เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน เพื่อส่งบทความ

ในขั้นตอนการส่งบทความ ผู้แต่งต้องตรวจสอบและปฏิบัติตามข้อกำหนดรายการตรวจสอบการส่งทุกข้อ ดังต่อไปนี้ และบทความอาจถูกส่งคืนให้กับผู้แต่งกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดทั้งหมด

  • แบบฟอร์มนำส่งบทความวารสารการสื่อสารมวลชน
  • บทความต้นฉบับที่มีการจัดรูปแบบตามรายละเอียดที่วารสารกำหนด นามสกุล .pdf
  • บทความต้นฉบับที่มีการจัดรูปแบบตามรายละเอียดที่วารสารกำหนด นามสกุล .doc หรือ .docx

หลักเกณฑ์ในการพิจารณาบทความ

  1. กองบรรณาธิการ จะไม่พิจารณาบทความหรือข้อเขียนที่ได้รับการตีพิมพ์แล้วในที่อื่นๆ โดยจะต้องเป็นบทความที่เขียนขึ้นมาใหม่ (Original article) ไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ที่ใดมาก่อน (Redundant publication) หากเป็นบทความที่เคยนำเสนอ ในที่ประชุมวิชาการ หรืองานสัมมนาวิชาการที่ใดที่หนึ่งมาก่อน หรือเป็นบทความที่เป็นส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ หรือการแปลงานจากภาษาอื่น จะต้องมีการอ้างอิงโดยระบุไว้ในเชิงอรรถ และบทความนั้นจะต้องมีการปรับแก้ให้เป็นไปตามมาตรฐานทางวิชาการ
  2. ผู้เขียนบทความ จะต้องไม่ส่งบทความเพื่อขอรับการพิจารณาตีพิมพ์มากกว่าหนึ่งวารสารในเวลาเดียวกัน (Simultaneous submission)
  3. จะต้องไม่เป็นบทความที่ละเมิด หรือคัดลอกผลงานของผู้อื่น (Plagiarism) รวมถึงการคัดลอกผลงานของตนเอง โดยมิชอบ (Self-plagiarism)
  4. กองบรรณาธิการ ขอสงวนสิทธิในการพิจารณาคัดเลือกบทความที่จะเผยแพร่ โดยความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการ และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) จากภายในและภายนอกคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  5. กองบรรณาธิการ ขอสงวนสิทธิในการพิจารณาตกแต่งต้นฉบับในด้านภาษา ตัวสะกด การันต์ เพื่อให้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย
  6. กองบรรณาธิการ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบ โดยจะไม่ส่งต้นฉบับคืน
  7. จะต้องเป็นบทความที่มีการจัดรูปแบบ และจัดเตรียมข้อมูลครบถ้วน ตามที่วารสารฯ ได้กำหนดไว้

 

ขั้นตอนการดำเนินงาน 

            การพิจารณาคัดเลือกบทความ และการตีพิมพ์เผยแพร่บทความ มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. กองบรรณาธิการพิจารณากลั่นกรองบทความในเบื้องต้น โดยพิจารณาจากความสอดคล้องของเนื้อหา ของบทความกับขอบเขตเนื้อหาของวารสาร ความน่าสนใจ การนำเสนอองค์ความรู้ใหม่ และความครบถ้วนตามมาตรฐานวิชาการและจะพิจารณาความซ้ำซ้อนของบทความ โดยการนำบทความเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบการคัดลอกผลงานการเขียน ทางวิชาการผ่านโปรแกรม Turnitin
  1. บทความที่ผ่านการพิจารณากลั่นกรองจากกองบรรณาธิการเบื้องต้น จะถูกนำส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 2 ท่าน พิจารณา โดยใช้รูปแบบ ผู้พิจารณาไม่ทราบชื่อผู้เขียน และผู้เขียนไม่ทราบชื่อผู้พิจารณา (Double-blind peer review) ผลการพิจารณาของผู้ทรงคุณวุฒิถือเป็นที่สิ้นสุด
  2. กระบวนการพิจารณาบทความตามข้อ 1 และ 2 จะใช้เวลาไม่เกิน 3 เดือน โดยกองบรรณาธิการจะแจ้ง ผลการพิจารณาให้ผู้เขียนทราบ และหากกระบวนการพิจารณาล่าช้ากว่าที่กำหนด กองบรรณาธิการจะแจ้งให้ผู้เขียนทราบถึงความล่าช้าดังกล่าว
  3. ในกรณีที่จะต้องมีการแก้ไข หรือปรับปรุงบทความ ให้ผู้เขียนแก้ไขบทความ และนำส่งกองบรรณาธิการ ภายใน 7 - 14 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับผลการพิจารณา
  4. กองบรรณาธิการจะนำบทความที่ผ่านการพิจารณาและแก้ไขแล้ว เข้าสู่กระบวนการเรียงพิมพ์ และการตีพิมพ์เผยแพร่ โดยกองบรรณาธิการจะแจ้งกำหนดการตีพิมพ์เผยแพร่เบื้องต้นให้ผู้เขียนทราบ และกองบรรณาธิการจะดำเนินการจัดส่งหนังสือตอบรับการตีพิมพ์ให้ผู้เขียน
  5. ผู้เขียนจะได้รับวารสารการสื่อสารมวลชน จำนวน 2 เล่ม เป็นการตอบแทน โดยกองบรรณาธิการจะจัดส่งวารสารให้แก่ผู้เขียนภายใน 2 เดือน นับตั้งแต่วารสารการสื่อสารมวลชนได้รับการเผยแพร่

 

รายละเอียดการจัดพิมพ์

  1. การส่งบทความ ใช้โปรแกรม Microsoft Word ให้พิมพ์ลงกระดาษขนาด A4 แบบอักษร TH SarabunPSK ขนาด 14 Point ควรมีความยาวประมาณ 10-20 หน้า ระยะห่างจากขอบกระดาษ ทั้งด้านบน ด้านล่าง ด้านซ้าย และด้านขวา 2.54 เซนติเมตร และระยะห่างระหว่างบรรทัด เท่ากับ 1 (single space)
  2. ควรมีความยาวตั้งแต่ 5,000 คำ แต่ไม่ควรเกินกว่า 15,000 คำ (จำนวนคำ ถือตามการนับจำนวนคำ ใน Microsoft Word) หรือควรมีความยาวประมาณ 10-20 หน้า
  3. รูปภาพ ที่ใช้ประกอบในบทความ นามสกุล .jpg, .jpeg หรือ RAW หรือ TIFF ความละเอียด 300 Pixel / High Resolution ขนาดไฟล์ไม่ต่ำกว่า 500KB
  4. การอ้างอิงให้ใช้รูปแบบ APA (American Psychological Association)

 

ขอให้ผู้เขียนนำส่งเอกสาร/ข้อมูล ดังรายการต่อไปนี้
1) แบบฟอร์มนำส่งบทความ ซึ่งผู้เขียนรับรองว่าบทความที่นำส่งมานั้น เป็นผลงานของผู้เขียนเอง
ไม่เคยตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างเสนอให้วารสารอื่นพิจารณา จำนวน 1 ฉบับ
(ดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่ https://shorturl.asia/OJUkq )

 
2) ไฟล์ดิจิทัล 3 รูปแบบ ดังนี้ 
       (1) บทความต้นฉบับที่มีการจัดรูปแบบตามรายละเอียดที่วารสารกำหนด นามสกุล .pdf
       (2) บทความต้นฉบับที่มีการจัดรูปแบบตามรายละเอียดที่วารสารกำหนด นามสกุล .doc หรือ .docx
       (3) รูปภาพ ที่ใช้ประกอบในบทความ นามสกุล .jpg, .jpeg หรือ RAW หรือ TIFF ความละเอียด
300 Pixel / High Resolution ขนาดไฟล์ไม่ต่ำกว่า 500KB

ส่งมายังกองบรรณาธิการโดยผ่านทางระบบ TCI-ThaiJO ของวารสารการสื่อสารมวลชน
ที่เว็บไซต์ https://www.tci-thaijo.org/index.php/masscomm/about/submissions

 

การจัดเตรียมต้นฉบับบทความ 

       1. รูปแบบของตัวอักษร ขอให้ผู้เขียนใช้ตัวอักษรที่มีขนาด ชนิด และการจัดรูปแบบ ดังนี้

รายการ

ภาษาไทย (TH SarabunPSK)

English  (TH SarabunPSK)

ขนาด

ชนิด

การจัดเรียง

Size

Type

Alignment

ชื่อเรื่อง/Title

16

หนา

ตรงกลาง

16

Bold

Center

ชื่อผู้เขียน/Author (s)

14

หนา

ชิดขวา

14

Bold

Right Alignment

สังกัดผู้แต่ง/Affiliation (s)

(แสดงในรูปแบบ footnote)

12

ธรรมดา

ชิดซ้าย

12

Regular

Justify

หัวข้อบทคัดย่อ/Abstract Title

14

หนา

ชิดซ้าย

14

Bold

Left Alignment

รายการ

ภาษาไทย (TH SarabunPSK)

English  (TH SarabunPSK)

