แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีฮาลาลของมุสลิมในภาคใต้ฝั่งอันดามัน

Guidelines for Promoting Halal Tourism of Muslims in the Southern Andaman Coast

ผู้แต่ง

  • ธวัชชัย นิมา บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
  • ภัทรพล ชุ่มมี คณะนวัตกรรมการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
  • ชาคริต ศรีทอง คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

คำสำคัญ:

การท่องเที่ยววิถีฮาลาล, ภาคใต้ฝั่งอันดามัน, การส่งเสริมการท่องเที่ยว

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาปัจจุบันของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อแนวทางพัฒนาการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีฮาลาลของมุสลิมในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อแนวทางพัฒนาการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีฮาลาลของมุสลิมในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน และ (3) เพื่อยืนยันปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อแนวทางพัฒนาการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีฮาลาลของมุสลิมในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ประชากรแบ่งเป็นสองกลุ่มได้แก่ ประชากรการวิจัยเชิงคุณภาพ คือ นายกสมาคมการท่องเที่ยวภาคใต้ นายกสมาคมโรงแรมภาคใต้ ผู้อำนวยการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง ระนอง และพังงา และผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งที่รับผิดชอบ ดูแล สนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการโรงแรมและการท่องเที่ยว กลุ่มตัวอย่างจำนวน 10 คนเลือกแบบสโนว์บอล และ ประชากรการวิจัยเชิงปริมาณ คือ กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่นับถือศาสนาอิสลามที่เคยมาท่องเที่ยวมากกว่าหนึ่งครั้งขึ้นไปที่เข้าพักอาศัยประเภทโรงแรม 1, 2, 3 ที่อยู่ภาคใต้ชายฝั่งอันดามันประเทศไทย ประกอบด้วย จังหวัดกระบี่ ภูเก็ต ตรัง พังงา ระนอง รวม 1,133 แห่ง กลุ่มตัวอย่างจำนวน 700 คน เลือกแบบง่ายโดยการจับฉลากแบบไม่ใส่คืน เครื่องมือการวิจัยเชิงคุณภาพคือ แบบสัมภาษณ์แบบผสม เครื่องมือการวิจัยเชิงปริมาณคือ แบบสอบถาม ค่าความเชื่อมั่นมากกว่า 0.70 และค่าอำนาจแจกแจงรายข้อมากกว่า 0.30 วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย (1) การวิเคราะห์เนื้อหา (2) สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (3) การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน และ (4) การวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง
ผลการศึกษาพบว่า
1. ผลการศึกษาสภาพและแนวทางพัฒนาการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีฮาลาลของมุสลิมในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อแนวทางพัฒนาการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีฮาลาลของมุสลิมในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน มี 6 องค์ประกอบได้แก่ ปัจจัยด้านพฤติกรรมการท่องเที่ยวชาวมุสลิม ปัจจัยการจัดการการท่องเที่ยววิถีฮาลาล ปัจจัยด้านคุณภาพการให้บริการ ปัจจัยด้านความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว ปัจจัยความจงรักภักดีต่อสถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ชายฝั่งอันดามันและปัจจัยแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีฮาลาลของมุสลิมในภาคใต้ฝั่งอันดามัน
2. ผลการศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อแนวทางพัฒนาการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีฮาลาลของมุสลิมในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันพบว่า (1) นักท่องเที่ยวนั้น ต้องการให้ โรงแรม รีสอรท์และ เกสเฮาว์ ควรมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพียงพอต่อการท่องเที่ยววิถีฮาลาล และมีราคาเหมาะสม (2) นักท่องเที่ยวส่วนมากมาเที่ยวมากกว่า 5 ครั้งและเดินทางแบบค้างมากกว่า 2 คืนขึ้นไป (3) นักท่องเที่ยวโดยมักจะเดินทางท่องเที่ยวกับครอบครัว (4) ตนเองเป็นผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจในการเลือกที่พักอาศัย และ(5)โดยจะเดินทางในช่วงวันช่วงวันหยุดเสาร์–อาทิตย์
3. ผลการศึกษารูปแบบทางการพัฒนาการท่องเที่ยววิถีฮาลาลของมุสลิมในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันพบว่า (1) ตัวแปรแฝงปัจจัยพฤติกรรมการท่องเที่ยวชาวมุสลิม(MTB) มีอิทธิพลทางตรงต่อปัจจัยความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว (TS) และปัจจัยความจงรักภักดีต่อสถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ชายฝั่งอันดามัน (LY) (2) ตัวแปรแฝงปัจจัยการจัดการการท่องเที่ยววิถีฮาลาล(HTM) มีอิทธิพลทางตรงต่อปัจจัยความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว (TS) และปัจจัยความจงรักภักดีต่อสถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ชายฝั่งอันดามัน (LY) (3) ตัวแปรแฝงปัจจัยคุณภาพการให้บริการ (SQ) มีอิทธิพลทางตรงไปยังตัวแปรแฝงปัจจัยความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว (TS) และตัวแปรแฝงความจงรักภักดีต่อสถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ชายฝั่งอันดามัน (LY) นอกจากนั้นยังมีอิทธิพลทางอ้อมของตัวแปร MTB ตัวแปร HTM และตัวแปร SQ ที่ส่งผลต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีฮาลาลของมุสลิมในภาคใต้ฝั่งอันดามัน โดยสรุปแล้ว ตัวแบบที่ได้มีประสิทธิภาพในการพยากรณ์เพราะมีค่าสหสัมพันธ์พหุคูณยกกำลังสอง(R2) เท่ากับ 0.78 จึงนับได้ว่าตัวแบบที่ได้รับการพัฒนาขึ้นนี้ มีความสามารถในการพยากรณ์แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีฮาลาลของมุสลิมในภาคใต้ฝั่งอันดามันได้ดีและยอมรับได้

