แนวทางการพัฒนาการให้บริการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร
คำสำคัญ:
ความพึงพอใจ, การบริการ, องค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนครบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับการพัฒนาการให้บริการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร จำนวน 5 งาน คือ 1) งานด้านการศึกษา 2) งานด้านรายได้หรือภาษี 3) งานด้านพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม 4) งานด้านโยธา และ 5) งานด้านสาธารณสุข เครื่องมือการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย จำนวน 400 คน และสุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง จำนวน 10 คน ผลการศึกษาพบว่าความพึงพอใจของผู้รับบริการต่อการให้บริการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.97 อยู่ในระดับมากที่สุด และมีค่าเฉลี่ยระดับสูงสุดทุกงาน เมื่อจำแนกเป็นรายด้านพบว่างานด้านการศึกษา ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.97 งานด้านรายได้หรือภาษี ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.97 งานด้านพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.98 งานด้านโยธา ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.96 และงานด้านสาธารณสุข ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.98 และมีข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาการให้บริการจำนวน 11 ข้อ
เอกสารอ้างอิง
พงค์ศักดิ์ มังสังข์, พิทักษ์พงศ์ กางการ และณัฐดนัย แก้วโพนงาม. (2568). แนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารขององค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ. MCU Haripunchai Review, 9 (1), 175 - 184.
พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540. (2540, 31 ตุลาคม). ราชกิจจานุเบกษา (เล่ม 114 ตอนที่ 62ก, น. 1-23).
ณัฐณิชานันท์ ใจจะดี และธเนศพล อินทร์จันทร. (2568). ความคิดเห็นของประชาชนต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร. วารสารการบริหาร ปกครองและนวัตกรรมสังคม, 2 (1), 70 – 77.
วีรพงษ์ เฉลิมจิระรัตน์. (2539). คุณภาพในงานบริการ. สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น).
Kotler, P. (1999). Marketing Management: Analysis, Planning, Implementation and Control. (9thEd). Prentice Hall College Inc.
McCormick, J. E. & Ilgen, D. (1985). Industrial and organizational psychology. (3rded). Englewood: Prentice-Hall
Yamane, T. (1967). Statistics: An Introductory Analysis. New York: Harper & Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
จรรยาบรรณผู้เขียนบทความ
ผู้เขียนบทความต้องรับรองว่าบทความนี้ไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารใดหรือสิ่งพิมพ์อื่นๆ มาก่อน ต้องไม่คัดลอกผลงานผู้อื่นมาปรับแต่งเป็นบทความของตน และไม่ได้อยู่ระหว่างการเสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ อีกทั้งยอมรับหลักเกณฑ์การพิจารณาและการตรวจแก้ไขบทความต้นฉบับโดยกองบรรณาธิการวารสารวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
บทความทุกเรื่องได้รับการตรวจพิจารณาทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาของบทความ ซึ่งผู้เขียนต้องแก้ไขตามคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่เป็นไปตามกำหนดกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์และยกเลิกการตีพิมพ์โดยจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ข้อความที่ปรากฏในบทความของวารสารนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยนครราชสีมาแต่อย่างใด และกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาและตรวจประเมินบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารของวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์