ขนาด

ชนิด

การจัดเรียง

ขนาด

ชนิด

Alignment

เนื้อหาบทคัดย่อ/Abstract

14

หนา

ชิดซ้าย

14

Bold

Left Alignment

คำสำคัญ/Keywords

14

หนา

ชิดซ้าย

14

Bold

Left Alignment

หัวข้อเรื่อง/Heading

14

หนา

ชิดซ้าย

14

Bold

Left Alignment

หัวข้อย่อย/Sub headings

14

หนา

ชิดซ้าย

14

Bold

Left Alignment

เนื้อหา/Article

14

ธรรมดา

กระจายแบบไทย

14

Regular

Justify

ชื่อตารางและชื่อรูปภาพ

/Table or Figure title

14

หนา

ชิดซ้าย

14

Bold

Left Alignment

หัวตาราง/Heading row

14

หนา

กลาง

14

Bold

Center

ข้อความในตาราง หรือภาพ

/text in the table or figure

14

ธรรมดา

ชิดซ้ายหรือขวา

14

Regular

Left or Right Alignment

เชิงอรรถ/footnote

14

ธรรมดา

กระจายแบบไทย

14

Regular

Justify

หัวข้อเอกสารอ้างอิง/References Title

14

หนา

ชิดซ้าย

14

Bold

Left Alignment

เอกสารอ้างอิง/References

14

ธรรมดา

ชิดซ้าย

14

Regular

Left Alignment

            2.  องค์ประกอบของบทความ

รายการ

คำอธิบาย

ชื่อเรื่อง/Title

ระบุชื่อเรื่อง ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ชื่อเรื่องไม่ควรยาวเกินไป และครอบคลุมสาระของบทความ และมีความสอดคล้องกันระหว่างภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

ชื่อผู้เขียน/Author (s)

-  ระบุชื่อผู้แต่ง ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

-  ไม่ควรระบุตำแหน่งทางวิชาการ ยศ/ตำแหน่งทางทหาร คำนำหน้าชื่อ  รวมทั้ง สถานภาพ (อาทิ นักศึกษาปริญญาเอก, อาจารย์ที่ปรึกษา, คณบดี) ทั้งที่ด้านหน้า และท้ายชื่อผู้แต่ง

สังกัดผู้แต่ง/Affiliation (s)

(แสดงใน รูปแบบ footnote)

ระบุชื่อผู้แต่งบทความ ดังนี้

(ไม่ใส่คำนำหน้าชื่อ)................ (วุฒิการศึกษาที่ได้รับ เช่น ศศ.ม. การสื่อสารศึกษา, มหาวิทยาลัย.................., 2558)

ระบุชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา (ถ้ามี) ดังนี้

ตำแหน่งทางวิชาการ (ถ้ามี) ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา............... คณะ....................... มหาวิทยาลัย..........................

โดยระบุชื่อหน่วยงานที่ผู้แต่งสังกัดในเชิงอรรถ เรียงจากหน่วยงานระดับต้นไปจนถึงหน่วยงานหลัก

บทคัดย่อ/Abstract

จัดทำบทคัดย่อทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ที่มีความสอดคล้องกัน และแต่ละส่วนควรมีความยาวไม่เกิน 10 บรรทัด

คำสำคัญ/Keywords

ระบุคำสำคัญจำนวนไม่เกิน 5 คำ โดยคำสำคัญแต่ละคำ ให้แสดงทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษซึ่งที่มีความหมายตรงกัน

เนื้อหา/Article

-  บทความวิจัย บทความวิชาการ ควรประกอบด้วยส่วนต่างๆ โดยท่านสามารถศึกษาได้จากเอกสารหน้าที่ 10 หรือดาวน์โหลดได้ที่ https://bit.ly/2CfItwM

-        การใช้คำศัพท์เฉพาะทางวิชาการ

(1) กรณีคำภาษาอังกฤษที่มีการใช้ทับศัพท์ภาษาไทยอย่างแพร่หลาย ให้เขียนเป็น ภาษาไทยตามที่มีการบัญญัติศัพท์ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน โดยไม่ต้องแสดงคำศัพท์ภาษาอังกฤษประกอบ อาทิ อินเทอร์เน็ต อิเล็กทรอนิกส์ (2) กรณีคำภาษาอังกฤษที่ยังไม่มีการใช้แพร่หลาย ให้เขียนคำแปลภาษาไทย หรือคำทับศัพท์ โดยแสดงคำศัพท์ภาษาอังกฤษ และอักษรย่อ (ถ้ามี) ประกอบในวงเล็บ ทั้งนี้ การเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษในวงเล็บ ให้ใช้ตัวพิมพ์เล็กทั้งหมด ยกเว้นคำที่มีอักษรย่อหรือคำเฉพาะ จึงจะขึ้นต้นคำด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ และควรเขียนคำภาษาอังกฤษกำกับครั้งแรกเพียงครั้งเดียว ครั้งต่อๆ ไปไม่จำเป็นต้องเขียนภาษาอังกฤษกำกับอีก เช่น องค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN)

(3) กรณีคำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่มีการใช้อักษรย่อ ให้ระบุคำเต็มและอักษรย่อในครั้งแรกที่มีการกล่าวถึง และครั้งต่อไปให้ใช้อักษรย่อเพียงอย่างเดียวได้ อาทิ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ครั้งต่อไปใช้ อปท., องค์การ สหประชาชาติ (United Nations: UN) ครั้งต่อไปใช้ UN

 

