แนวทางการบริหารจัดการน้ำในสนามกอล์ฟของไทยเพื่อเป็นแหล่งน้ำสำรองสำหรับอุปโภคบริโภคในฤดูแล้งและระงับสาธารณภัยในชุมชน กรณีศึกษา : สนามกอล์ฟในเขตพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก

Main Article Content

วิชาญ สุธรรมพงษ์
ชนิสรา แก้วสวรรค์

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารจัดการแหล่งน้ำสำรองในสนามกอล์ฟให้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคในฤดูแล้งและบรรเทาสาธารณภัยในชุมชน โดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึกตัวแทนผู้บริหารสนามกอล์ฟในเขตพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก 3 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง และผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งหมด 27 คน และการสนทนากลุ่มผู้บริหารระดับสูงของสนามกอล์ฟ ผู้นำชุมชนและผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำ จำนวน 10 คน เพื่อยืนยันผลการวิจัยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติม ซึ่งผู้วิจัยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลความเห็นที่ได้จากสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่ม โดยทำการแยกประเด็นเป็นหมวดหมู่เพื่อนำไปสู่การสรุปความแล้วจึงนำไปใช้ยืนยันผลการวิจัยในขั้นตอนสุดท้าย


          ผลการวิจัยพบว่า


          แนวทางการบริหารจัดการแหล่งน้ำสำรองในสนามกอล์ฟให้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคในฤดูแล้ง และบรรเทาสาธารณภัยในชุมชน มีดังต่อไปนี้ 1) การบูรณาการการทำงานร่วมกันเน้นการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการสนามกอล์ฟและชุมชน 2) การควบคุม ตรวจสอบและประเมินผล 3) การรณรงค์และสร้างจิตสำนึกและการสร้างวินัยในการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีคุณค่า 4) การจัดทำฐานข้อมูลน้ำสำรองส่วนกลาง      5) น้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้กับการจัดการน้ำในชุมชนและผู้ประกอบการสนามกอล์ฟ 6) การลดความเสี่ยงจากปัญหาขาดแคลนน้ำ 7) การบริหารจัดการน้ำเพื่อบริการสาธารณะให้มีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม 8) กำหนดมาตรการจัดการน้ำตามศักยภาพของชุมชนและผู้ประกอบการสนามกอล์ฟ 9) การเพิ่มแหล่งเก็บน้ำสำรองทั้งในชุมชนและสนามกอล์ฟ 10) การปรับปรุงและพัฒนาแหล่งน้ำสาธารณะ 11) การบริหารจัดการน้ำตามขีดความสามารถ 12) ลดผลกระทบทางลบต่อแหล่งน้ำธรรมชาติ 13) กำหนดให้มีการบำบัดน้ำก่อนปล่อยออกสู่ธรรมชาติ 14) การวางนโยบายหรือกำหนดแผนงานด้านการบริหารจัดการน้ำ 15) จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อบริหารจัดการน้ำ 16) การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด      17) การใช้แนวคิดแก้มลิงในการแก้ปัญหาน้ำหลาก 18) วางแผนการสร้างเส้นทางการไหลของน้ำฝน 19) การเข้าถึงแหล่งน้ำอย่างเป็นธรรม 20) ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ 21) การศึกษา วิจัย ค้นคว้า เพื่อหาสาเหตุของปัญหาการขาดแคลนน้ำสำรอง 22) การปลูกพืชใช้น้ำน้อยในสนามกอล์ฟ 23) การสร้างรูปแบบและวิธีการพัฒนาการบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสมกับพื้นที่ และ 24) แยกบ่อกักเก็บน้ำสำรองเพื่อการบริการสาธารณะในภาวะฉุกเฉินเฉพาะออกจากจากบ่อน้ำบำรุงสนามและอุปโภค บริโภค อย่างชัดเจน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สุธรรมพงษ์ ว., & แก้วสวรรค์ ช. (2020). แนวทางการบริหารจัดการน้ำในสนามกอล์ฟของไทยเพื่อเป็นแหล่งน้ำสำรองสำหรับอุปโภคบริโภคในฤดูแล้งและระงับสาธารณภัยในชุมชน กรณีศึกษา : สนามกอล์ฟในเขตพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 6(10), 5592–5611. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/224681
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Canada Water Resources Association. (1997). Reflections on Water: Canadian Water Resources Association, 1947-1997. Cambridge: CWRA.

Chiraporn Hayeepi. (2010). The role of sub-district municipality in water resource Management, Thale Noi area. Bangkok: National Institute of Development Administration.

Department of Environmental Quality. (2009). Industry and local environment. Retrieved October 12, 2018, from https://www.local.environment.in.th /formal_data2.php?id=1575

Department of Water Resources. (2015). Concept of water resource management strategic plan. Bangkok: Department of Water Resources.

Kraisorn Pengsakul. (2015). Public participation in water resources management. A case study of river basin, Khlong Palian Branch, Trang Province. Bangkok: Department of Water Resources.

Mitchell, B. (1997). Reflections on Water: Canadian Water Resources Association. Ontario: CWRA.

National Disaster Prevention and Mitigation Committee. (2015). National Disaster Prevention and Mitigation Plan 2015. Bangkok: Department of Disaster Prevention and Mitigation Ministry of the Interior.

National Water Resources Board. (2015). Strategic Plan for Water Resources Management. Retrieved May 5, 2019, from https://oopm.rid.go.th/water management/ExecutiveSummary.pdf

National Water Resources Management Office. (2017). (Draft) 20 Year Water Resources Management Master Plan (2018 - 2037). Retrieved February 2, 2019, from https://www.onwr.go.th/wp- content/uploads/2019/06/รวมเล่ม-แผนแม่บท-20-ปี-v41.pdf

Office of the National Economic and Social Development Board. (2016). The 12th National Economic and Social Development Plan (2016-2021). Bangkok: Office of the Prime Minister.

Ostrom, E. (1990). Governing the Commons: The Evolution of Institutions for Collective Action. Cambridge, UK: Cambridge University Press.

Paiboon Watthanasiritham. (2011). Talk about normal life. Bangkok: Bangkok Business Press.

Secretariat of the House of Representatives. (2007). The Constitution of the Kingdom of Thailand 2007. Bangkok: Religious Printing House.

USGS. (2016). Minerals Yearbook. Retrieved January 10, 2019, from https://minerals.usgs.gov/minerals/pubs/myb.html

World Bank. (2016). The World Bank Annual Report 2016. Retrieved Frebuary 19, 2019, from https://openknowledge.worldbank.org/handle/10986/2 4985