Author Guidelines
การส่งบทความเข้าระบบ Thaijo เพื่อได้รับการตีพิมพ์
การส่งในระบบ (Online Submission) สามารถส่งเข้าระบบออนไลน์ได้เว็บไซต์ ของวารสารมหาจุฬานาครทรรศน์ได้ที่ https://www.tci-thaijo.org/index.php/JMND
เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก
การจัดเตรียมต้นฉบับ
ดาวน์โหลดตัวอย่างรูปแบบ
1. ดาวน์โหลด แบบฟอร์มการเตรียมต้นฉบับ บทความวิจัย (ไฟล์ Word)
2. ดาวน์โหลด แบบฟอร์มการเตรียมต้นฉบับ บทความวิชาการ (ไฟล์ Word)
3. ดาวน์โหลด ตัวอย่างการเตรียมต้นฉบับ (ไฟล์ PDF)
ข้อกำหนดทั่วไป
1. บทความต้องอยู่ในขอบเขตสาขาวิชาของวารสารตามที่ประกาศไว้ในหัวข้อ “วัตถุประสงค์และขอบเขต”
2. บทความต้องไม่เคยตีพิมพ์ หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น
3. ต้นฉบับต้องมีความยาวไม่น้อยกว่า 8 หน้ากระดาษ A4 และไม่เกิน 8,000 คำ (ไม่รวมเอกสารอ้างอิง) [ต้องยกเลิกข้อความเดิมที่ระบุ “ไม่เกิน 12 หน้า” เพื่อไม่ให้ขัดกันเอง หรือกำหนดเพดานหน้าใหม่ให้สอดคล้องกับ 8,000 คำ]
4. ใช้ตัวอักษร THSarabunPSK ตั้งค่าขอบบน ขอบซ้าย ขอบขวา และขอบล่าง 1 นิ้ว ระยะห่างระหว่างบรรทัดเท่ากับ 1 และเว้นบรรทัดระหว่างแต่ละย่อหน้า
5. ส่งไฟล์ในรูปแบบ .docx ของ Microsoft Word เวอร์ชัน 2010 ขึ้นไป หากมีภาพ ตาราง หรือสมการ ให้ส่งแยกจากไฟล์เอกสารในรูปแบบ .PDF .JPG .GIF หรือ .bmp
6. ค่าความซ้ำซ้อนจากโปรแกรม CopyCatch ต้องไม่เกินร้อยละ 25 สำหรับบทความวิจัย และไม่เกินร้อยละ 10 สำหรับบทความวิชาการ
7. การใช้ตัวเลขให้ใช้ตัวเลขอารบิกทั้งหมด ใช้คำย่อที่เป็นสากลเท่านั้นโดยระบุคำเต็มไว้ในครั้งแรก
องค์ประกอบของต้นฉบับ
1. ชื่อเรื่อง ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พิมพ์ไว้หน้าแรกตรงกลาง
2. ชื่อผู้นิพนธ์ทุกคน ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พร้อมวุฒิการศึกษาสูงสุด ตำแหน่งทางวิชาการ สังกัด จังหวัด และประเทศ
3. อีเมลของผู้นิพนธ์หลัก และ ORCID iD ของผู้นิพนธ์ทุกคน (แนะนำอย่างยิ่ง)
4. บทคัดย่อ ความยาวประมาณ 300 คำต่อบทคัดย่อ [ต้องระบุให้ชัดว่าต้องมีบทคัดย่อภาษาอังกฤษด้วยหรือไม่ — ปัจจุบันหน้าเว็บระบุเฉพาะบทคัดย่อภาษาไทย แต่ระบบ ThaiJO และการเข้าสู่ฐานข้อมูลนานาชาติต้องการบทคัดย่อภาษาอังกฤษ]
5. คำสำคัญ (Keywords) 3–5 คำ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
โครงสร้างบทความวิจัย
1. บทคัดย่อ (Abstract) เสนอวัตถุประสงค์ วิธีการวิจัย และผลการวิจัยโดยสรุปอย่างกระชับ
2. บทนำ (Introduction) ระบุความสำคัญของปัญหาการวิจัย กรอบแนวคิด และวัตถุประสงค์การวิจัย
3. วิธีดำเนินการวิจัย (Research Methodology) ระบุแบบแผนการวิจัย การได้มาซึ่งกลุ่มตัวอย่างและการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูล
พร้อมทั้งระบุข้อมูลการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์หรือสัตว์ ได้แก่ ชื่อคณะกรรมการ เลขที่หนังสือรับรอง และวันที่รับรอง
4. ผลการวิจัย (Results) เสนอผลตามวัตถุประสงค์การวิจัยตามลำดับอย่างชัดเจน ควรเสนอในรูปตารางหรือแผนภูมิ
5. อภิปรายผล (Discussion) เสนอเป็นความเรียง ชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงของผลการวิจัยกับกรอบแนวคิดและงานวิจัยที่ผ่านมา
6. สรุปและข้อเสนอแนะ (Conclusion and Recommendation)
7. กิตติกรรมประกาศและการเปิดเผยแหล่งทุน (Acknowledgement and Funding) ระบุแหล่งทุนสนับสนุนการวิจัย หากไม่มีให้ระบุว่า “งานวิจัยนี้ไม่ได้รับทุนสนับสนุนจากแหล่งใด”
8. การเปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflicts of Interest) หากไม่มีให้ระบุว่า “ผู้นิพนธ์ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน”
9. การเปิดเผยการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Declaration of AI Use) ตามแนวปฏิบัติในหัวข้อ 4.5
10. บทบาทการมีส่วนร่วมของผู้นิพนธ์ (Author Contributions) ตามมาตรฐาน CRediT
11. เอกสารอ้างอิง (References) ต้องเป็นรายการที่มีการอ้างอิงไว้ในเนื้อหาเท่านั้น และต้องเป็นเอกสารที่มีอยู่จริงและตรวจสอบได้
โครงสร้างบทความวิชาการ
1. บทคัดย่อ
2. บทนำ
3. เนื้อเรื่อง
4. สรุป
5. ข้อเสนอแนะ
6. กิตติกรรมประกาศและการเปิดเผยแหล่งทุน
7. การเปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อน
8. การเปิดเผยการใช้ปัญญาประดิษฐ์
9. บทบาทการมีส่วนร่วมของผู้นิพนธ์
10. เอกสารอ้างอิง
บทบาทการมีส่วนร่วมของผู้นิพนธ์ตามมาตรฐาน CRediT
หัวข้อใหม่ — เอกสาร TCI กำหนดให้ระบุ CRediT ไว้ในเมนู Author Guidelines
ผู้นิพนธ์ต้องระบุบทบาทของผู้นิพนธ์แต่ละคนตามมาตรฐาน Contributor Roles Taxonomy (CRediT) ของ NISO ซึ่งมี 14 บทบาท ดังนี้
1. Conceptualization (การกำหนดแนวคิดและวัตถุประสงค์การวิจัย) 2. Data Curation (การจัดการข้อมูล) 3. Formal Analysis (การวิเคราะห์เชิงรูปนัย) 4. Funding Acquisition (การจัดหาทุน) 5. Investigation (การดำเนินการวิจัยและเก็บข้อมูล) 6. Methodology (การออกแบบระเบียบวิธีวิจัย) 7. Project Administration (การบริหารจัดการโครงการ)
8. Resources (การจัดหาทรัพยากรและเครื่องมือ) 9. Software (การพัฒนาโปรแกรม) 10. Supervision (การกำกับดูแล) 11. Validation (การตรวจสอบความถูกต้อง) 12. Visualization (การนำเสนอข้อมูลเชิงภาพ) 13. Writing – Original Draft (การเขียนต้นฉบับ) 14. Writing – Review and Editing (การทบทวนและแก้ไขบทความ)
ผู้นิพนธ์หนึ่งคนสามารถมีได้หลายบทบาท และหนึ่งบทบาทสามารถมีผู้รับผิดชอบได้หลายคน
ตัวอย่างข้อความ: “ผู้นิพนธ์ที่ 1: Conceptualization, Methodology, Writing – Original Draft; ผู้นิพนธ์ที่ 2: Formal Analysis, Validation; ผู้นิพนธ์ที่ 3: Supervision, Writing – Review and Editing”
ระบบการอ้างอิง
วารสารใช้ระบบการอ้างอิงแบบนาม-ปี ตามรูปแบบ American Psychological Association (APA) ทั้งการอ้างอิงในเนื้อหาและรายการเอกสารอ้างอิงท้ายบทความ
ผู้นิพนธ์ต้องตรวจสอบว่าเอกสารอ้างอิงทุกรายการมีอยู่จริงและสืบค้นได้ วารสารจะตรวจสอบรายการอ้างอิงในขั้นตอนการพิจารณาเบื้องต้น หากพบรายการอ้างอิงที่ไม่มีอยู่จริง จะถือเป็นการประพฤติมิชอบในการตีพิมพ์
สิทธิของบรรณาธิการ
กรณีที่กองบรรณาธิการหรือผู้ทรงคุณวุฒิมีความเห็นว่าควรแก้ไข กองบรรณาธิการจะส่งคืนให้ผู้นิพนธ์แก้ไข โดยยึดข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิเป็นเกณฑ์หลัก และขอสงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณาไม่ตีพิมพ์ในกรณีที่บทความไม่ตรงกับขอบเขตของวารสาร หรือไม่ผ่านการพิจารณาของกองบรรณาธิการหรือผู้ทรงคุณวุฒิ เมื่อบทความได้รับการตีพิมพ์ ผู้นิพนธ์จะได้รับลิงก์ฉบับที่ตีพิมพ์ พร้อมหนังสือรับรองการตีพิมพ์บทความ
ระบบการอ้างอิงและเอกสารอ้างอิงทางวิชาการพร้อมตัวอย่างประกอบ (คลิกเพื่อดูตัวอย่าง)