- การแสดงตาราง รูปภาพ หรือแผนภาพ

(1) ให้แสดงชื่อตาราง รูปภาพ หรือแผนภาพ ด้านบนตาราง รูปภาพ หรือแผนภาพ และใส่หมายเลขกำกับตาราง รูปภาพ หรือแผนภาพ โดยเรียงตามลำดับการนำเสนอในเนื้อเรื่อง

(2) หากเป็นตาราง รูปภาพ หรือแผนภาพที่อ้างอิงมาจากแหล่งข้อมูลอื่น ให้อ้างอิง ที่มาโดยแสดงที่มาไว้ใต้ตาราง รูปภาพ หรือแผนภาพ (ใช้รูปแบบการอ้างอิงแบบ นามปี) และดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกำหนดเกี่ยวกับลิขสิทธิ์

(3) หากมีหมายเหตุประกอบตาราง รูปภาพ หรือแผนภาพ ให้ใส่หมายเหตุไว้อีกบรรทัด ใต้ที่มา

 

-        เชิงอรรถ (footnote) ในเนื้อหา ใช้สำหรับการอธิบายขยายความจากในเนื้อหา เท่านั้น ไม่ใช้สำหรับการอ้างอิงเอกสารในเนื้อเรื่อง (การอ้างอิงเอกสารในเนื้อเรื่องใช้รูปแบบการอ้างอิงในเนื้อหา (In-text citation))

การอ้างอิงเอกสารในเนื้อหา

/In-text citation

ใช้รูปแบบการอ้างถึงในเนื้อหา (In-text citation) แบบนามปี (Name-and-year system) ในระบบ American Psychological Association 6 th edition (APA6) (ดูรายละเอียดในหัวข้อ การอ้างถึงในเนื้อหาและการลงรายการเอกสารอ้างอิง)

เอกสารอ้างอิง/ References

- ให้แสดงรายการเอกสารอ้างอิงตอนท้ายของบทความ โดยใช้รูปแบบเอกสารอ้างอิง ในระบบ APA โดยผู้เขียนต้องตรวจสอบข้อมูลการอ้างอิงให้ครบถ้วนสมบูรณ์ รวมทั้ง รายการเอกสารอ้างอิงจะต้องครอบคลุมรายการที่มีการอ้างอิงในเนื้อหา

- ให้แสดงรายการเอกสารอ้างอิงโดยเรียงลำดับตามตัวอักษร และให้เรียงรายการ เอกสารอ้างอิงที่เป็นภาษาไทยก่อน แล้วจึงตามด้วยรายการเอกสารอ้างอิงที่เป็นภาษาต่างประเทศ

 

  3. การอ้างถึงในเนื้อหา และการลงรายการเอกสารอ้างอิง สามารถดูเอกสารประกอบการอ้างอิง https://shorturl.asia/sZJ0h

การอ้างอิงในเนื้อหา

  1. การเขียนอ้างอิงในเนื้อหาจากแหล่งอ้างอิงที่เป็นเอกสาร

** ให้แปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด (ตามหลักเกณฑ์ของ ACI)

     - ใช้เฉพาะนามสกุลเต็มเท่านั้น (ไม่ใส่ ชื่อและชื่อกลาง)

    - ใช้ ปี ค.ศ. แทน พ.ศ.

    - ระบุเลขหน้าอ้างเอง หน้าเดียวใช้ p. ถ้ามีมากกว่า 2 หน้า ใช้ pp.

**หมายเหตุ เลขหน้าอ้างอิงที่ระบุ หมายถึง เฉพาะเลขหน้าของเนื้อหาที่กล่าวถึงไม่ใช่เลขหน้าทั้งหมดของเอกสาร

กรณีที่ผู้แต่งมี 1 คน

รูปแบบ อัญพจน์ตรง นามสกุลผู้แต่ง (ปี ค.ศ., เลขหน้าอ้างอิง) ตัวอย่าง  Jamie (2010, p. 2)

             อัญพจน์รอง (นามสกุลผู้แต่ง, ปี ค.ศ., เลขหน้าอ้างอิง) ตัวอย่าง (Jamie, 2010, p. 2)

ตัวอย่างการแปลเป็นภาษาอังกฤษ

(มนตรี พิริยะกุล, 2530, หน้า 10) เขียนเป็น  (Piriyakul, 1987, p. 10)

(มนตรี พิริยะกุล, 2530, หน้า 2-4) เขียนเป็น  (Piriyakul, 1987, pp. 2-4)

 

กรณีที่ผู้แต่งมี 2-3 คน จะเชื่อมผู้แต่งคนสุดท้ายด้วยคำว่า and

รูปแบบ

กรณีผู้แต่ง 2 คน (นามสกุลผู้แต่งคนแรก และ นามสกุลผู้แต่งคนที่ 2, ปีที่พิมพ์, หน้า เลขหน้าที่อ้างอิง)

กรณีผู้แต่ง 3 คน (นามสกุลผู้แต่งคนแรก, นามสกุลผู้แต่งคนที่ 2 และนามสกุลผู้แต่งคนที่ 3, ปีที่พิมพ์,หน้า เลขหน้าที่อ้างอิง)

ตัวอย่าง (Dechow and Skinner, 2000, pp. 235-250) หรือ

               (Meek, Rao and Skousen, 2007, pp. 304-323)

 

กรณีที่ผู้แต่งมีมากกว่า 3 คน ให้ใช้นามสกุลเต็ม ผู้แต่งคนแรก และตามด้วย et al.

