กระบวนการทุจริตในวงการพระพุทธศาสนา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาสาเหตุการทุจริตเกิดขึ้นในวงการพระพุทธศาสนา 2) เพื่อศึกษากระบวนการขั้นตอนดำเนินการทุจริตในวงการพระพุทธศาสนา จากสภาพปัญหาในเรื่องวิกฤตศรัทธาของพระภิกษุสงฆ์มีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง การใช้งบไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง กลายเป็นกรณีพิพาทระหว่างรัฐกับศาสนา กลายเป็นประเด็นถกเถียงและยังหาบทสรุปร่วมกันไม่ได้ จนเป็นปัญหาไปทั่วประเทศต่อการบริหารเงินวัด เงินพระศาสนา รวมไปถึงเงินผลประโยชน์ประเภทต่าง ๆ ที่งอกเงยจากทรัพย์สินของวัดรวมทั้งที่ดินจำนวนมหาศาล ทรัพย์สินต่าง ๆ ของวัดเหล่านี้ถือเป็นศาสนสมบัติของวัดที่ต้องบริหารจัดการให้เป็นไปตามวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2511 ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 40 แต่ปัญหาเรื่องผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนสมบัติของวัดโดยเฉพาะเรื่องเงินบริจาคต่าง ๆ จำนวนมหาศาลที่วัดได้มาจากประชาชนผู้มีจิตศรัทธาบริจาค ให้นั้น ยังมีช่องโหว่อยู่มากมาย การบริหารจัดการและการจัดทำบัญชีทางการเงินไม่โปร่งใสเป็นเหตุให้มีการทุจริต ทำให้เงินวัดรั่วไหลเป็นจำนวนมาก ผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ 1) ภาครัฐ ประกอบด้วย ผู้บริหารสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผู้บริหารกองธรรมสนามหลวง ผู้บริหารกองบาลีสนามหลวง ผู้บริหารโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนธรรม บาลี ในเขตกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษากลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 10 จำนวน 30 คน 2) ภาคประชาชนและภาคเอกชน ประกอบด้วย ผู้สื่อข่าว ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน รวมทั้งประชาชนที่เกี่ยวข้องภายในกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษากลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 10 จำนวน 15 คน 3) นักวิชาการ คณาจารย์/ผู้บริหารมหาวิทยาลัยสงฆ์ จำนวน 5 คน ใช้วิธีการสัมภาษณ์แบบเจาะลึกเป็นรายบุคคล
ผลการวิจัยพบว่า
1) สาเหตุการทุจริตเกิดขึ้นในวงการพระพุทธศาสนา พบว่า เป็นการทุจริตแบบระบบอุปถัมภ์ และความสมประโยชน์ ที่ทำให้เกิดแรงจูงใจในการทุจริต คือ ความต้องการทางเศรษฐกิจ ตำแหน่งหน้าที่เอื้ออำนวย และมีช่องโอกาส 2) กระบวนการขั้นตอนดำเนินการทุจริตในวงการพระพุทธศาสนา พบว่า มาจากความบกพร่องในทางปฏิบัติของระเบียบที่เกี่ยวข้อง ของระบบควบคุมงาน ความบกพร่องของการจัดทำบัญชีและทะเบียนต่าง ๆ ความบกพร่องของการตรวจสอบเงิน และวัดโดยส่วนมากยังไม่มีโครงสร้างในการบริหารการเงินของวัดไว้อย่างเป็นระบบ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ควรกำหนดให้วัดได้มีการจัดทำรายทางการเงินเป็นประจำทุกปี และนำส่งให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเป็นผู้รวบรวม โดยกำหนดให้มีการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเป็นประจำ โดยอาจดำเนินการในลักษณะสุ่มตรวจในระยะแรก และเพิ่มระดับการตรวจสอบให้มากขึ้นจนถึงการตรวจสอบเป็นประจำของวัดทั้งหมด พร้อมทั้งมีจัดทำรายงานข้อมูลทางการเงินของวัดอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถนำข้อมูลมาใช้ในภาพรวมระดับประเทศ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กฤติน จันทร์สนธิมา. (2561). การศึกษาการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการศาสนสมบัติโดยใช้แนวทางประชารัฐ. กรุงเทพมหานคร: สถาบันพระปกเกล้า.
กอง บก. หนังสือพิมพ์ข่าวสด. (2561). หนังสือพิมพ์ข่าวสด: (25 พฤษภาคม 2561). เรียกใช้เมื่อ 31 มกราคม 2562 จาก https://www.mebmarket.com/index.php? action=BookDetails&book_id=75299
คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาระบบอุปถัมภ์ในระบบราชการไทยให้เป็นรูปธรรม. (2559). การแก้ไขปัญหาระบบอุปถัมภ์ในระบบราชการไทยให้เป็นรูปธรรม. กรุงเทพมหานคร: สภานิติบัญญัติแห่งชาติ.
ณดา จันทร์สม. (2555). รายงานวิจัยการบริหารการเงินของวัดในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร: สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์.
ธวัชชัย สีสุวรรณ. (2540). พฤติกรรมการทุจริตเงินงบประมาณแผ่นดิน: ศึกษากรณีองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น. ใน ภาคนิพนธ์หลักสูตรพัฒนบริหารศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาพัฒนาสังคม. สถาบันบัณฑิตบริหารศาสตร์.
พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). (2556). ความสำคัญของพระพุทธศาสนาในฐานะศาสนาประจำชาติ (พิมพ์ครั้งที่ 19). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ธรรมสภาและสถาบันบันลือธรรม.
ราชกิจจานุเบกษา. (2511). กฎกระทรวง.ฉบับที่ 2 85,98 ก (29 ตุลาคม 2511).
______. (2550). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 124,47 ก หน้า 23 (24 สิงหาคม 2550).
______. (2560). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 134, 40 ก หน้า 17 (6 เมษายน 2560).
หนังสือพิมพ์ทรรศนะ. (2561). หนังสือพิมพ์ธรรมนำโลก : (1-31 พฤษภาคม 2561). เรียกใช้เมื่อ 31 มกราคม 2562 จาก http://www.tssnnews.com/tssnnews/2018/05/31
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ. (2561). สรุปข่าวเด่นรอบวันประจำวันที่ 15 มิ.ย. 61. เรียกใช้เมื่อ 31 มกราคม 2562 จาก https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok /1308987