การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบซินเนคติกส์วิชาทัศน์ศิลป์ที่ส่งเสริมนวัตกรรมและกระบวนการคิดสร้างสรรค์ในการสร้างผลงานศิลปะของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดสมหวัง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการจัดการเรียนการสอนวิชาทัศน์ศิลป์ 2) พัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบซินเนคติกส์วิชาทัศน์ศิลป์ที่ส่งเสริมนวัตกรรมและกระบวนการคิดสร้างสรรค์ในการสร้างผลงานศิลปะ และ 3) การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ
ซินเนคติกส์วิชาทัศน์ศิลป์ที่ส่งเสริมนวัตกรรมและกระบวนการคิดสร้างสรรค์ในการสร้างผลงานศิลปะของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดสมหวัง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นวิจัยแบบเชิงปริมาณ เครื่องมือใช้แบบสอบถาม สุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง ได้แก่ นักเรียนชั้น ป.4/1, ป.4/2 จำนวน 67 คน วิเคราะห์สถิติค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t - test และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัญหา ระดับปานกลาง ( = 3.21, S.D. = 0.56) ได้แก่ 1.1) ออกแบบเรียนรู้ (
= 3.45, S.D. = 0.55)
1.2) การเรียนรู้ ( = 3.25, S.D. = 0.59) 1.3) สื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยี (
= 3.09, S.D. = 0.50)
1.4) สภาพแวดล้อมและแหล่งเรียนรู้ ( = 3.12, S.D. = 0.60) และ 1.5) วัดและประเมินผล (
= 3.12, S.D. = 0.58) มีสภาพจริง ระดับปานกลาง (
= 3.20, S.D. = 0.13) สภาพต้องการ ระดับมาก (
= 4.14, S.D. = 0.48)
2) พัฒนาแผนกิจกรรม มีผลสัมฤทธิ์ ( = 4.00, S.D. = 1.04), (
= 7.00, S.D. = 1.03) และปฏิบัติ (
= 5.00, S.D. = 0.81), (
= 8.09, S.D. = 1.19) หลังเรียนคะแนนสูงกว่าก่อนเรียน ค่า t = 1.437 มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และ 3) พัฒนารูปแบบการสอนซินเนคติกส์ ได้แก่ 3.1) ออกแบบเรียนรู้ 3.2) การเรียนรู้ 3.3) พัฒนากิจกรรม
3.4) สื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยี 3.5) สภาพแวดล้อมและแหล่งเรียนรู้ 3.6) องค์ความรู้ 3.7) วัดและประเมินผล และ 3.8) ประยุกต์แก้ปัญหาชีวิต
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2543). เอกสารชุดเทคนิคการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสำคัญที่สุดการเรียนรู้เพื่อพัฒนากระบวนการคิด. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2541). การเรียนรู้ขุมทรัพย์ในตัวตน โดยคณะกรรมาธิการนานาชาติว่าด้วยการศึกษาในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
ชนาพร คงชาติ. (2563). ผลของการจัดการเรียนรู้แบบซินเนคติกส์ร่วมกับการสอนเขียนแบบเน้นกระบวนการ ที่มีต่อความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. ใน วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาวิทยาลัยราชภัฏ วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์.
ชุลีรัตน์ ประกิ่ง. (2558). การพัฒนาบทเรียนบนเว็บตามกระบวนการสอนแบบซินเนคติกส์ร่วมกับเทคนิคการเรียนร้แบบเพื่อคู่คิดที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ วิชาการสร้างงานูแอนิเมชันชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. ใน วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
บุญชม ศรีสะอาด. (2556). วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย เล่ม 2. กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาการพิมพ์.
โรงเรียนวัดสมหวัง. (2565). ข้อมูลนักเรียนโรงเรียนวัดสมหวัง. สุราษฎร์ธานี: ฝ่ายวิชาการ โรงเรียนวัดสมหวัง.
อติยศ สรรคบุรานุรักษ์ และธนาเทพ พรหมสุข. (2560). ซินเนคติกส์: รูปแบบการสอนที่ส่งเสริมนวัตกรรมและกระบวนการคิดสร้างสรรค์ทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21. Veridian E - Journal, Silpakorn University, 10(3), 2555 - 2566.
อารีรัตน์ แสนคำ และสิทธิญา ศรีจันทร์แก้ว. (2565). การศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการของนักเรียนที่มีต่อการเรียนงานประดิษฐ์ในยุคชีวิตวิถีใหม่. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 14(1), 454 - 465.
Cronbach, L. J. (1990). Essentials of psychological testing. (5th ed.). New York: Harper Collins.
Gordon, W JJ. (1961). Synectics: The Development of Creative Capacity. New York: Harper&Row.
Likert, R. (1967). “The Method of Constructing and Attitude Scale”. In Reading in Fishbeic, M (Ed.), Attitude Theory and Measurement. New York: Wiley & Son.
Torrance, E. P. (1962). Guiding creative talent. NJ: Prentice - Hall.