รูปแบบ (นามสกุลผู้แต่งคนแรก, et al., ปีที่พิมพ์, หน้า เลขหน้าที่อ้างอิง)

ตัวอย่าง (Jamie, Karen, Daniel and Robert, 2010, p. 2) เขียนเป็น  (Jamie, et al., 2010, p. 2)

*** ข้อสังเกต มีเครื่องหมายจุลภาค ( , ) หลังชื่อผู้แต่ง เว้น 1 เคาะ et al. และเครื่องหมายจุลภาค

 

  1. การอ้างอิงจากการสัมภาษณ์ และมีการเผยแพร่

รูปแบบ (ชื่อผู้ให้สัมภาษณ์, ปีที่สัมภาษณ์)

ตัวอย่าง (ไพศาล อินทสิงห์, 2560) เขียนเป็น (Intasing, 2017)

 

  1. กรณีที่เอกสารอ้างอิงไม่มีชื่อผู้แต่ง แต่ตีพิมพ์ในชื่อหน่วยงาน ให้ใช้ชื่อหน่วยงาน

รูปแบบ (หน่วยงาน, ปีที่พิมพ์, หน้า เลขหน้าที่อ้างอิง)

ตัวอย่าง (มหาวิทยาลัยนเรศวร, 2559, หน้า 96-105) เขียนเป็น (Naresuan University, 2016, pp. 96-105)

 

  1. กรณีที่เอกสารไม่ปรากฎปีที่พิมพ์ ให้ใช้อักษรย่อ ม.ป.ป. หรือ d.

รูปแบบ (ผู้แต่ง, ม.ป.ป., หน้า เลขหน้าที่อ้างอิง)

ตัวอย่าง (มหาวิทยาลัยนเรศวร, ม.ป.ป., หน้า 27) เขียนเป็น (Naresuan University, n.d., p. 27)

 

  1. การอ้างอิงที่มีมากกว่า 1 รายการ ให้ใส่รายการอ้างอิงทั้งหมด โดยใช้เครื่องหมายอัฒภาค ( ; )คั่นระหว่างแหล่งอ้างอิง โดยให้เรียงปีที่พิมพ์ก่อนไปหลังตามลำดับ หากเป็นปีเดียวกันให้เรียงตามลำดับอักษรชื่อผู้แต่ง

รูปแบบ (ผู้แต่งคนที่ 1, ปีที่พิมพ์, หน้า เลขหน้าที่อ้างอิง; ผู้แต่งคนที่ 2, ปีที่พิมพ์, หน้า เลขหน้าที่อ้างอิง;ผู้แต่งคนที่ 3, ปีที่พิมพ์, หน้า เลขหน้าที่อ้างอิง)

ตัวอย่าง Satterlund, et al., 2014, pp. 584-591

               Chirawatkul, 2011, pp. 9-11

               Department of Health, 2011, p. 9

เขียนเป็น (Chirawatkul, 2011, pp. 9-11; Department of Health, 2011, p. 9; Satterlund, et al., 2014,pp. 584-591)

 

การอ้างอิงท้ายบทความ (บรรณานุกรม)

  1. บรรณานุกรมภาษาไทยให้แปลเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด โดยให้เขียนภาษาไทยควบคู่มาพร้อมภาษาอังกฤษ เมื่อตีพิมพ์จะตัดภาษาไทยออกเหลือแต่ภาษาอังกฤษ

*** ชื่อผู้แต่ง ชื่อบทความ และอื่น ๆ ที่ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ ให้ผู้เขียนตรวจสอบจากเว็บไซต์ โดยใช้ภาษาอังกฤษที่มีปรากฏอยู่แล้ว เช่น ชื่อผู้แต่งภาษาอังกฤษ หากค้นหาจากเว็บไซต์แล้วพบว่า มีชื่อภาษาอังกฤษอยู่แล้วให้ใช้ชื่อนั้น ๆ ไม่ได้เป็นการเขียนขึ้นมาเอง หรือชื่อบทความวิทยานิพนธ์ภาษาอังกฤษ / ชื่อบทความวารสาร ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการเขียนเป็นภาษาอังกฤษไว้อยู่แล้ว

 

ตัวอย่าง อำพา แก้วกำกง. (2555). โอกาสและช่องทางการค้าของ SMEs ไทยในตลาดกัมพูชา.วารสารสังคมลุ่มน้ำโขง, 8(1), 95-113.

               Kaewkumkong, A. (2012). Opportunities and market channels of Thai SME in Cambodia. Journal of Mekong Societies, 8(1), 95-113.

