ความสุขและคุณภาพชีวิตของบุคลากรสายสนับสนุน ที่ทำงานในวิทยาลัยพยาบาล

Main Article Content

ภาวดี เหมทานนท์
พีรวิทย์ พันธ์ฤทธิ์ดำ
กฤษฎา เวชภักดิ์
เกษรา วนโชติตระกูล

บทคัดย่อ

การศึกษาเชิงสำรวจภาคตัดขวางในครั้งนี้เพื่อศึกษาระดับความสุขและคุณภาพชีวิตของบุคลากรสายสนับสนุนของวิทยาลัยพยาบาล ประชากร คือ บุคลากรสายสนับสนุนของวิทยาลัยพยาบาล มีระยะเวลาทำงานมากกว่า 6 เดือน จำนวน 50 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสำรวจความสุขด้วยตนเอง และเครื่องชี้วัดคุณภาพชีวิตขององคการอนามัยโลก 26 ข้อ เก็บรวบรวมข้อมูลในเดือนมกราคม ปี 2562 วิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน


          ผลการศึกษาพบว่า


  1. ค่าเฉลี่ยระดับความสุขรวมของบุคลากรสายสนับสนุนทุกคนอยู่ในระดับมีความสุข (µ = 64.35, σ = 7.87) โดยด้านจิตวิญญาณดีมีค่าสูงที่สุด (µ = 74.10, σ = 11.85) และด้านสุขภาพเงินมีค่าต่ำที่สุด (µ = 50.88, σ = 16.85)

  2. ระดับความสุขของรายบุคคล พบว่า บุคลากรส่วนใหญ่มีความสุข (ร้อยละ 90.00) ที่เหลือมีความสุขอย่างยิ่ง (ร้อยละ 8.00) และไม่มีความสุข (ร้อยละ 2.00)

  3. ระดับคุณภาพชีวิตของบุคลากรสายสนับสนุนโดยรวมส่วนใหญ่มีคุณภาพชีวิตดี (ร้อยละ 56.00) ที่เหลือมีคุณภาพชีวิตปานกลาง (ร้อยละ 44.00) โดยด้านร่างกายอยู่ในระดับกลาง และระดับดีเท่ากัน (ร้อยละ 50) ด้านจิตใจอยู่ในระดับดี (ร้อยละ 76.00) ด้านสังคมอยู่ในระดับดี (ร้อยละ 54.00) และด้านสิ่งแวดล้อมอยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ 34.00)

          บุคลากรสายสนับสนุนในองค์กรมีความสุข และคุณภาพชีวิตโดยรวมส่วนใหญ่มีคุณภาพชีวิตดีเช่นกัน แต่พบว่าความสุขด้านสุขภาพเงินมีค่าต่ำที่สุด ซึ่งเป็นแนวทางให้ผู้บริหารหาแนวทางการจัดการและส่งเสริมการดำเนินชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงานของบุคลากรสายสนับสนุน รวมถึงศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อไป

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เหมทานนท์ ภ., พันธ์ฤทธิ์ดำ พ., เวชภักดิ์ ก., & วนโชติตระกูล เ. (2020). ความสุขและคุณภาพชีวิตของบุคลากรสายสนับสนุน ที่ทำงานในวิทยาลัยพยาบาล. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 6(10), 4728–4739. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/224077
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กาญจนา ตั้งชลทิพย์ และคณะ. (2553). การศึกษาเพื่อพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานตัวชี้วัดคุณภาพชีวิตของข้าราชการ. ใน รายงานวิจัย. สำนักวิจัยและพัฒนาระบบงานบุคคล.

ศิรินันท์ กิตติสุขสถิต และคณะ. (2554). แบบสำรวจความสุขด้วยตนเอง. นครปฐม : สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล.

ศิรินันท์ กิตติสุขสถิต และคณะ. (2555). คู่มือการวัดความสุขด้วยจนเอง Happinometer. นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล.

สายธาร ทองอร่าม. (2550). ความผูกพันต่อองค์กร: กรณีศึกษา บริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป จำกัด สาขารามคำแหง. กรุงเทพมหานคร: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.

สุวัฒน์ มหัตนิรันดร์กุล และคณะ. (2540). เปรียบเทียบแบบวัดคุณภาพชีวิตขององค์การอนามัยโลกทุก100 ตัวชี้วัด และ 26 ตัวชี้วัด. เชียงใหม่: โรงพยาบาลสวนปรุง จังหวัดเชียงใหม่.

Boroujeni, I. N. et. al. (2012). Relationship between happiness and organizational commitment of the employees of Youth and Sports Department of Chahar Mahal and Bakhtiari province. International Journal of Sport Studies, 2(9), 427-431.

Dessler, G. (1991). Human Resource Management. (8th ed). New Jersey: Prentice-Hall.

Greenberg, J. & Baron, R. A. (1995). Behavior in organization: Understanding and managing the human side of work. (5th ed.). New Jersey: A Simon and Schuster.

Khodabakhshyan, M. (2013). Analysis of the relationship between employee happiness and organizational commitment. International Journal of Research in Organizational Behaviour and Human Resource Management, 1(4), 218-229.

Lyubomirsky, S. et. al. (2005). The benefits of frequent positive affect. Psychological Bulletin, 131(6), 803-855.

Oswald, A. J., et. al. (2015). Happiness and Productivity. Journal of Labor Economics, 33(4), 789 – 822.