อัตลักษณ์พระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

Main Article Content

สุภัคธัช สุธนภิญโญ

บทคัดย่อ

บทความนี้มุ่งศึกษาอัตลักษณ์ทางสังคมของพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ใช้ข้อมูลจากหนังสือพระประวัติสมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 19 พระองค์ วัดบวรนิเวศวิหารจัดพิมพ์ในวโรกาสฉลองพระชันษา 96 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 3 ตุลาคม 2552 และใช้แนวคิดอัตลักษณ์ (Identity) เป็นกรอบในการวิเคราะห์ ผลการศึกษาพบว่า พระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์มีอัตลักษณ์ทางสังคม (Social Identity) ที่ปรากฏโดดเด่น 4 ด้าน ได้แก่ 1) อัตลักษณ์พระราชอุปัธยาจารย์ 2) อัตลักษณ์นักปราชญ์ 3) อัตลักษณ์นักการศึกษา และ 4) อัตลักษณ์นักปกครอง โดยอัตลักษณ์แต่ละด้านมีความเชื่อมโยง สามารถทับซ้อน ปรากฏร่วมกันได้มากกว่า 1 ด้าน และมีพลวัตที่ปรับเปลี่ยนได้ตามบริบททางสังคมในแต่ละสมัย ทั้งนี้อัตลักษณ์ดังกล่าวทำหน้าที่ยกย่องพระเกียรติคุณของพระสังฆราชแต่ละพระองค์ในสมัยรัตนโกสินทร์ให้เป็นที่ปรากฏเด่นชัดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ อัตลักษณ์ยังแสดงให้เห็นว่าพระสังฆราชเป็นกลุ่มทางสังคมที่มีบทบาทสำคัญในการธำรงสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เกื้อกูลในฐานะผู้อุปถัมภ์ซึ่งกันและกัน อีกทั้งเป็นพึ่งทางใจของบุคคลทุกชนชั้นในสังคมไทย ตลอดจนมีส่วนช่วยจรรโลงสังคมและสร้างคุณูปการด้านต่าง ๆ แก่สังคมไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ดังนั้นอัตลักษณ์ทางสังคมของพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทั้ง 19 พระองค์คือทรงเป็นอภิปูชนียบุคคลของสังคมไทย และอาจกล่าวได้ว่าอัตลักษณ์กลุ่มของพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์คือ “ทรงเป็นสัญลักษณ์ของคุณความดี”

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สุธนภิญโญ ส. . (2023). อัตลักษณ์พระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 10(11), 231–242. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/273712
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

กริช ภูญียามา. (2561). “ใต้เงาเศวตฉัตร” ว่าด้วยการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ตอนที่ 2). วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 47(4), 847-848.

โกวิท ตั้งตรงจิตร. (2549). 19 สมเด็จพระสังฆราช กรุงรัตนโกสินทร์. กรุงเทพมหานคร: พิมพ์คำ.

ชมรมคณาจารย์แห่งประเทศไทย. (2536). พระประวัติสมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 19 พระองค์ พร้อมทั้งเหตุการณ์ 700 ปีของประเทศไทย พิมพ์เนื่องในวโรกาสฉลองพระชนมายุ 80 พรรษา สมเด็จ พระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 3 ตุลาคม 2536. กรุงเทพมหานคร: กรมการศาสนา.

ดินาร์ บุญธรรม. (2551). พระมหากษัตริย์กับพระพุทธศาสนา. กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.

นิโลบล นาคพลังกูล. (2546). ภาพลักษณ์ของพระสงฆ์ ในเรื่องสั้นไทย ระหว่าง พ.ศ.2532-2543. ใน วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

พระมหาเจริญ กตปญฺโญ และคณะ. (2565). การศึกษาของคณะสงฆ์ไทยภายใต้พระราชบัญญัติคณะสงฆ์. วารสารปรัชญาและศาสนา มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 6(2), 25-49.

ยุทธการ ปัทมโรจน์ และ ศิริพร ภักดีผาสุก. (2565). ความสัมพันธ์ระหว่างกลวิธีทางภาษากับภาพตัวแทนพระสงฆ์ผู้กระทำผิดในวาทกรรมข่าวออนไลน์: การศึกษาตามแนววาทกรรมวิเคราะห์เชิงวิพากษ์. วารสารวรรณวิทัศน์, 22(2), 1-40.

วลัย ชูธรรมธัช. (2557). คำสอนสมเด็จพระสังฆราช 19 พระองค์. กรุงเทพมหานคร: ย้อนรอย.

วัดบวรนิเวศวิหาร. (2552). พระประวัติ สมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 19 พระองค์ จัดพิมพ์ในวโรกาสฉลองพระชันษา 96 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 3 ตุลาคม 2552. กรุงเทพมหานคร: วัดบวรนิเวศวิหาร.

ศิริพร ภักดีผาสุข. (2561). ความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับอัตลักษณ์และแนวทางการนำมาศึกษาภาษาไทย. กรุงเทพมหานคร: โครงการเผยแพร่ผลงานวิชาการ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สายป่าน ปุริวรรณชนะ. (2555). อิทธิปาฏิหาริย์กับการสร้างเรื่องเล่าศักดิ์สิทธิ์ : ขนบนิยมและพลวัตในประวัติพระเกจิอาจารย์ในสังคมไทยภาคกลาง. ใน ดุษฎีนิพนธ์อักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุนทร คํายอด. (2557). ภาพเสนอพระสงฆ์ในเรื่องสั้นของมาลา คำจันทร์. วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้, 2(1),72-90.

สุนทร คํายอด และคณะ. (2565). ภาพลักษณ์พระสงฆ์ในเอกสารโบราณล้านนา. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา, 10(2),145-161.

อธิภัทร เอิบกมล และ พัชลินจ์ จีนนุ่น. (2564). สถานภาพการศึกษาวรรณกรรมโดยใช้แนวคิดอัตลักษณ์ (Identity) ในงานวิทยานิพนธ์ไทย (พ.ศ.2543 – 2563). เรียกใช้เมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2566 จาก https://www.hu.ac.th/conference/conference2021/Proceeding/doc/02%20HU/079-HU%20(P.511%20-%20529).pdf

อภิญญา เฟื่องฟูสกุล. (2546). อัตลักษณ์ Identity การทบทวนทฤษฎีและกรอบแนวคิด. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ.