แนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแบบประชาชนมีส่วนร่วมของเทศบาลตำบลป่าตันนาครัว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง
Guidelines for Development the Cultural Tourism of People Participation: A Case Study in Patunnakrure Municipality Meatha District, Lampang Province
คำสำคัญ:
แนวทางพัฒนาท่องเที่ยว, การวางแผนกลยุทธ์, การมีส่วนร่วมบทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพที่เป็นจริง ต่อแหล่งท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมในพื้นที่เทศบาลตำบลป่าตันนาครัว 2) สำรวจการรับรู้ทรัพยากรการท่องเที่ยว ความต้องการ ความคาดหวัง การจัดแหล่งท่องเที่ยว 3) การจัดทำแผนกลยุทธ์ 4) ประเมินผลการมีส่วนร่วม ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 355 คน รวบรวมข้อมูลใช้แบบ สอบถาม สถิติที่ใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน กลุ่มตัวอย่าง 46 คน เพื่อสนทนากลุ่ม การสัมภาษณ์นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์จำแนกหมวดหมู่ พบว่า
- ผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นหญิง สถานภาพโสด อายุระหว่าง 41-50 ปีมากที่สุด ระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-25,000 บาท ผลการสำรวจ และการสังเกต การสนทนากลุ่มคณะผู้บริหารตัวแทน ต้องการให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว
- การรับรู้ทรัพยากรการท่องเที่ยว ความต้องการ ความคาดหวัง การจัดแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและความจำเป็นในการส่งเสริมการท่องเที่ยว เตรียมการเพื่อการท่องเที่ยวปัญหา/อุปสรรค คือ งบประมาณจากภาครัฐ การประชาสัมพันธ์และการคมนาคม ไม่สะดวก ข้อเสนอแนะ คือพัฒนาสถานที่ การจัดเส้นทางท่องเที่ยวให้ชัดเจน
- การจัดทำแผนกลยุทธ์ จากการมีส่วนร่วม ประสานความร่วมมือการทำงานของผู้บริหาร ประชาชน องค์กร นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ ผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการ 1) กำหนดเครื่องมือ 2) กำหนดขีดความสามารถ 3) กำหนดที่ต้องพัฒนา
ผลที่ได้จากการทำแผนคือ วิสัยทัศน์ พันธะกิจ เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด แนวทางพัฒนาได้ 3 กลยุทธ์ 1: สร้างเครือข่ายความร่วมมือ1) สร้างเครือข่ายความร่วมมือ กลุ่มต่าง ๆ 2) ระบุบทบาทหน้าที่ 3) การตัดสินใจ และ4) การดำเนินงาน 2:วางแผนวิสัยทัศน์ร่วม วัตถุประสงค์ นโยบาย งบประมาณ เครื่องมือประเมินผล 3: ทบทวนวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ แผนงาน โครงการ แนวทางพัฒนา และอภิปรายสรุป
- 4. ผลการประเมิน การมีส่วนร่วมนำแผนกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ แนวทางพัฒนา การท่องเที่ยว 1) กำหนดเครื่องมือวัดพัฒนา 2) กำหนดขีดความสามารถรองรับการท่องเที่ยว 3)กำหนดสิ่งที่ต้องพัฒนา 4) การพัฒนาสภาพทั่วไป 5) การพัฒนาระบบการตลาด
คำสำคัญ: แนวทางพัฒนาท่องเที่ยว การวางแผนกลยุทธ์ การมีส่วนร่วม
*บทความวิจัย คณะนิติศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยนครราชสีมา
**ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คณะนิติศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยนครราชสีมา,
E-mail: thornk250@gmail.com
เอกสารอ้างอิง
กาญจนา แสงลิ้มสุวรรณ และ ศรันยา แสงลิ้มสุวรรณ. (2555). การท่องเที่ยวเชิงมรดกวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยบูรพา
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2548). ความสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว. กรุงเทพฯ: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย.
ชัยนันท์ธรณ์ ขาวงาม. (2556). การบริหารเชิงกลยุทธ์. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง.
ชิษณุชา ปานศิริ. (2551). การมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรม : กรณีศึกษา เขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี. วิทยานิพนธ ศศ.ม, กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยนเรศวร.
นิศา ชัชกุล. (2550). อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว. กรุงเทพมหานครฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พนิตสุภา ธรรมประมวล และกาสัก เต๊ะขันหมาก. (2553). กลยุทธ์และแผนการตลาดเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแบบมีส่วนร่วมชุมชนในจังหวัดลพบุรี, สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ.
