ผลการจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วยการสืบสอบหาความรู้เป็นกลุ่มเพื่อพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีมของนักศึกษาระดับปริญญาตรี
คำสำคัญ:
การจัดการเรียนรู้เชิงรุก , การสืบสอบหาความรู้เป็นกลุ่ม , ทักษะการทำงานเป็นทีมบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เปรียบเทียบทักษะการทำงานเป็นทีมของนักศึกษาระดับปริญญาปริญญาตรี ระหว่างก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วยการสืบสอบหาความรู้เป็นกลุ่ม และ (2) ศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่มีต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วยการสืบสอบหาความรู้เป็นกลุ่ม กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยนครราชสีมา ที่ลงทะเบียนรายวิชา 0003104 การใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 30 คน เลือกโดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เนื่องจากผู้เรียนทุกห้องมีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วยการสืบสอบหาความรู้เป็นกลุ่ม 2) แบบประเมินทักษะการทำงานเป็นทีม และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักศึกษาระดับปริญญาปริญญาตรีที่มีต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วยการสืบสอบหาความรู้เป็นกลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าร้อยละ
ผลการวิจัยพบว่า (1) การเปรียบเทียบทักษะการทำงานเป็นทีมของนักศึกษาระดับปริญญาตรี หลังการจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วยการสืบสอบหาความรู้เป็นกลุ่ม สูงกว่าก่อนจัดกิจกรรม (2) ความพึงพอใจของนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่มีต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วยการสืบสอบหาความรู้เป็นกลุ่ม โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก
เอกสารอ้างอิง
กิ่งแก้ว พรอภิรักษสกุล. (2566). การพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีมของนักศึกษารายวิชา MKT453 การจัดการช่องทางการตลาด โดยใช้กิจกรรมเชิงรุกแบบมีส่วนร่วม. การประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี ประจำปี 2566, 49-59.
งานพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและกระบวนการเรียนรู้ กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา. (2566). คู่มือการขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้สู่การพัฒนาทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย สำนกงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
ทิศนา แขมมณี. (2560). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 21). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นภัทร ไชยบุดดี. (2562). การส่งเสริมความสามารถการทำงานเป็นทีมด้วยการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับเว็บสนับสนุน รายวิชาการเขียนโปรแกรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
พรรณี ลีกิจวัฒนะ. (2555). วิธีการวิจัยทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ: คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง.
พระบวร ปวรธมฺโม. (2563). การศึกษาผลการจัดการเรียนรู้เชิงรุกสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มมร.วิทยาเขตอีสาน, 1(2), 9-23.
วรสรณ์ เนตรทิพย์, จตุพล ยงศร และราชันย์ บุญธิมา. (2560). องค์ประกอบของพฤติกรรมการเรียนรู้เป็นทีมของนิสิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. วารสารสมาคมนักวิจัย, 22(2), 229-241.
วิเชียร อินทรสมพันธ์, ประณีต ม่วงนวล และณัฐมน พันธุ์ชาตรี. (2565). การจัดการเรียนรู้เชิงรุกและการประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริงด้วยแฟ้มสะสมงานอิเล็กทรอนิกส์สำหรับนักศึกษาครู. วารสาร สถาบันวิจัยญาณสังวร มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 13(2), 108–118.
สายสุดา ปั้นตระกูล. (2567). การจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการเรียนแบบสืบสอบความรู้เป็นกลุ่มที่มีต่อความสามารถในการแก้ปัญหาทางการคำนวณ. วารสารพัฒนาเทคนิคศึกษา, 36(129), 12–17.
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. (2561). กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2561.
สุธิดา ทองคำ และอุบลวรรณ ส่งเสริม. (2565). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนที่ส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหา โดยการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับการสืบเสาะแบบกลุ่ม สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, 33(2), 41–57.
สุริภา เตียงนิล. (2565). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ของครูเพื่อส่งเสริมทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนสมเด็จพระปิยมหาราชรมณียเขต จังหวัดกาญจนบุรี. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ.
สุภาพร ชื่นวัฒนา, อรวรรณ สัมฤทธิ์เดชขจร, และ ปิยภัสร์ เจียมสว่างพร. (2563). ผลของการจัดการเรียนรู้เชิงรุกต่อทักษะการทำงานเป็นทีมของนักศึกษาระดับปริญญาตรี. วารสารนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 3(2), 45-60.
BASE Playhouse. (2024). การทำงานเป็นทีม (Teamwork) คืออะไร สำคัญแค่ไหน และนำไปปรับใช้ได้อย่างไรบ้าง?. สืบค้นจาก https://www.baseplayhouse.co/blog/important-of-teamwork
Bonwell, C. C., & Eison, J. A. (1991). Active learning: Creating excitement in the classroom. ERIC Digest.
Freeman, S., Eddy, S. L., McDonough, M., Smith, M. K., Wenderoth, M. P., & Crowe, A. J. (2014). Active learning increases student performance in science, engineering, and mathematics. Proceedings of the National Academy of Sciences, 111(23), 8410-8415.
Hattie, J. (2009). Visible learning: A synthesis of over 800 meta-analyses relating to achievement. Routledge.
Krungsri Academy. (2026). การทำงานเป็นทีมคืออะไร? 6 หลักการทำงานที่องค์กรควรรู้. สืบค้นจาก https://www.krungsri.com/th/plearn-plearn/business/inspiration-and-success-case/effective-result-of-perfect-teamwork
Mason, J. (2008). Researching your own practice: The discipline of noticing. Routledge.
Mohzana Mohzana, Merla Merla, Yoseb Boari Muh Adnan Hudain and Ilham Kamaruddin. (2023). The Analysis of The Effectiveness of Group Investigation Method Implementation In Increasing Student Learning Outcomes. Mudir: Jurnal Manajemen Pendidikan, 5(1), 148-153. DOI: https://doi.org/10.55352/mudir.v5i1.40
Sharan, Y., & Sharan, S. (1992). Expanding Cooperative Learning Through Group Investigation. Teachers College Press.
Wells, G. (1999). Dialogic inquiry: Towards a socio-cultural practice and theory of education. Cambridge University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
จรรยาบรรณผู้เขียนบทความ
ผู้เขียนบทความต้องรับรองว่าบทความนี้ไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารใดหรือสิ่งพิมพ์อื่นๆ มาก่อน ต้องไม่คัดลอกผลงานผู้อื่นมาปรับแต่งเป็นบทความของตน และไม่ได้อยู่ระหว่างการเสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ อีกทั้งยอมรับหลักเกณฑ์การพิจารณาและการตรวจแก้ไขบทความต้นฉบับโดยกองบรรณาธิการวารสารวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
บทความทุกเรื่องได้รับการตรวจพิจารณาทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาของบทความ ซึ่งผู้เขียนต้องแก้ไขตามคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่เป็นไปตามกำหนดกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์และยกเลิกการตีพิมพ์โดยจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ข้อความที่ปรากฏในบทความของวารสารนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยนครราชสีมาแต่อย่างใด และกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาและตรวจประเมินบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารของวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์