ระบบการจัดการสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้: การให้บริการสิ่งสนับสนุนการศึกษาทางด้านนิเทศศาสตร์ของมหาวิทยาลัยภายในจังหวัดเชียงใหม่
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจ วิเคราะห์เปรียบเทียบระบบการจัดการสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้: การให้บริการสิ่งสนับสนุนการศึกษาทางด้านนิเทศศาสตร์ของมหาวิทยาลัยภายในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นการวิจัยแบบคุณภาพ ผลการศึกษาพบว่า ระบบการจัดการสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้การให้บริการสิ่งสนับสนุนการศึกษาทางด้านนิเทศศาสตร์ในมหาวิทยาลัยจังหวัดเชียงใหม่มี 2 ระบบ คือ 1) ระบบที่เป็นรูปธรรม กล่าวคือ ระบบที่มีส่วนประกอบต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์กัน ได้แก่ แนวทางการปฏิบัติงานที่มีระเบียบข้อบังคับกำหนดอย่างชัดเจน มีแบบฟอร์มการขอใช้สิ่งสนับสนุนการศึกษาทางด้านนิเทศศาสตร์ ซึ่งมีปัจจัยในการดำเนินงาน โดยมีกระบวนการจัดการและการให้บริการที่เป็นรูปธรรมเพื่อผู้ให้บริการได้ปฏิบัติงาน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่เป็นผู้ให้บริการ และ 2) ระบบที่เป็นนามธรรม คือ การปฏิบัติงานที่มีรูปแบบและขั้นตอนที่มีลักษณะยืดหยุ่น เป็นลักษณะการดำเนินงานที่เป็นแบบข้อตกลงร่วมกันระหว่างผู้ให้บริการและผู้มาใช้บริการ ซึ่งเป็นการตกลงที่มีความยืดหยุ่นในการให้บริการและการจัดการสิ่งสนับสนุนการศึกษาทางด้านนิเทศศาสตร์โดยมีอาจารย์ผู้สอนเป็นผู้ให้บริการ ผลการศึกษาวิเคราะห์เปรียบเทียบมีความคล้ายคลึงกันในด้านการจัดการทรัพยากรหรือวัสดุ ด้านการจัดงบประมาณและด้านการบริหารจัดการโดยมีกระบวนการแต่งตั้งชุดคณะกรรมการดำเนินงานประชุม วางแผน ประเมินการทำงานและระดมความคิดเห็นหามติร่วมกันตามโครงสร้างและบริบทของแต่ละมหาวิทยาลัยมีการสั่งการในระดับหัวหน้าลงมาโดยพิจารณามอบหมายงานตามความถนัดความเชี่ยวชาญ และความเหมาะสมซึ่งมีความแตกต่างกันด้านการดำเนินงานของผู้ให้บริการ เช่น การให้บริการนอกเวลาที่มีการเรียนการสอน และการให้บริการในเวลาที่มีการเรียนการสอนเป็นต้น
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธ์ที่ผู้เขียนบทความต้องยอมรับ
เอกสารอ้างอิง
จิตตินันท์ เดชะคุปต์. (2549). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับจิตวิทยาบริการมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สาขาวิชาคหกรรม ศาสตร์ เอกสารการสอนชุดวิชาจิตวิทยาการบริการ หน่วยที่ 1-7.(พิมพ์ครั้งที่ 4). นนทบุรี: มหาวิทยาลัยฯ.
ดอกจันทร์ คำมีรัตน์, บุญทัน ดอกไธสง, และ อิมรอน มะลูลีม. (2552). กลยุทธ์ในการบริหารของบริษัท เอ็นอีซีโทคินอิเล็กทรอนิกส์(ประเทศไทย) จำกัด. ค้นเมื่อ 16 มิถุนายน 2564, จาก http://www.grad.vru.ac.th/download4/141.pdf.
ตุลา มหาพสุธานนท์. (2554). หลักการจัดการ. กรุงเทพ: บริษัท พี เอ็น เค แอนด์ สกายพริ้นติ้งส์จำกัด.
บูรชัย ศิริมหาสาคร. (2548). การจัดการความรู้สู่องค์กรอัจฉริยะ BEST PRACTICE. สถาบันพัฒนาผู้บริหารการศึกษา
บูรชัย ศิริมหาสาคร. (2550). จัดการความรู้ สู่ความเป็นเลิศ. กรุงเทพฯ : แสงดาว,
ปรียาลักษณ์ อินเพลา. (2555). การศึกษาเปรียบเทียบระบบการจัดการทรัพยากรมนุษย์ของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล 4 แห่ง ในช่วง พ.ศ. 2551 – 2553. วิทยานิพนธ์ปริญญารัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
พัฐชญาณ์ กลับกลาง. (2552). วิธีการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practices) ของบรรณารักษ์วิเคราะห์หมวดหมู่และ ทำ รายการทรัพยากรสารสนเทศในห้องสมุดมหาวิทยาลัย (เศรษฐศาสตร์ มหาบัณฑิต สาขา บรรณารักษศาสตร์และ สารสนเทศศาสตร์). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
วรโชค ไชยวงศ์. (2558). โครงการการศึกษาวิเคราะห์ดัชนีและเกณฑ์มาตรฐานประกันคุณภาพ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสนอส่วนประกันคุณภาพ สำนักบริหารวิชาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรารัตน์ เขียวไพรี. (2553). ความรู้เกี่ยวกับการจัดการ. ธนบุรี: มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี.
วิฑูรย์ สิมะโชคดี. (2550).TQM คู่มือพัฒนาองค์กร สู่ความเป็นเลิศ (ฉบับปรับปรุงใหม่). กรุงเทพฯ: บริษัทเนชั่นบุ๊คส์ อินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด.
วิรัช วิรัชนิภาวรรณ. (2548). การบริหารจัดการและการบริหารการพัฒนาขององค์กรตามรัฐธรรมนูญและหน่วยงานรัฐ. กรุงเทพฯ: นิติธรรม.
สุบรรณ เอี่ยมวิจารณ์. (2561). ระบบ กลไกและการประเมินกระบวนการ : แนวคิดเพื่อพัฒนาผลของการบริหารหลักสูตรของ สถาบันอุดมศึกษาไทย. บทความวิชาการ วารสารบัณฑิตศึกษา ปีที่ 15 ฉบับที่ 68 มกราคม – มีนาคม 2561 มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
สุรีพันธุ์ เสนานุช. (2557). visionary Leadership: กรณีศึกษาโรงพยาบาลสงขลานครินทร์. กรุงเทพฯ: สถาบันรางวัลคุณภาพแห่งชาติ.
อาภรณ์รัตน์ เลิศไผ่รอด. (2554). ความพึงพอใจของประชาชนต่อการบริการสาธารณะตามหลักสาราณียธรรมขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองกรด จังหวัดนครสวรรค์. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารจัดการคณะสงฆ์, บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย.