Journal Information
หัวหน้ากองบรรณาธิการ
ผศ.ดร.วสันต์ ปินะเต
ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา
มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
E-mail: wasan.pi@rmu.ac.th
Google Scholar: Google Scholar Profile
วารสาร Journal for Developing the Social and Community จัดทำคำแนะนำสำหรับผู้นิพนธ์ฉบับนี้ขึ้น เพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมต้นฉบับ การส่งบทความ การจัดรูปแบบบทความ และการปฏิบัติตามมาตรฐานทางวิชาการและจริยธรรมการตีพิมพ์ ทั้งนี้ เพื่อให้กระบวนการพิจารณาบทความเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานของวารสาร
ผู้นิพนธ์ควรศึกษารายละเอียดให้ครบถ้วนก่อนส่งบทความ เนื่องจากบทความที่ไม่เป็นไปตามรูปแบบหรือข้อกำหนดของวารสาร อาจถูกส่งกลับเพื่อแก้ไข หรืออาจไม่ได้รับการพิจารณาเข้าสู่กระบวนการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ
วารสารรับพิจารณาบทความในกลุ่มสาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และสาขาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคมและชุมชน โดยครอบคลุมหัวข้อสำคัญ เช่น สังคมศาสตร์ สังคมวิทยา มนุษยศาสตร์ มานุษยวิทยา รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ นิติศาสตร์ วิทยาการจัดการ บริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ การศึกษา ศาสนา ปรัชญา ภาษาศาสตร์ การศึกษาเชิงประยุกต์ และสหสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง
บทความที่ส่งมายังวารสารควรมีคุณค่าทางวิชาการ มีความชัดเจนด้านวัตถุประสงค์ มีการนำเสนออย่างเป็นระบบ และสามารถก่อให้เกิดประโยชน์ต่อวงวิชาการ สังคม ชุมชน หรือการพัฒนานโยบายและการปฏิบัติในสาขาที่เกี่ยวข้อง
วารสารรับพิจารณาบทความประเภทต่าง ๆ ดังนี้
2.1 บทความวิจัย
เป็นบทความที่นำเสนอผลการวิจัยต้นฉบับ ซึ่งเกิดจากกระบวนการวิจัยอย่างเป็นระบบ มีการกำหนดวัตถุประสงค์ วิธีดำเนินการวิจัย การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล ผลการวิจัย การอภิปรายผล และข้อเสนอแนะอย่างชัดเจน
2.2 บทความวิชาการ
เป็นบทความที่นำเสนอแนวคิด ทฤษฎี การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ หรือข้อเสนอเชิงวิชาการ โดยอาศัยเอกสาร หลักฐาน แนวคิด หรือทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาองค์ความรู้หรือเสนอประเด็นใหม่ทางวิชาการ
2.3 บทความปริทัศน์
เป็นบทความที่รวบรวม วิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินองค์ความรู้จากงานวิจัยหรือวรรณกรรมที่มีอยู่ เพื่อแสดงให้เห็นพัฒนาการ แนวโน้ม ช่องว่างขององค์ความรู้ หรือแนวทางการศึกษาต่อไปในอนาคต
2.4 บทวิจารณ์หนังสือ
เป็นบทความที่นำเสนอการวิเคราะห์และวิจารณ์หนังสือทางวิชาการ โดยพิจารณาจากเนื้อหา แนวคิด วิธีการนำเสนอ จุดเด่น จุดจำกัด และคุณค่าทางวิชาการของหนังสือเล่มนั้น
บทความที่ส่งมายังวารสารต้องเป็นผลงานใหม่ ไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร หนังสือ เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ เว็บไซต์ หรือแหล่งเผยแพร่อื่นใดมาก่อน และต้องไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารหรือแหล่งตีพิมพ์อื่นในเวลาเดียวกัน
บทความต้องมีเนื้อหาถูกต้องตามหลักวิชาการ มีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลอย่างเหมาะสม ไม่มีการคัดลอกผลงานผู้อื่น ไม่มีการบิดเบือนข้อมูล และไม่มีการสร้างข้อมูลเท็จ ทั้งนี้ ผู้นิพนธ์ต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูล เนื้อหา การอ้างอิง และข้อสรุปที่ปรากฏในบทความของตนเอง
ผู้นิพนธ์สามารถส่งบทความผ่านระบบวารสารออนไลน์ ThaiJo ได้ที่
https://www.tci-thaijo.org/index.php/rdirmu/index
ก่อนส่งบทความ ผู้นิพนธ์ควรตรวจสอบว่าได้เตรียมเอกสารครบถ้วนตามที่วารสารกำหนด ได้แก่ ไฟล์ต้นฉบับบทความ ไฟล์ที่จัดรูปแบบตามแม่แบบวารสาร ข้อมูลผู้นิพนธ์ บทคัดย่อ คำสำคัญ เอกสารอ้างอิง และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ผู้นิพนธ์สามารถดาวน์โหลดแม่แบบบทความได้ที่
https://drive.google.com/drive/folders/1TOKFxaobtOInS9Nsb58kT-pv0JtyPgYb?usp=sharing
วารสารรับบทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
กรณีเขียนบทความภาษาไทย ควรใช้ภาษาไทยเชิงวิชาการที่ถูกต้อง ชัดเจน และเหมาะสม ควรหลีกเลี่ยงการใช้ภาษาพูดหรือถ้อยคำที่ไม่เป็นทางการ หากจำเป็นต้องใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ให้เขียนคำศัพท์ภาษาไทยก่อน แล้วตามด้วยคำศัพท์ภาษาอังกฤษในวงเล็บ
กรณีเขียนบทความภาษาอังกฤษ ควรใช้ภาษาอังกฤษเชิงวิชาการที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ มีความชัดเจน และเหมาะสมกับงานวิชาการ ผู้นิพนธ์ควรตรวจทานภาษา หรือให้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษตรวจสอบก่อนส่งบทความ
ต้นฉบับบทความต้องจัดทำด้วยโปรแกรม Microsoft Word และส่งเป็นไฟล์นามสกุล .doc หรือ .docx เท่านั้น
ข้อกำหนดทั่วไปในการจัดรูปแบบ ได้แก่
บทความวิชาการ บทความปริทัศน์ บทความวิจัย และบทวิจารณ์หนังสือ ควรมีความยาวไม่เกิน 15 หน้า โดยนับรวมชื่อเรื่อง ชื่อผู้นิพนธ์ บทคัดย่อ คำสำคัญ เนื้อหา ตาราง รูปภาพ แผนภูมิ เอกสารอ้างอิง และภาคผนวก หากมี
ผู้นิพนธ์ควรเขียนเนื้อหาให้กระชับ ชัดเจน และครบถ้วน โดยหลีกเลี่ยงการเขียนซ้ำซ้อนหรือการนำเสนอข้อมูลที่ไม่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ของบทความ
บทความวิจัยควรมีองค์ประกอบสำคัญดังต่อไปนี้
8.1 ชื่อเรื่อง
ชื่อเรื่องต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ควรมีความกระชับ ชัดเจน สื่อถึงประเด็นหลักของการวิจัย และไม่ควรใช้คำย่อที่ไม่เป็นที่รู้จักทั่วไป
8.2 ชื่อผู้นิพนธ์และสังกัด
ระบุชื่อผู้นิพนธ์ทุกคนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พร้อมหน่วยงานหรือสถาบันสังกัด และอีเมลสำหรับการติดต่อ โดยเฉพาะผู้นิพนธ์หลักหรือผู้รับผิดชอบบทความ
8.3 บทคัดย่อ
บทคัดย่อต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ควรสรุปสาระสำคัญของงานวิจัย ได้แก่ วัตถุประสงค์ วิธีดำเนินการวิจัย ผลการวิจัย และข้อสรุปหรือข้อเสนอแนะ ความยาวไม่ควรเกิน 500 คำ
8.4 คำสำคัญ
ระบุคำสำคัญทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จำนวนไม่เกิน 5 คำ คำสำคัญควรสะท้อนประเด็นหลัก ตัวแปรสำคัญ พื้นที่ศึกษา หรือแนวคิดหลักของบทความ
8.5 บทนำ
บทนำควรกล่าวถึงความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ช่องว่างขององค์ความรู้ เหตุผลที่ต้องศึกษา วัตถุประสงค์ของการวิจัย และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
8.6 ระเบียบวิธีวิจัย
ควรอธิบายวิธีดำเนินการวิจัยอย่างชัดเจน เช่น รูปแบบการวิจัย ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือวิจัย วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล และการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัย
8.7 ผลการวิจัย
นำเสนอผลการวิจัยตามลำดับวัตถุประสงค์อย่างชัดเจน อาจใช้ตาราง รูปภาพ หรือแผนภูมิประกอบเท่าที่จำเป็น โดยต้องอธิบายผลให้เข้าใจง่ายและไม่ซ้ำซ้อนกับข้อมูลในตารางหรือรูปภาพ
8.8 อภิปรายผล
อภิปรายผลโดยเชื่อมโยงผลการวิจัยกับแนวคิด ทฤษฎี หรืองานวิจัยที่เกี่ยวข้อง อธิบายว่าผลการวิจัยสอดคล้องหรือแตกต่างจากงานเดิมอย่างไร และมีเหตุผลทางวิชาการรองรับหรือไม่
8.9 ข้อเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะอาจแบ่งเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ หรือข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยในอนาคต โดยควรเชื่อมโยงกับผลการวิจัยอย่างชัดเจน
8.10 เอกสารอ้างอิง
รายการอ้างอิงต้องตรงกับการอ้างอิงในเนื้อหา และจัดรูปแบบตามหลัก APA Style
บทความวิชาการควรมีองค์ประกอบดังนี้
9.1 ชื่อเรื่อง
มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สื่อความหมายชัดเจน และสะท้อนสาระสำคัญของบทความ
9.2 ชื่อผู้นิพนธ์
ระบุชื่อผู้นิพนธ์ สังกัด และอีเมลให้ครบถ้วน
9.3 บทคัดย่อ
มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยสรุปที่มา วัตถุประสงค์ ประเด็นสำคัญ และข้อสรุปของบทความ ความยาวไม่ควรเกิน 250 คำ
9.4 คำสำคัญ
ระบุไม่เกิน 5 คำ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
9.5 บทนำ
อธิบายความเป็นมา ความสำคัญ ประเด็นปัญหา หรือข้อถกเถียงทางวิชาการที่นำไปสู่การเขียนบทความ
9.6 เนื้อหา
นำเสนอแนวคิด ทฤษฎี การวิเคราะห์ หรือข้อเสนอเชิงวิชาการอย่างเป็นระบบ อาจแบ่งเป็นหัวข้อย่อยตามความเหมาะสม
9.7 บทสรุป
สรุปสาระสำคัญของบทความ พร้อมเสนอข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือแนวทางศึกษาต่อ
9.8 เอกสารอ้างอิง
จัดทำตามรูปแบบที่วารสารกำหนด และต้องเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
บทวิจารณ์หนังสือควรประกอบด้วยข้อมูลทางบรรณานุกรมของหนังสือ ชื่อผู้วิจารณ์ และเนื้อหาการวิจารณ์
เนื้อหาควรครอบคลุมสาระสำคัญของหนังสือ จุดเด่น จุดจำกัด ความเหมาะสมของเนื้อหา คุณค่าทางวิชาการ และประโยชน์ต่อผู้อ่านหรือวงวิชาการ
ตาราง รูปภาพ แผนภูมิ แผนภาพ หรือภาพประกอบ ควรใช้เฉพาะเท่าที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับเนื้อหาโดยตรง ต้องมีหมายเลขกำกับและชื่อประกอบอย่างชัดเจน
ชื่อตาราง ชื่อแผนภูมิ ชื่อแผนภาพ ชื่อรูปภาพ หรือชื่อวัตถุอื่น ๆ ควรเขียนเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อสนับสนุนการสืบค้นและการนำบทความเข้าสู่ฐานข้อมูลในระดับสากล
หากนำตาราง รูปภาพ หรือข้อมูลจากแหล่งอื่นมาใช้ ต้องระบุแหล่งที่มาอย่างถูกต้อง และต้องได้รับอนุญาตตามเงื่อนไขของเจ้าของลิขสิทธิ์ หากจำเป็น
วารสารกำหนดให้ใช้รูปแบบการอ้างอิงตามหลัก APA Style โดยผู้นิพนธ์ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าการอ้างอิงในเนื้อหาและรายการอ้างอิงท้ายบทความมีความสอดคล้องกัน
สามารถศึกษารายละเอียด APA Style ได้ที่
เอกสารอ้างอิงควรเป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ มีความเกี่ยวข้องกับบทความ และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ เช่น หนังสือ บทความวารสาร วิทยานิพนธ์ เอกสารวิชาการ เว็บไซต์ทางการ รายงานวิจัย หรือเอกสารการประชุมวิชาการ
ผู้นิพนธ์ต้องปฏิบัติตามหลักจริยธรรมการตีพิมพ์อย่างเคร่งครัด โดยต้องรับรองว่าบทความเป็นผลงานต้นฉบับ ไม่มีการคัดลอกผลงาน ไม่มีการสร้างหรือบิดเบือนข้อมูล และมีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลอย่างถูกต้อง
ผู้นิพนธ์ต้องเปิดเผยแหล่งทุนสนับสนุนการวิจัยในส่วนกิตติกรรมประกาศ หากมี และต้องระบุผลประโยชน์ทับซ้อน หากมีความสัมพันธ์หรือเงื่อนไขใดที่อาจส่งผลต่อความเป็นกลางของบทความ
แนวปฏิบัติด้านจริยธรรมการตีพิมพ์สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก Committee on Publication Ethics หรือ COPE
https://publicationethics.org/
วารสารให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์ทางวิชาการ บทความที่ส่งเข้ามาจะได้รับการตรวจสอบความซ้ำซ้อนหรือการคัดลอกผลงาน หากพบว่ามีการคัดลอกผลงานโดยไม่มีการอ้างอิง หรือมีความซ้ำซ้อนเกินเกณฑ์ที่วารสารกำหนด บทความอาจถูกส่งกลับให้แก้ไข หรือถูกปฏิเสธการตีพิมพ์
ผู้นิพนธ์ควรตรวจสอบบทความของตนเองก่อนส่ง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกข้อความ แนวคิด ตาราง รูปภาพ และข้อมูลที่นำมาจากแหล่งอื่นได้รับการอ้างอิงอย่างถูกต้อง
บทความที่ส่งมายังวารสารจะผ่านกระบวนการตรวจสอบเบื้องต้นโดยกองบรรณาธิการ เพื่อตรวจสอบความครบถ้วนของเนื้อหา รูปแบบบทความ ความสอดคล้องกับขอบเขตวารสาร และความเหมาะสมสำหรับเข้าสู่กระบวนการประเมิน
บทความที่ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นจะถูกส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินตามกระบวนการประเมินแบบปกปิดข้อมูลผู้เขียนและผู้ประเมิน หรือ Double-Blind Peer Review เพื่อรักษาความเป็นกลางและความเป็นธรรมในการพิจารณา
ผลการพิจารณาอาจเป็น รับตีพิมพ์ รับตีพิมพ์โดยให้แก้ไขเล็กน้อย ให้แก้ไขมาก หรือปฏิเสธการตีพิมพ์
เมื่อได้รับข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิหรือกองบรรณาธิการ ผู้นิพนธ์ต้องปรับแก้บทความอย่างรอบคอบ และควรจัดทำคำชี้แจงการแก้ไขเพื่อระบุว่าได้ปรับแก้ตามข้อเสนอแนะในประเด็นใดบ้าง
การแก้ไขบทความควรดำเนินการภายในระยะเวลาที่วารสารกำหนด หากผู้นิพนธ์ไม่ส่งบทความฉบับแก้ไขภายในเวลาที่กำหนด อาจส่งผลให้กระบวนการพิจารณาล่าช้าหรือบทความถูกถอนออกจากกระบวนการพิจารณา
วารสารเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์สำหรับบทความที่ได้รับการตอบรับ เพื่อนำไปใช้ในการสนับสนุนกระบวนการบริหารจัดการกองบรรณาธิการ การประเมินคุณภาพบทความ และการดำเนินงานด้านการตีพิมพ์เผยแพร่
บทความภาษาไทย: 3,500 บาทต่อบทความ
บทความภาษาอังกฤษ: 4,000 บาทต่อบทความ
บทความภาษาไทย: 4,000 บาทต่อบทความ
บทความภาษาอังกฤษ: 4,500 บาทต่อบทความ
ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ (APC) จะเรียกเก็บเฉพาะเมื่อบทความผ่านกระบวนการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) และได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์เรียบร้อยแล้วเท่านั้น โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในขั้นตอนการส่งบทความหรือระหว่างกระบวนการพิจารณาบทความ
เมื่อผู้เขียนได้รับหนังสือแจ้งการตอบรับบทความอย่างเป็นทางการแล้ว กรุณาชำระค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ผ่านการโอนเงินเข้าบัญชีของมหาวิทยาลัยตามรายละเอียดดังต่อไปนี้
ธนาคาร: ธนาคารกรุงไทย
สาขา: เสริมไทยคอมเพล็กซ์
เลขที่บัญชี: 476-0-42091-6
ชื่อบัญชี: เงินฝากและประกัน มรม.
ผู้เขียนบทความควรติดต่อผู้ประสานงานวารสารก่อนดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ เพื่อยืนยันรายละเอียดและขั้นตอนการชำระเงินให้ถูกต้อง ทั้งนี้ ภายหลังจากชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ผู้เขียนต้องแนบหลักฐานการโอนเงินผ่านระบบวารสารในส่วน “Add Discussion” เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบและยืนยันการชำระเงิน
กรุณาโอนเงินเข้าบัญชีทางการของมหาวิทยาลัยตามรายละเอียดที่วารสารกำหนดเท่านั้น วารสารจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการโอนเงินเข้าบัญชีอื่นที่มิใช่บัญชีทางการของมหาวิทยาลัย
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารยังคงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้นิพนธ์ โดยวารสารเผยแพร่บทความภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution–NonCommercial–NoDerivatives 4.0 International License หรือ CC BY-NC-ND 4.0
รายละเอียดสัญญาอนุญาตสามารถศึกษาได้ที่
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/
ภายใต้สัญญาอนุญาตดังกล่าว ผู้อ่านสามารถอ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก และเผยแพร่บทความได้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาอย่างถูกต้อง และห้ามดัดแปลงเนื้อหาของบทความ
ก่อนส่งบทความ ผู้นิพนธ์ควรตรวจสอบรายการต่อไปนี้
เว็บไซต์วารสาร / ระบบ ThaiJo
https://www.tci-thaijo.org/index.php/rdirmu/index
แม่แบบบทความ
https://drive.google.com/drive/folders/1TOKFxaobtOInS9Nsb58kT-pv0JtyPgYb?usp=sharing
APA Style
https://apastyle.apa.org/
COPE Publication Ethics
https://publicationethics.org/
Creative Commons License CC BY-NC-ND 4.0
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/
เว็บไซต์สถาบันวิจัยและพัฒนา
http://research.rmu.ac.th/
Journal Information

ผศ.ดร.วสันต์ ปินะเต
ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา
มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
E-mail: wasan.pi@rmu.ac.th
Google Scholar: Google Scholar Profile
คู่มือการใช้งาน
สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม อาคารศูนย์กลางพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อพัฒนาท้องถิ่น (อาคาร41)
เลขที่ 80 ถนนนครสวรรค์ ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม 44000
นายกฤษฎา แสนบัวคำ (เจ้าหน้าที่การเงิน/ผู้จัดการวารสาร) มือถือ 089-944-8023
Website: http://research.rmu.ac.th
