The Status of Research on Grammaticalization in Thai
The Status of Research on Grammaticalization in Thai
Keywords:
The Status of Research, Grammaticalization, Structure Grammar, Functional-typological GrammarAbstract
This research aims to study status research of grammaticalization in Thai language in term of research characteristics, research issues, research theories, research data and data compilation methods through documents published in electronics database between 1994 and 2020 totaling 33 titles. The descriptive analysis is applied. The findings reveal that: 1) Research characteristics into 2 groups according to the classification criteria are (1) Using time as a criterion: synchronic study and diachronic study (2) Using the research guideline classified: research that has begun to study from word or phase origin, study from word and grammaticalization, and research that are defined words whit starting and ending; 2)Research issues: studies on grammatical functions, semantic aspects and grammaticalization; 3)Research theories find theories on word classes including structure grammar theory of Wijin Panupong (1977), functional-typological grammar of Givón (2001) and grammaticalization theory of Hopper, & Traugott (2003) and Heine, & Kuteva (2007); 4) Research data find word and word categories from documents and online database; and 5) The way to study found the first 100 1pages of study specific information.
References
กนกวรรณ วารีเขตต์. (2556). การกลายเป็นคำไวยากรณ์ของคำสรรพนามบุรุษที่ 1 ในภาษาไทยสมัยรัตนโกสินทร์. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
กรชนก นันทกนก. (2562). การศึกษาหน้าที่ทางไวยากรณ์ของคาว่า ค่อย ที่ปรากฏใช้ในภาษาไทย. วารสารมังรายสาร, 7(1), 1-12.
กรองกานต์ รอดพันธ์. (2555). ถึง: การศึกษาเชิงประวัติ. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
กาจบัณฑิต วงศ์ศรี. (2547). เครือข่ายความหมายของคำว่า ออก ในภาษาไทย. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
กิ่งกาญจน์ เทพกาญนา. (2559). กระบวนการกลายเป็นรูปไวยากรณ์ Grammaticalization . กรุงเทพฯ : บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชซิ่ง จำกัด (มหาชน).
ขนิษฐา ใจมโน. (2562). การสังเคราะห์และแนวโน้มการทำงานวิจัยด้านภาษาศาสตร์สังคม. วารสารมังรายสาร, 7(1), 67-85.
จรัสดาว อินทรทัศน์. (2539). กระบวนการที่คำกริยากลายเป็นคำบุพบทในภาษาไทย. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
จิรัชย์ หิรัญรัศ. (2550). การศึกษาความหมายของคำว่า เอา ในภาษาไทย. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
จินดา วรรณรัตน์. (2563). สถานภาพองค์ความรู้เกี่ยวกับการศึกษาภาษาในงานวิทยานิพนธ์ไทยช่วงทศวรรษ พ.ศ. 2550 - พ.ศ. 2560. รายงานการประชุมหาดใหญ่วิชาการระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 9 ที่จัดขึ้นในวันที่ 20-21 กรกฎาคม 2561 ณ จังหวัดสงขลา.
ชัชวดี ศรลัมพ์. (2538). การศึกษามโนทัศน์ของคำว่า เข้า. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
ชาฎินี มณีนาวาชัย. (2559). การกลายเป็นคำไวยากรณ์ของคำกริยา ไป เป็นคำบ่งชี้ทัศนภาวะ. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ.
ทัดดาว รักมาก. (2562). วิวัฒนาการการใช้คำว่า แก่ ในภาษาไทย. วารสารวรรณวิทัศน์, 19(2), 142-177.
ธีรภัทร คำทิ้ง. (2563). หน้าที่ทางไวยากรณ์และความหมายของคำว่า ขี้ ที่ปรากฏในภาษาไทยปัจจุบัน. วารสารภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม, 9(1), 57-75.
__________. (2563). สถานภาพการวิจัยเกี่ยวกับสภาพและปัญหาการใช้ภาษาไทย. วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 16(1), 71-97.
นพรัฐ เสน่ห์. (2556). การกลายเป็นคำไวยากรณ์ของ ด้วย. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
นพวรรณ เมืองแก้ว. (2556). คำแสดงการขอร้องในภาษาไทย : การศึกษาตามแนวทฤษฎีการกลายเป็นคำไวยากรณ์. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
นันทริยา ลำเจียกเทศ. (2539). คำไวยากรณ์ที่กลายมาจากคำนามเรียกอวัยวะและส่วนของพืช ในภาษาไทยล้านนา. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
นิดา จำปาทิพย์. (2557). พัฒนาการของคำบอกปฏิเสธ บ่ มิ ไป่ ไม่. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
ปิ่นกาญจน์ วัชรปาณ. (2548). อยาก: การศึกษาเชิงประวัติ. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
ไพทยา มีสัตย์. (2540). การศึกษาคำช่วยหน้ากริยาที่กลายมาจากคำกริยาในภาษาไทย. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
ภคภต เทียมทัน. (2561). พัฒนาการของคำว่า บน ในภาษาไทย. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
มนต์ชัย เดชะพิพัฒน์สกุล. (2552). การศึกษาคำว่า ได้ ในภาษาไทย. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ.