เอกสารอ้างอิง

วีรพงษ์ เฉลิมจิรรัตน์. (2539). คุณภาพในงานบริการ (Quality in Service). พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น

สมวงศ์ พงศ์สถาพร. (2550). เคล็ดไม่ลับการตลาดบริการ. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: ยูบีซี. แอลบุ๊คส์.

สุกัญญา เจริญศรี. (2549). การรับรู้และแนวโน้มพฤติกรรมการท่องเที่ยวใน 6 จังหวัด ภาคใต้อันดามัน หลังได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ธรณีพิบัติของนักท่องเที่ยวชาวไทยในเขตกรุงเทพมหานคร. การศึกษาด้วยตนเอง ศศ.ม. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรต, กรุงเทพฯ.

Bitner, M. J. & Hubbert, A. R. (1994). Encounter satisfaction versus overall satisfaction versus quality: the customer's voice. service quality: new directions in theory and practice. Thousand Oaks, CA: Sage (In Rust, R.T., & Oliver, R.L. (Eds.), 72-94.

E. M. Ekanayake and Aubrey E. Long. (2012). The International Journal of Business and Finance Research. 2012, vol. 6, issue 1, 51-63.

HatemEl - Gohary. (2016). การท่องเที่ยวฮาลาล. https://www.dot.go.th/storage/Halal% 20Tourism%20Destination/Y4DXF5Lupy8EYD7iEPQBhrPk4S2ajpaLocNy5oA2.pdf

Lovelock and Wirtz. (2011). Marketing and Organizational Behavior Interface. Journal of Business Research 20 (1), Marketing. Journal of Marketing 49 (2), pp. 33-46

Pew Research Center. (2009). The Future of the Global Muslim Population: Projections for 2010- 2030. Retrieved March 18, 2011, from http://www.euro-muslims.eu/future_global.pdf.+Piangpis Sriprasert (2014)

Riyad Eid and Hatem El-Gohary. (2015). The Impact of E-marketing Use on Small Business Enterprises' Marketing Success: The Case of UK Companies. Tourism Management, vol. 46, issue C, 477-488.

Schmenner, Roger W. (2004). Service operations management. Englewood Cliifs,

Webster, C., Ivanov, S. (2014). Transforming competitiveness into economic benefits: Does tourism. Tourism Management, 40 (2014) 137e140.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2020-12-30

รูปแบบการอ้างอิง

นิมา ธ., ชุ่มมี ภ., & ศรีทอง ช. (2020). แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีฮาลาลของมุสลิมในภาคใต้ฝั่งอันดามัน: Guidelines for Promoting Halal Tourism of Muslims in the Southern Andaman Coast. วารสารวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 14(3), 136–150. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/hsjournalnmc/article/view/246805

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย