ประสิทธิผลการสื่อสารเพื่อการถ่ายทอดความรู้ คุณประโยชน์ “สนามเด็กเล่น สร้างปัญญา” เพื่อการพัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับการรับรู้และการให้ความร่วมมือจากชุมชน

Main Article Content

กรวรรณ กฤตวรกาญจน์
สุธิชา ภิรมย์นุ่ม
พีรวิชญ์ คำเจริญ
ชญานิธิ แบร์ดี้

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาการสื่อสารในการถ่ายทอดความรู้ และคุณประโยชน์ “สนามเด็กเล่น สร้างปัญญา” ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2. เพื่อศึกษาการรับรู้ถึงประโยชน์และการให้ความร่วมมือในการสร้าง “สนามเด็กเล่น สร้างปัญญา” ของประชาชนในพื้นที่เป้าหมาย ผู้วิจัยใช้วิธีวิจัยเชิงปริมาณ โดยวิธีสำรวจด้วยวิธีการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่มประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่การควบคุมดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มีการจัดทำโครงการ “สนามเด็กเล่น สร้างปัญญา” ที่ได้รับการจัดตั้งเป็นศูนย์ฝึกอบรมด้านการเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กปฐมวัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั้งหมด 13 พื้นที่ รวม 455 คน ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างได้รับความรู้เรื่องคุณประโยชน์ “สนามเด็กเล่น สร้างปัญญา” จากนายกเทศมนตรี/นายกองค์การบริหารส่วนตำบล จากการประชุมของแกนนำหมู่บ้าน มากที่สุด และมีการนำมาพูดคุยกันในชุมชนกันบ่อย ๆ เมื่อได้พบปะกัน ส่วนข้อมูลที่คนในชุมชนรับรู้มากที่สุดคือ “สนามเด็กเล่น สร้างปัญญา” คือ ห้องเรียนกลางแจ้งเรียนที่สร้างเด็กให้เป็นคนดีง่าย ๆ จากการเล่นอย่างธรรมชาติ ดีกว่าเล่นกับของเล่นจากร้านค้า ด้านการรับรู้และความเข้าใจของชุมชนเรื่องคุณประโยชน์ของ “สนามเด็กเล่น สร้างปัญญา” ที่คนในชุมชนรับรู้มากที่สุด คือ สนามเด็กเล่นมีประโยชน์เพราะการเล่นสามารถสร้างสุข สร้างอิสระทางความคิดเป็นธรรมชาติ เด็กสนุกเพลิน มีจิตใจที่เป็นสุข ด้านการนำความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการไปปรับใช้หรือพัฒนาการปฏิบัติงาน ประชาชนได้นำความรู้ที่ได้รับไปสู่การปฏิบัติ/นำไปใช้ประโยชน์มีการนำความรู้จากเทศบาลไปเผยแพร่และดำเนินการต่อ และมีความพยายามนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาสนามเด็กเล่นต่อไปเรื่อย ๆ ด้านการให้ความร่วมมือในฐานะสมาชิกของชุมชน ชุมชนยินดีให้ความร่วมมือด้วยการใช้แรงลงแขกก่อสร้างตามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งความประสงค์ ด้านการมีส่วนร่วมส่วนบุคคล พบว่ายินดีให้สนับสนุนการสร้างสนามเด็กเล่น การเรียนนอกห้องเรียนที่ให้ความสำคัญของการเล่นด้วยการส่งลูกหลานเข้าเรียนที่ศูนย์เด็กเล็กในชุมชน ด้านพฤติกรรมต่อการใช้สนามเด็กเล่น พบว่า กิจกรรมที่ชอบและประทับใจในสนามเด็กเล่น คือฐานเรือสลัดลิงมากที่สุด เนื่องจากการเล่นทำให้เด็กสนุก มีกิจกรรมให้เด็ก ๆ ทำหลายอย่างได้เรียนรู้หลายด้าน โดยปัญหาที่พบจากการใช้งาน “สนามเด็กเล่น สร้างปัญญา" ของชุมชนมากที่สุด พบว่าส่วนใหญ่แล้วประชาชนคิดว่าไม่มีปัญหาแต่ยังคงพบข้อคิดเห็นว่าอยู่ไกลบ้านเกินไป เดินทางไม่สะดวกและขาดการซ่อมบำรุงที่ต่อเนื่อง

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
กฤตวรกาญจน์ ก., ภิรมย์นุ่ม . ส. ., คำเจริญ พ., & แบร์ดี้ ช. (2022). ประสิทธิผลการสื่อสารเพื่อการถ่ายทอดความรู้ คุณประโยชน์ “สนามเด็กเล่น สร้างปัญญา” เพื่อการพัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับการรับรู้และการให้ความร่วมมือจากชุมชน. วารสารการสื่อสารและสื่อบูรณาการ, 10(1), 204–234. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/masscomm/article/view/261251
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. (2562). กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย. สืบค้นเมื่อ 27 กันยายน 2564, จาก http://www.dla.go.th/upload/ebook/column/2019/9/2278_6112.pdf

จิราวรรณ ยิ้มปลื้ม. (2561). ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการสื่อสารในองค์กรของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.).

ดนยา สุเวทเวทิน. (2562). สนามเด็กเล่น สร้างปัญญาได้อย่างไร?. สืบค้นเมื่อ 20 ตุลาคม 2564. จาก http://https://www.thaihealth.or.th/Content/49244-ล่ามชุมชน+ตัวกลางเชื่อมกลุ่มชาติพันธุ์.html

ปฐม นวลคำ. (2560). การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จังหวัดแม่ฮ่องสอน. วารสารสุขภาพภาคประชาชน, 12(1) 36 - 45.

ปิยะนันท์ บุญณะโยไทย. (2556). การรับรู้ และทัศนคติ ของผู้บริโภคต่อสื่อกิจกรรมการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน). (นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.

ดารา ทีปะปาล. (2542). พฤติกรรมผู้บริโภค. กรุงเทพฯ: รุ่งเรืองสาส์นการพิมพ์.

นันทิยา หุตานุวัตร, ณรงค์ หุตานุวัตร. (2546) การพัฒนาองค์กรชุมชน. กรุงเทพฯ : สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน).

รัฐ กันภัย. (2558). การรับรู้ข่าวสาร และการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ส่งผลต่อการพัฒนาท้องถิ่นในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล จังหวัดภาคตะวันตกตอนล่าง. วารสารวิชาการ Veridian E - Journal Silpakorn University ฉบับภาษาไทย มนุษย์ สังคม และศิลปะ, 8(1), 1075 - 1088.

สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล. (2562). ปฏิรูปสุขภาวะและการพัฒนาเด็กในศตวรรษที่ 21. สืบค้นจาก https://dspace.rmutk.ac.th/bitstream/handle/123456789/2909/26.%20C-190117005002.pdf?sequence=1&isAllowed=y

สุชาดา จักรพิสุทธิ์. (2547). ปฏิรูปการศึกษาในสังคมไทยชุมชนกับการมีส่วนร่วมจัดการศึกษา. สืบค้นเมื่อ 22 ตุลาคม 2564. สืบค้นจาก http://www:midnightuniv.org/midnight2545/document9562.html.

สิริพัฒน์ ลาภจิตร. (2550). ปัจจัยทีส่งผลต่อการตัดสินในมีส่วนร่วมของประชาชนในการสนับสนุนการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตําบล อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี.วิทยานิพนธ์ รป.ม. (รัฐประศาสนศาสตร์). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ศูนย์ฝึกอบรมและแพทยศาสตรศึกษา .(2562). ประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมพัฒนาการของเด็กอายุ 3 - 5 ปี. รายงานของศูนย์ฝึกอบรมและแพทยศาสตรศึกษา ศูนย์อนามัยที่ 5 จังหวัดราชบุรี.

David K. Berlo. (1960). The Process of Communication. New York: The Free Press.

Yamane, Taro. (1967). Statistics: An Introductory Analysis, 2nd Edition, New York: Harper and Row.

Varona, F. (1996). Relationship Between Communication Satisfaction and Organizational Commitment in Three Guatemalan Organizations. Journal of Business Communication, 33(2), 111 – 140.

Wang Xingli. (2013). Communication satisfaction and organizational effectiveness as perceived by Nurses in University Hospitals, Kunming, The Peoples Republic of China. Master of Nursing Science, Chiang Mai University.