**หมายเหตุ ผู้แต่งสามารถดูตัวอย่างรูปแบบการเขียนบรรณานุกรมจากแหล่งอ้างอิงต่าง ๆ จากด้านล่าง การจัดเรียงรายการเอกสาร ให้เรียงลำดับเอกสารด้วยภาษาอังกฤษ (กรณีที่เป็นภาษาไทยให้แปลควบคู่ภาษาอังกฤษ ให้ยึดเรียงตามเอกสารแปลภาษาอังกฤษร่วมกับเอกสารที่ไม่ได้เป็นภาษาไทยได้เลย) ให้ใช้ตัวเอียง ในส่วนของชื่อบทความ / ชื่อวารสาร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบของเอกสารอ้างอิง

 

  1. บรรณานุกรมที่มีชื่อผู้แต่งคนเดียวกัน และตีพิมพ์ปีเดียวกัน ให้ลงชื่อผู้แต่งซ้ำ ไม่ใช้เครื่องหมาย
    ละข้อความ (____) และลงอักษรกำกับหลังปีที่ตีพิมพ์ซึ่งจะตรงกับอักษรกากับปีที่พิมพ์ในการอ้างอิงในเนื้อหา

ตัวอย่าง

Drucker, P. F. (1995a). Management. Oxford: Butterworth-Heineman.

Drucker, P. F. (1995b). The effective executive. Oxford: Butterworth-Heineman.

Drucker, P. F. (1995c). The practice of management. Oxford: Butterworth-Heineman.

 

  1. ชื่อบทความในบรรณานุกรม ตัวหนังสือตัวแรกเป็นตัวใหญ่เท่านั้น นอกนั้นเป็นตัวเล็ก ยกเว้น ตัวแรกที่ตามหลังสัญลักษณ์ : หรือ ; หรือคำเฉพาะ เช่น ชื่อคน ชื่อประเทศ

*** ชื่อวารสารให้เขียนตัวแรกเป็นตัวใหญ่ทั้งหมด

ตัวอย่าง

Ramirez, M. D. (2000). Foreign direct investment in Mexico: A cointergration analysis. Journal of Development Studies, 37(1), 138-162.

 

  1. การเขียนชื่อผู้แต่ง

กรณีผู้แต่ง 1 คน

รูปแบบ ชื่อสกุลเต็ม, ชื่อจริงย่อ. ชื่อกลางย่อ. (ถ้ามี)

ตัวอย่าง สุวิมล ติรกานันท์ เขียนเป็น  Trirakanan, S.

 

กรณีผู้แต่งที่มากกว่า 1 คน แต่ไม่เกิน 6 คน

ให้ใส่ชื่อผู้แต่งทุกคน โดยคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค ( , ) ระหว่างชื่อ และใช้ “และ” หรือ “and” เชื่อมชื่อผู้แต่งคนสุดท้ายฃ

รูปแบบ ชื่อสกุลเต็มคนที่ 1, ชื่อจริงย่อ. ชื่อกลางย่อ., ชื่อสกุลเต็มคนที่ 2, ชื่อจริงย่อ. ชื่อกลางย่อ. และ ชื่อสกุลเต็มคนที่ 3, ชื่อจริงย่อ. ชื่อกลางย่อ.

ตัวอย่าง Soper, D. S., Demirkan, H., Goul, M. and Louis, R. S.

 

กรณีผู้แต่งมากกว่า 6 คน

ให้ลงชื่อผู้แต่งทั้ง 6 คน โดยคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค ( , ) ระหว่างชื่อ เมื่อถึงผู้แต่งคนที่ 7 ให้ใช้คำว่า “และคณะ” หรือ “et al.” แทน

ตัวอย่าง

Kiumarsi, S., Jayaraman, K., Salmi, S. M., Varastegani, A., Na-nakorn, S., Vitchuta, C., et al.

 

รูปแบบการเขียนบรรณานุกรม

กำหนดให้เครื่องหมาย / คือ เว้น 1 เคาะ

 

  1. หนังสือทั่วไป

 

ผู้แต่ง./(ปีที่พิมพ์). üชื่อหนังสือ/(ครั้งที่พิมพ์). /สถานที่พิมพ์: /สำนักพิมพ์หรือโรงพิมพ์.

 

ตัวอย่าง

สุวิมล ติรกานันท์. (2551). การสร้างเครื่องมือวัดตัวแปรในการวิจัยทางสังคมศาสตร์: แนวทางสู่การปฏิบัติ (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Trirakanan, S. (2008). The measurement tools of social science research: Practice (2nd ed.). Bangkok: Chulalongkorn University Press.

