การประยุกต์ใช้การแบ่งกลุ่มสินค้า ABC และ EOQ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินค้าคงคลังอุปกรณ์สำนักงาน: กรณีศึกษาบริษัท XYZ จำกัด

ผู้แต่ง

  • มณิการ์ จันทร์แก้ว สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
  • ถิรนันท์ ทิวาราตรีวิทย์ สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

คำสำคัญ:

การแบ่งกลุ่มสินค้า ABC, ปริมาณการสั่งซื้อที่เหมาะสม, จุดสั่งซื้อใหม่, ลดต้นทุน, อุปกรณ์สำนักงาน

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อวิเคราะห์การจัดกลุ่มอุปกรณ์สำนักงานตามความสำคัญด้วยหลักการแบ่งกลุ่มสินค้า ABC (2) เพื่อคำนวณหาปริมาณการสั่งซื้อที่เหมาะสม (EOQ) สำหรับอุปกรณ์สำนักงาน และ (3) เพื่อเปรียบเทียบต้นทุนการสั่งซื้อของกรณีศึกษาบริษัท XYZ จำกัด เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ โดยใช้ข้อมูลการสั่งซื้อย้อนหลัง 12 เดือน เก็บรวบรวมข้อมูลรายงานการสั่งซื้อสินค้า โดยใช้โปรแกรม Microsoft Excel และวิเคราะห์ผลด้วยการแบ่งกลุ่มสินค้า ABC ,วิเคราะห์ปริมาณการสั่งซื้อที่เหมาะสมด้วยสูตร EOQ และจุดสั่งซื้อใหม่ ROP

ผลการวิจัยพบว่า สินค้ากลุ่ม A จำนวน 4 รายการ มีมูลค่า 559,898.90 บาท คิดเป็นร้อยละ 76.31 ของมูลค่าทั้งหมด กลุ่ม B จำนวน 5 รายการ มีมูลค่า 145,349.87 บาท คิดเป็นร้อยละ 19.81 และกลุ่ม C จำนวน 7 รายการ                มีมูลค่า 28,435.25 บาท คิดเป็นร้อยละ 3.88 จากนั้นนำสินค้ากลุ่ม A และ B มาคำนวณหาปริมาณการสั่งซื้อที่เหมาะสมด้วยสูตร EOQ และจุดสั่งซื้อใหม่ ROP ซึ่งโดยการประยุกต์ใช้ EOQ สามารถลดต้นทุนรวมในการบริหารสินค้าคงคลังได้ 6,840.79 บาทต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 42.94 และช่วยกำหนดจุดสั่งซื้อที่เหมาะสม ลดปัญหาสินค้าขาดมือและสินค้าคงคลังมากเกินความจำเป็น การวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าการใช้เทคนิคการแบ่งกลุ่มสินค้า ABC ร่วมกับ EOQ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินค้าคงคลัง ลดต้นทุน และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เอกสารอ้างอิง

กิ่งกาญจน์ ผลิกะ และนพปฎล สุวรรณทรัพย์. (2559). การบริหารสินค้าคงคลังโดยการประยุกต์ใช้ทฤษฎี ABC Classification Analysis เทคนิค EOQ Model และวิธี Silver-Meal กรณีศึกษา บริษัท XYZ. วารสาร วิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 11(1), 102-114.

ชอพปรา, ซูนิล และ ไมน์เดิล, ปีเตอร์. (2546). การจัดการโซ่อุปทาน: กลยุทธ์ การวางแผน และการดำเนินงาน (วิทยา สุหฤทดำรง, ผู้แปล). เพียร์สัน เอ็ดดูเคชั่น อินโดไชน่า.

เฌอร์รฎา คุ้มถนอม และ ธัญภัส เมืองปัน. (2564). ปริมาณการสั่งซื้อวัตถุดิบหลักที่เหมาะสม กรณีศึกษา บริษัทผลิต เหล็กแท่งและเหล็กเส้นก่อสร้าง. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธนบุรี, 5(2), 1- 11.

ปรัชภรณ์ เศรษฐเสถียร และ กฤติยา เกิดผล. (2568). การวิเคราะห์ระบบการจัดการสินค้าคงคลังของบริษัทจำหน่ายวัสดุก่อสร้างโดยการประยุกต์ใช้ ABC Analysis. วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา, 15(2), 702–712.

ภราภรณ์ ทศพร. (2559). การปรับปรุงการบริหารวัตถุดิบคงคลัง กรณีศึกษาโรงงานผลิตชิ้นส่วนตลับลูกปืน. [การค้นคว้าอิสระวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

มนัสนันท์ เซี่ยงว่อง, ศิรวัชญ์ เพชรลาย, ณัฐพร ผูกพานิช และ ดำรง ถาวร. (2562). การปรับปรุงการบริหารสินค้าคง คลัง: กรณีศึกษาร้านดอนซากค้าวัสดุ. วารสารสหศาสตร์, 19(1), 50–82.

สุชาติ รัตนพงศ์. (2567). การวิเคราะห์ปริมาณการสั่งซื้อที่เหมาะสมโดยใช้โมเดล EOQ สำหรับสินค้ากลุ่ม A: กรณีศึกษา ในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์. วารสารวิจัยโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน, 13(1), 45–56.

Medina-Santana, J. A., & Cardenas-Barron, L. E. (2020). A new EOQ inventory model with transportation cost, carbon emissions, and discrete delivery times. Scientific Computing and Operational Research, 1(1), 17–29.

Ravinder, H., & Misra, R. B. (2014). ABC Analysis for Inventory Management: Bridging the Gap Between Research and Classroom. American Journal of Business Education, 7(3), 257–264.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

31-08-2025