พรทิพย์ กิจเจริญไพศาล. (2553). การศึกษาทรัพยากรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชน ชาวมอญเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในจังหวัดปทุมธานี. ปริญญานิพนธ์ วิทยาศาสตร-มหาบัณฑิต สาขาการวางแผนและการจัดการ การท่องเที่ยวเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
พระราชบัญญัติส่งเสริมการท่องเที่ยวแนวทางในการบูรณาการ 2554. (2554). (6 กรกฏาคม). ราชกิจจานุเบกษา 17 มิถุนายน 2554 หน้า 23 เล่ม 128 ตอนพิเศษ 67ง.
รสิกา อังกูร. (2548). การพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น. กรุงเทพ: โรงพิมพ์ มหาวิทยาลัยรามคําแหง.
วรศักดิ์ เหลืองสุวรรณ และรสิกา อังกูร. (2553). กิจกรรมแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่นและการพัฒนา หมู่บ้านต้นแบบ. เอกสารการสอนชุดวิชาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน (หน่วยที่ 9-15) มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. นนทบุรี: สํานักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
วีระพล ทองมา, วินิตรา ลีละพัฒนา และ นวนจันทร์ ทองมา. (2554). ผลที่เกิดขึ้นจากการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวต่อประชาชน ในพื้นที่ ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยแม่โจ้.
วีระพล ทองมา. (2554). กลยุทธ์การบริหารจัดการธุรกิจการท่องเที่ยวชุมชนบนพื้นที่สูงใน จังหวัด เชียงใหม่. เชียงใหม่: คณะพัฒนาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยแม่โจ้.
สำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลตำบลป่าตันนาครัวข้อมูล. (2556). รายงานประจำปีเทศบาลตำบลป่าตันนาครัว. สำนักงานเทศบาลตำบลป่าตันนาครัว.
สุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ์. (254). ระเบียบวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่12. กรุงเทพฯ: สามลดา.
สุภาพร วรพล. (2546). วัด: แหล่งท่องเที่ยวทางศิลปกรรม. จุลสารการท่องเที่ยว, 22.
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) (2556). ประวัติ อพท. (2556). (ออนไลน์). แหล่งที่มา: http://www.dasta.or.th สืบค้น 12 พฤษภาคม 2559.
Bigne, J. E., Sanchez, M. I., & Sanchez, J. (2001). Tourism image, evaluation variables and after Purchase behavior: Inter-relationship. Tourism Management, 22(6), 607-616.
Certo & Peter. (1991). Strategic Management: Concepts and Applications.Singapore: McGraw- Hill Inc
Cohen, J.M. and Uphoff, N.T. (1981). Rural Development Participation: Concept and Measures for Project Design Implementation and Evaluation. Rural Development Committee Center for International Studies, Cornell University.
David, F. R. (1995). Strategic Management. England wood Cliffs: Prentice Hall.
Haugland, et al. (2011). Development of tourism destinations: An Integrated Multilevel Perspective. Annals of Tourism Research, 38 (1), 268–290.
Mill, R. & Morrison, A. M. (1992). The Tourism System: and Introductory Text. New Jersey: Prince - Hall Intentional Inc. (21-23)
Owen, R. E. & Other. (2000). Sustainable Tourism Development in Wales: from Theory to Practice. In Tourism Management to Wards the NEW millennium.Edited by Chris Ryan and Stephen Page. Amsterdam: Elsevier Science.
World Tourism Organization. (2004). Indicators of sustainable development for tourism destinations: a guidebook. Madrid, Spain: World Tourism Organization.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
จรรยาบรรณผู้เขียนบทความ
ผู้เขียนบทความต้องรับรองว่าบทความนี้ไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารใดหรือสิ่งพิมพ์อื่นๆ มาก่อน ต้องไม่คัดลอกผลงานผู้อื่นมาปรับแต่งเป็นบทความของตน และไม่ได้อยู่ระหว่างการเสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ อีกทั้งยอมรับหลักเกณฑ์การพิจารณาและการตรวจแก้ไขบทความต้นฉบับโดยกองบรรณาธิการวารสารวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
บทความทุกเรื่องได้รับการตรวจพิจารณาทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาของบทความ ซึ่งผู้เขียนต้องแก้ไขตามคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่เป็นไปตามกำหนดกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์และยกเลิกการตีพิมพ์โดยจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ข้อความที่ปรากฏในบทความของวารสารนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยนครราชสีมาแต่อย่างใด และกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาและตรวจประเมินบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารของวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์