**หมายเหตุ 1. พิมพ์ครั้งที่ 1 ไม่ต้องระบุ ให้ระบุฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 เป็นต้นไป เช่น 2nd ed., 3rd
                   ed., 4th ed.,…11st ed. เป็นต้น

  1. สถานที่พิมพ์ คือชื่อเมืองที่จัดพิมพ์หนังสือนั้น
  2. ไม่ต้องระบุคำว่าสำนักพิมพ์หรือโรงพิมพ์ เช่น Pearson Education Indochin Ltd. เขียนเป็น Pearson Education Indochina

กรณีสำนักพิมพ์มีชื่อเหมือนกับส่วนราชการให้ระบุคำว่าสำนักพิมพ์หรือโรงพิมพ์ เช่น สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

   2. วิทยานิพนธ์

 

ผู้แต่ง./(ปีที่พิมพ์). /ชื่อเรื่อง.üวิทยานิพนธ์ หรือการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองüอักษรย่อชื่อปริญญา, /ชื่อมหาวิทยาลัย, /ชื่อจังหวัดที่ตั้งมหาวิทยาลัย.

 

ตัวอย่าง

จันจิรา วิลาศรี. (2558). การศึกษาอุปสรรคที่ส่งผลกระทบต่อการยอมรับการชำระเงินผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่. วิทยานิพนธ์ วทม., มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, กรุงเทพ.

Wilasri, C. (2015). Study of barriers that affect to mobile payment acceptance. Master thesis, M.S., Thammasat University, Bangkok.

**หมายเหตุ 1. ระบุเฉพาะชื่อมหาวิทยาลัย ไม่ต้องระบุชื่อคณะ

                     2. ชื่อวิทยานิพนธ์ต้องเป็นอักษรย่อชื่อปริญญา ซึ่งสามารถดูอักษรย่อ ได้ที่ ชื่อปริญญาและชื่อย่อ

                     3. การอ้างอิงที่เป็นภาษาอังกฤษ หลัง Master thesis หรือ Doctoral dissertation ให้ใส่เครื่องหมาย ( , ) ด้วย

3. วารสาร

 

ผู้แต่ง./(ปีที่พิมพ์). /ชื่อบทความ.üชื่อวารสาร, /ปีที่(ฉบับที่), /หน้าที่ตีพิมพ์บทความทั้งเรื่อง.

 

ตัวอย่าง

อัจฉราวรรณ งามญาณ. (2554). อันเนื่องมาแต่สูตรของยามาเน่. วารสารบริหารธุรกิจ, 34(131),46-60.

Ngarmyarn, A. (2011). As the result of Yamane formula. Business Administration Journal, 34(131), 46-60.

**หมายเหตุ 1. เน้นหนังสือตัวหนาที่ชื่อวารสาร และไม่ต้องใส่คำว่า หน้า หรือ p. / pp.

                     2. กรณีไม่ปราฎลำดับปีที่หรือฉบับที่ ให้ระบุเดือนภายในวงเล็บ แทนตำแหน่งฉบับที่

                     3. ระบุเลขหน้าที่พิมพ์บทความทั้งเรื่อง

                     4. หลังชื่อวารสาร ปีที่(ฉบับที่) ใส่เครื่องหมาย ( , )

 

4. สืบค้นออนไลน์

 

ผู้แต่ง./(วันที่ เดือน ปีที่เผยแพร่). /ชื่อบทความ./สืบค้นเมื่อ/วันที่/เดือน/ปี, /จาก/แหล่งที่อยู่ของไฟล์ (URL)

 

ตัวอย่าง

เปรมภัสส์ ตระกูลโชคเสถียร. (2557). สถิติน่ารู้ว่าด้วยเรื่อง Mobile Payment ในอเมริกา. สืบค้นเมื่อ 11 พฤศจิกายน 2558, จาก http://thumbsup.in.th/2014/09/how-
              people-use-mobile-payments/

Trakulchokesatiean, P. (2014). Statistics on mobile payment in America. Retrieved November 11, 2015, from http://thumbsup.in.th/2014/09/how-
             people-use-mobile-payments/

**หมายเหตุ หลัง URL ไม่ต้องใส่เครื่องหมายมหัพภาค หรือ Full stop ( . )

 

5. สัมมนา/ประชุมวิชาการ

 

ผู้ปาฐกถา หรือบรรยาย หรืออภิปราย/(ผู้ปาฐกถา หรือผู้บรรยาย หรือผู้อภิปราย). /(วัน/เดือน/ปีที่จัด). /ชื่อเรื่องที่ปาฐกถา หรือบรรยาย หรืออภิปราย./ใน/ชื่อเอกสารรวมเล่ม/ (หน้า/เลขหน้า ทั้งเรื่อง). /สถานที่: /หน่วยงานที่จัดปาฐกถา หรือบรรยาย หรืออภิปราย.

 

ตัวอย่าง

เกรียงไกร ภูวณิชย์, ประสงค์ ปราณีตพลกรัง และ กุลธร เกษมสันต์ (ผู้ปาฐกถา). (2-3 กรกฎาคม 2558). การสำรวจและวิเคราะห์เชิงประจักษ์ด้านความเหลื่อมล้ำของสมรรถนะ
             บุคลากรทางด้านไอซีทีในหน่วยงานภาครัฐสำหรับสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล. ในการประชุมวิชาการระดับชาติด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
             ครั้งที่ 11 (หน้า 541-546). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือและมหาวิทยาลัยเครือข่าย.