มิ่งมิตร ศรีประสิทธิ์. (2546). การศึกษาเชิงประวัติของคำว่า แล้ว อยู่ อยู่แล้ว. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
เมธาวี ยุทธพงษ์ธาดา. (2555). การขยายหน้าที่และความหมายของคำว่า ตัว ตั้งแต่สมัยสุโขทัยถึง พ.ศ.2551. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ.
ราตรี แจ่มนิยม. (2546). การศึกษาคำบุพบทที่กลายมาจากคำกริยาในภาษาไทย. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศิลปากร, กรุงเทพฯ.
รุ่งทิพย์ รัตนภานุศร. (2549). การขยายความหมายของคำกริยาแสดงการรับรู้ด้วยตาในภาษาไทย. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
วรลักษณ์ วีระยุทธ. (2556). การกลายเป็นคำไวยากรณ์ของคำว่า ไป ในภาษาไทย. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ.
วิจินตน์ ภาณุพงศ์. (2520). โครงสร้างภาษาไทย: ระบบไวยากรณ์. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
วิยะดา มีศรี. (2562). การศึกษาเชิงประวัติหน้าที่ไวยากรณ์และความหมายของคำว่า อัน. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยนเรศวร, กรุงเทพฯ.
ศุภชัย ต๊ะวิชัย. (2557). มโนทัศน์พื้นที่ในภาษาไทย : กรณีศึกษาคำว่า ‘หลัง’ ที่ปรากฏในเว็บไซต์พันทิปดอทคอม. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 6(1), 131-148.
__________. (2561). สถานภาพงานวิจัยอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ในภาษาไทย. วารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 40(2), 202-254.
สมทรง บุรุษพัฒน์. (2537). สถานภาพงานวิจัยภาษาศาสตร์ในประเทศไทย. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ.
สัณห์ธวัช ธัญวงษ์. (2557). กระบวนการกลายเป็นคำไวยากรณ์ของคำ ไว้. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
สิรีมาศ มาศพงศ์. (2557). ย้อนพินิจชีวิตคำบริภาษ: จาก พี่อ้าย สู่ ไอ้พี่บ้า. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุทธิรักษ์ บูรพาศิริวัฒน์. (2560). กระบวนการขยายความหมายของคำว่า เสือก ในภาษาไทย. วารสารภาษาและภาษาศาสตร์, 36(1), 124-145.
สุรีเนตร จรัสจรุงเกียรติ. (2551). ยัง: การศึกษาเชิงประวัติ. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
_________________. (2555). พัฒนาการของคำว่า เป็น ในภาษาไทย. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
สุวดี นาสวัสดิ์. (2552). ระบบการให้เกียรติที่สะท้อนจากคำขึ้นต้น คำสรรพนามบุรุษที่ 1 และ 2 คำลงท้าย และคำรับในราชาศัพท์ไทย. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
สุวิไล เปรมศรีรัตน์. (2556). ภาษาศาสตร์ประยุกต์เพื่อการพัฒนา: ฟื้นคน ฟื้นภาษาในภาวะวิกฤต. วารสารภาษาและวัฒนธรรม, 32(2), 4-18.
โสภาวรรณ แสงไชย. (2537). กริยารอง ขึ้น และ ลง ในภาษาไทย. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
อันธิกา ธรรมเนียม. (2558). การศึกษาเชิงประวัติของคำ ไหน. วารสารศรีปทุมปริทัศน์ ฉบับมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 15(2), 130-139.
อิศเรศ ดลเพ็ญ. (2550). การศึกษาเปรียบเทียบคำว่า เอา ในสมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา และสมัยปัจจุบัน. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 24(3), 1-12.
Givón, T. (2001). Syntax: vol 1-2. Amsterdam: Philadelphia: John Benjamis.
Heine, B., & Reh, M. (1984). Grammaticalization and Reanalysis in African Languages. USA: University of Virginia.
Heine, B. & Kuteva, T. (2007). the genesis of grammar: a reconstruction. Oxford: Oxford University Press.
Hopper, P. J., & Traugott, E.C. (2003). Grammaticalization (2nd Edition). Cambridge Textbooks in Linguistics. USA: Cambridge University Press.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
จรรยาบรรณผู้เขียนบทความ
ผู้เขียนบทความต้องรับรองว่าบทความนี้ไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารใดหรือสิ่งพิมพ์อื่นๆ มาก่อน ต้องไม่คัดลอกผลงานผู้อื่นมาปรับแต่งเป็นบทความของตน และไม่ได้อยู่ระหว่างการเสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ อีกทั้งยอมรับหลักเกณฑ์การพิจารณาและการตรวจแก้ไขบทความต้นฉบับโดยกองบรรณาธิการวารสารวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
บทความทุกเรื่องได้รับการตรวจพิจารณาทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาของบทความ ซึ่งผู้เขียนต้องแก้ไขตามคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่เป็นไปตามกำหนดกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์และยกเลิกการตีพิมพ์โดยจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ข้อความที่ปรากฏในบทความของวารสารนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยนครราชสีมาแต่อย่างใด และกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาและตรวจประเมินบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารของวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์