การพัฒนาสมรรถนะอนุศาสนาจารย์ทหารบกไทยเชิงพุทธบูรณาการ

Main Article Content

อัครินทร์ กำใจบุญ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาแนวคิดและทฤษฎีการพัฒนาสมรรถนะตามศาสตร์สมัยใหม่ และหลักพุทธธรรมของอนุศาสนาจารย์ทหารบกไทย 2) เพื่อศึกษาบทบาท ภารกิจ และสภาพปัญหาสมรรถนะของอนุศาสนาจารย์ทหารบกไทย 3) เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาสมรรถนะอนุศาสนาจารย์ทหารบกไทยเชิงพุทธบูรณาการ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยผู้วิจัยได้ศึกษาจากเอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์เชิงลึก (In - depth Interview) จำนวน 17 รูป/คน และการสนทนากลุ่มเฉพาะ (Focus Group Discussion) จำนวน 9 รูป/คน จากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ที่เป็นพระสงฆ์นักวิชาการ ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของอนุศาสนาจารย์ และอนุศาสนาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ นำข้อมูลเชิงประจักษ์มาประกอบการวิเคราะห์และสังเคราะห์ตามลำดับ


          ผลการวิจัยพบว่า


  1. แนวคิดและทฤษฎีการพัฒนาสมรรถนะตามศาสตร์สมัยใหม่ พบว่า เป็นทฤษฎีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทฤษฎีการพัฒนาสมรรถนะ และทฤษฎีวงจรการบริหารคุณภาพ PDCA และหลักพุทธธรรมของอนุศาสนาจารย์ทหารบกไทย พบว่า หลักไตรสิกขาเป็นหลักพุทธธรรมเพื่อการพัฒนาสมรรถนะอนุศาสนาจารย์ทหารบกไทย ซึ่งสมรรถนะที่ต้องการพัฒนามี 3 อย่าง คือ สมรรถนะทางกาย (ศีล) สมรรถนะทางจิตใจ (สมาธิ) และสมรรถนะทางปัญญา (ปัญญา)

  2. บทบาท ภารกิจ ของอนุศาสนาจารย์ทหารบกไทยที่สำคัญ พบว่า มี 4 ด้าน คือ 1) การอบรมการสอนศีลธรรม 2) การปฏิบัติธรรม 3) การปฏิบัติศาสนพิธี และ 4) การเยี่ยมไข้ และสภาพปัญหาสมรรถนะของอนุศาสนาจารย์ทหารบกไทย พบว่า ปัญหาสมรรถนะทางกาย คือ ความมีร่างกายไม่แข็งแรง มีร่างกายอ่อนแอ ทำให้ขาดประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ปัญหาสมรรถนะทางจิตใจ คือ เป็นผู้มีจิตใจที่ไม่สงบ จิตใจที่ขาดสมาธิมีผลทำให้การทำงานมีความผิดพลาดได้ง่าย และปัญหาสมรรถนะทางปัญญา คือ ขาดความแตกฉานในหลักธรรม ทำให้ไม่สามารถอธิบายธรรมะได้ดี

  3. แนวทางการพัฒนาสมรรถนะอนุศาสนาจารย์ทหารบกไทยเชิงพุทธบูรณาการ เรียกว่า PACKED MODEL ประกอบด้วย P = Planning การวางแผนเตรียมการเพื่อการปฏิบัติ A = Army’s Goal เป้าหมายของกองทัพบกหรือผลที่ต้องการบรรลุถึง C = Cooperation ความร่วมมือกันทั้งทางด้านกายภาพจิตใจและสติปัญญา มีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด K = Kick-off คือ การเริ่มต้นลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง E = Elation อนุศาสนาจารย์มีความภาคภูมิใจในบทบาทและหน้าที่ของตนเอง D = Dharma คือ หลักธรรมะ อนุศาสนาจารย์นำหลักพุทธธรรม ได้แก่ 1) อิทธิบาท 4, 2) พรหมวิหาร 4, 3) ภาวนา 4, 4) กัลยาณมิตรธรรม 7, และ 5) อนุศาสนีปาฏิหาริย์ มาบูรณาการประยุกต์ใช้ เพื่อนำไปสู่ความมีคุณภาพแห่งสมรรถนะทางกายทางจิตใจและทางปัญญา

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
กำใจบุญ อ. (2019). การพัฒนาสมรรถนะอนุศาสนาจารย์ทหารบกไทยเชิงพุทธบูรณาการ. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 6(4), 2155–2173. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/186582
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Ivancevichj.m. (2007). Human ResourceManagement 10th ed. New yok: McGraw hill.

กองทัพบก. (2470). ตำรายุทธศาสตร์ของกรมยุทธการทหารบก. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์อรุณการพิมพ์.

กองทัพบก. (2538). คู่มือการอนุศาสนาจารย์กองทัพบก. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์กรมยุทธศึกษาทหารบก.

คงชีพ ตันตระวาณิชย์. (2543). คุณภาพชีวิตการทำงานของนายทหารชั้นประทวน สังกัดกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์. ใน วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

บุญยัง ศรีสมพงษ์. (2545). “การศึกษาบทบาทในการสอนธรรมของอนุศาสนาจารย์กองทัพบก”. ใน วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพระพุทธศาสนา. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

ปธาน ทองขุนนา. (2559). รัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว. นิตยสารยุทธโกษ, 125(1), 2.

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต). (2547). ลักษณะแห่งพระพุทธศาสนา. (พิมพ์ครั้งที่ 11). กรุงเทพมหานคร: เคล็ดไทย.

วิเชียร ปราบพาล. (2540). การวิเคราะห์บทบาทอนุศาสนาจารย์ : ศึกษาเฉพาะกรณีอนุศาสนาจารย์ทหารอากาศไทย. ใน สารนิพนธ์สังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวชาการบริหารและนโยบายสวัสดิการสังคม . มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

สุจิตรา ธนานันท์. (2550). การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.

สุทธญาณ์ โอบอ้อม. (2557). “การพัฒนาศักยภาพบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามแนวพระพุทธศาสนา”. ใน วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาพระพุทธศาสนา. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.