โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในขั้นตอนการส่งบทความหรือระหว่างกระบวนการพิจารณาบทความ

ขั้นตอนการชำระค่าธรรมเนียม

เมื่อผู้เขียนได้รับหนังสือแจ้งการตอบรับบทความอย่างเป็นทางการแล้ว กรุณาชำระค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ผ่านการโอนเงินเข้าบัญชีของมหาวิทยาลัยตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • ธนาคาร: ธนาคารกรุงไทย

  • สาขา: เสริมไทยคอมเพล็กซ์

  • เลขที่บัญชี: 476-0-42091-6

  • ชื่อบัญชี: เงินฝากและประกัน มรม.

หมายเหตุสำคัญ

ผู้เขียนบทความควรติดต่อผู้ประสานงานวารสารก่อนดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ เพื่อยืนยันรายละเอียดและขั้นตอนการชำระเงินให้ถูกต้อง ทั้งนี้ ภายหลังจากชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ผู้เขียนต้องแนบหลักฐานการโอนเงินผ่านระบบวารสารในส่วน “Add Discussion” เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบและยืนยันการชำระเงิน

กรุณาโอนเงินเข้าบัญชีทางการของมหาวิทยาลัยตามรายละเอียดที่วารสารกำหนดเท่านั้น วารสารจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการโอนเงินเข้าบัญชีอื่นที่มิใช่บัญชีทางการของมหาวิทยาลัย

 

หน่วยงานเจ้าของวารสารและข้อมูลติดต่อ

วารสารดำเนินงานโดยสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ตั้งอยู่เลขที่ 80 ถนนนครสวรรค์ ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม 44000

อีเมลติดต่อ: rdi@rmu.ac.th
ผู้ประสานงานวารสารและเจ้าหน้าที่การเงิน: นายกฤษฎา แสนบัวคำ
โทรศัพท์: 089-944-8023

ประกาศวารสาร

เรื่อง นโยบายลิขสิทธิ์ ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ และแนวทางการดำเนินการเผยแพร่บทความ

เพื่อให้การดำเนินงานของวารสารเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และเป็นไปตามมาตรฐานทางวิชาการ วารสารจึงกำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ การจัดเตรียมต้นฉบับ ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ และการชำระเงิน ดังต่อไปนี

นโยบายลิขสิทธิ์ (Licensing Policy)

บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนี้ อยู่ภายใต้สัญญาอนุญาตแบบ
Creative Commons Attribution–NonCommercial–NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)

โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  • อนุญาตให้ผู้อ่านสามารถอ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก และเผยแพร่บทความได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
  • การนำไปใช้ต้องมีการอ้างอิงแหล่งที่มาอย่างถูกต้องและครบถ้วน
  • ห้ามนำบทความไปใช้ในเชิงพาณิชย์
  • ห้ามดัดแปลง แก้ไข หรือสร้างงานต่อยอดจากบทความต้นฉบับ

ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงองค์ความรู้ทางวิชาการอย่างกว้างขวาง ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิของผู้เขียน

  1. รูปแบบต้นฉบับบทความ (Template)

ผู้เขียนต้องจัดเตรียมบทความให้เป็นไปตามรูปแบบที่วารสารกำหนด เพื่อให้เกิดความเป็นมาตรฐานเดียวกันในการตีพิมพ์

สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มต้นฉบับได้ที่
https://drive.google.com/drive/folders/1TOKFxaobtOInS9Nsb58kT-pv0JtyPgYb?usp=sharing

ทั้งนี้ ผู้เขียนควรศึกษารายละเอียดและจัดรูปแบบบทความให้ถูกต้องก่อนการส่งบทความ เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในกระบวนการพิจารณา

 

ผู้ประสานงานด้านการเงินและวารสาร

นายกฤษฎา แสนบัวคำ
เจ้าหน้าที่การเงินและผู้จัดการวารสาร
โทรศัพท์: 089-944-8023

ทำหน้าที่ประสานงานด้านการชำระเงิน การเผยแพร่บทความ และให้คำแนะนำแก่ผู้เขียน

 

หน่วยงานเจ้าของและผู้รับผิดชอบวารสาร

สถาบันวิจัยและพัฒนา
มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

ที่อยู่: เลขที่ 80 ถนนนครสวรรค์ ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม 44000

อีเมล: rdi@rmu.ac.th
โทรศัพท์: 089-944-8023

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

เว็บไซต์สถาบันวิจัยและพัฒนา
http://research.rmu.ac.th/