Bhuvanij, K, Praneetpolgrang, P. and Kasemsan, K. (lecturer). (July 2-3, 2015). An empirical investigation and analysis on the ICT HR competency in the
             government sector to support digital economy. In The Eleventh National Conference on Computing and Information Technology (pp. 541-
             546). Bangkok: King Mongkut’s University of Technology North Bangkok and Partners.

 

6. บทความที่อยู่ในหนังสือ / รายงาน

 

ผู้แต่ง./ (ปีที่พิมพ์). /ชื่อบทความ./ใน/ชื่อบรรณาธิการ/ (บรรณาธิการ), /ชื่อเรื่อง/ (หน้า/เลขหน้าที่อ้างอิง). /สถานที่พิมพ์: /สำนักพิมพ์.

 

ตัวอย่าง

รุ่งนภา ฉิมพุฒ. (2545). ลิเกในจังหวัดพิษณุโลก. ใน ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์ และพัชรินทร์ สิรสุนทร (บรรณาธิการ), ความรู้คู่สังคม รวมผลงานวิจัยของคณะมนุษยศาสตร์และ
          สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร (หน้า 67-94). กรุงเทพฯ: พี. เอ. ลีฟวิ่ง.

Chimput, R. (2002). Musical folk drama in Phitsanulok province. In ใน D.Pattamasiriwat and P. Sirasoonthorn (Eds.), Knowledge of social partners
              in Faculty of Humanities and Social Sciences, Naresuan University (pp.67-94). Bangkok: P. A. Living.

**หมายเหตุ ถ้าไม่มีชื่อบรรณาธิการ ให้ระบุ ใน และตามด้วยชื่อเรื่อง

 

7. หนังสือที่มีชื่อชุด

 

ผู้แต่ง./ (ปีที่พิมพ์). /ชื่อบทความ./ชื่อชุด./สถานที่พิมพ์: /สำนักพิมพ์.

 

ตัวอย่าง

อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล. (2540). Hospital accreditation: บทเรียนจากแคนาดา. ชุดการพัฒนาคุณภาพบริการโรงพยาบาล. นนทบุรี: สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.

Supachutikul, A. (1197). Hospital accreditation: Lessons from Canada. Hospital service quality development kit. Nonthaburi: Health Systems Research
            Institute.

 

8. หนังสือแปล

 

ผู้แต่งเดิมเป็นภาษาของฉบับแปล. /(ปีที่พิมพ์). /ชื่อเรื่องฉบับแปล./ (ชื่อผู้แปล, üผู้แปล). /สถานที่พิมพ์: /สำนักพิมพ์./(ต้นฉบับภาษา... üพิมพ์üปีที่พิมพ์).

 

ตัวอย่าง

หอสมุดแพทย์แห่งชาติอเมริกัน. (2543). การจัดหมวดหมู่หนังสือระบบแพทย์แห่งชาติอเมริกัน (พิมพ์ครั้งที่ 3). (วลุลี โพธิรังสิยากร, ผู้แปล). พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร.
           (ต้นฉบับภาษาอังกฤษ พิมพ์ ค.ศ. 1994).

U.S. National Library of Medicine. (2000). National Library of Medicine classification system (3rd ed.). (W. Bhodhirangsiyakorn, Trans.). Phitsanulok: 
           Naresuan University. (Original work published in English, 1994)

 

9. หนังสือพิมพ์

 

ผู้แต่ง. (วันที่ เดือน ปีที่พิมพ์). ชื่อบทความ. ชื่อหนังสือพิมพ์, เลขหน้า.

 

ตัวอย่าง

ธวัช วิรัตติพงศ์. (14 มีนาคม 2549). ปฏิวัตินักวิจัยรุ่นใหม่. มติชน, 8.

Wirattiphong, T. (March 14, 2006). Revolutionizing new generation of researchers. Matichon, 8.

 

10. บทสัมภาษณ์

 

ผู้ให้สัมภาษณ์. (ปีที่พิมพ์). ชื่อบทสัมภาษณ์. [ชื่อผู้สัมภาษณ์, ผู้สัมภาษณ์]. ชื่อวารสาร, ปีที่(ฉบับที่), เลขหน้า.

 

ตัวอย่าง

มณฑล สงวนเสริมศรี. (2549). อธิการบดีสนทนา [สิริพร จันทร์บรรจง, ผู้สัมภาษณ์]. ข่าวสาร ม.นเรศวร, 5(62), 4.

Sanguansermsri, M. (2006). Talk of President [S. Chanbujong, interviewer]. Naresuan University News, 5(62), 4.

**หมายเหตุ กรณีที่เป็นบทสัมภาษณ์แต่ไม่มีการเผยแพร่ ไม่ต้องระบุในบรรณานุกรม