ศึกษาบทบาทพระสงฆ์ในการพัฒนาสังคมตามแนวพระพุทธศาสนา : กรณีศึกษาพระครูประภัศรธรรมวิธาน (มิ่ง ปภสฺสโร)
Main Article Content
บทคัดย่อ
วิทยานิพนธ์ เรื่อง “ศึกษาบทบาทพระสงฆ์ในการพัฒนาสังคมตามแนวพุทธศาสนา : กรณีศึกษาพระครูประภัศรธรรมวิธาน (มิ่ง ปภสฺสโร) มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาสังคมตามแนวพระพุทธศาสนา 2. เพื่อศึกษาแนวคิดการพัฒนาสังคมตามแนวพระพุทธศาสนาของ พระครูประภัศรธรรมวิธาน (มิ่ง ปภสฺสโร) 3. เพื่อวิเคราะห์บทบาทการพัฒนาสังคมตามแนวพระพุทธศาสนาของพระครูประภัศรธรรมวิธาน (มิ่ง ปภสฺสโร) ผู้วิจัยใช้วิธีการศึกษาจากเอกสารและศึกษาภาคสนามโดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้ให้ข้อมูล 29 รูป/คน จำแนกเป็น พระสังฆาธิการ 15 รูป และปราชญ์ชาวบ้าน จำนวน 14 คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า
จากการศึกษา พบว่า แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาสังคมตามแนวพระพุทธศาสนาเน้นที่การพัฒนาคน เพื่อให้คนมีความเข้มแข็งทั้งร่างกาย จิตใจ และปัญญา โดยการประพฤติปฏิบัติอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม ดำรงชีวิตอยู่บนรากฐานแห่งสัจจะหรือความจริง ไมหลงงมงาย มีความพอเพียง รูจักช่วยเหลือตนเอง ให้สามารถพึ่งตนเองได และดำรงชีวิตอย่างมีความสุข หลักธรรมที่นำมาใช้ในการพัฒนาสังคม ไดแก หลักกรรม คือ ความเพียรหรือความพยายาม หลักไตรสิกขา คือ การพัฒนาพฤติกรรม จิตใจ และปัญญาให้ดียิ่งขึ้น หลักอัปปมาทะ คือ การไมรอเวลาและไมประมาท และหลักอิสรภาพแห่งการพึ่งตนได คือ การพึ่งตนเองและเป็นอิสระแนวคิดการพัฒนาสังคมตามแนวพระพุทธศาสนาของ พระครูประภัศรธรรมวิธาน (มิ่ง ปภสฺสโร) ท่านมีความเมตตาอนุเคราะห์ประชาชนที่เอื้ออำนวยตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2535 ทั้ง 6 ประการ คือ 1) การปกครอง การจัดระบบความเป็นอยู่ของหมู่สงฆ์ ให้อยู่ในพระธรรมวินัย ระเบียบของวัด อาณัติและกฎหมายของคณะสงฆ์ 2) การเผยแผ่พระพุทธศาสนา เน้นการอบรม สั่งสอนทางธรรม เพื่อแสดงเมตตาอนุเคราะห์ต่อชาวโลกทั้งปวง 3) การสาธารณูปการที่เกื้อกูลต่อบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ การพัฒนาสังคมในด้านต่าง ๆ 4) การศึกษาสงเคราะห์ แก่เยาวชนในระดับก่อนวัยเรียน และมอบทุนส่งเสริมให้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น 5) การศาสนสถาน โดยการให้จัดการศึกษาด้านวิชาการด้านพระปริยัติธรรมให้แก่พระสงฆ์สามเณรภายในวัด และ 6) การสาธารณสงเคราะห์ คือ กระบวนการสงเคราะห์ประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติจากวินาศภัย อุบัติภัย และสาธารณภัยต่างๆ โดยท่านมีวิธีคิดและกระบวนการพัฒนาสังคม โดยใช้หลัก 8 ส. ได้แก่ 1) ส. สงฆ์ คือ การพัฒนาพระสงฆ์และสามเณรภายในวัด และในเจตปกครองของตนให้มีปริมาณและมีคุณภาพ 2) ส. สัตบุรุษ คือ การระดมกำลังพัฒนาคุณภาพชีวิตของสัตบุรุษ คือ ประชาชนรอบ ๆ วัดให้มีจิตใจสำนึกที่ดีง่ายรู้จักคิด รู้จักทำ รู้จักแก้ปัญหา รู้จักรับผิดชอบต่อพระพุทธศาสนาร่วมกับพระสงฆ์และสามเณร 3) ส. เสนาสนะ พัฒนาให้วัดทั้งในส่วนศาสนสถาน และศาสนวัตถุให้เป็นวัดเป็นอาวาส มีเขตพุทธวาส ธรรมาวาส และสังฆาวาส เป็นต้น 4) ส. สมบัติวัด คือ การพัฒนาการเก็บรักษา การใช้สอยและการจำหน่ายทรัพย์สินต่าง ๆ ของวัด ให้มีการจัดทำหลักฐาน การบัญชีที่ดิน ทรัพย์สินเงินทองให้ถูกต้องชัดเจน 5) ส. สมณธรรม คือ การจัดให้วัดมีกิจวัตร กิจกรรม และพิธีกรรมที่เกื้อหนุนในการประพฤติวัตรปฏิบัติ เช่น การศึกษาพระธรรมวินัย ทำวัตรสวดมนต์เช้าเย็น ลงพระอุโบสถ แสดงอาบัติชำระศิลาจารวัตร ให้หมดจด อยู่กลดปฏิบัติธรรมเจริญสมาธิภาวนา ทำให้จิตใจสงบ เข้าพบรับโอวาทและปฏิบัติบำรุงพระอุปัชฌาย์อาจารย์ ออกบิณฑบาต ปัดกวาดวัดให้ร่มรื่นสมกับรมณีย์สถานแหล่งปลูกฝังความดีของประชาชน 6) ส. สังฆาธิการ คือ การพัฒนางานคณะสงฆ์ โดยช่วยกันรับทราบและรับผิดชอบ จัดให้วัดเสนองานนโยบายของทางรัฐบาลและคณะสงฆ์ ทั้งการปกครอง การศาสนศึกษา การสาธารณูปการ การเผยแผ่ การศึกษาสงเคราะห์ และสาธารณสงเคราะห์ 7) ส. สวัสดิการ คือ การจัดให้วัดระดมทุน จัดตั้งกองทุนหรือมูลนิธิสงเคราะห์พระสงฆ์ สามเณรภายในวัดให้ได้รับความสะดวกสบายตามสมควร ร่วมสนับสนุนกิจการสังคมสงเคราะห์ของภาครัฐและเอกชนด้วยความเต็มใจในทุกกรณี และ 8) ส. สาธารณสงเคราะห์ คือ การพัฒนาการสงคมสงเคราะห์ในส่วนของพระสงฆ์และร่วมรับสนองนโยบายของรัฐบาล ด้วยการช่วยรณรงค์คุณภาพชีวิต พิชิตปัญหาความยากจน ความเจ็บใช้ความไม่รู้และให้การสงเคราะห์ประชาชนในอุบัติภัย วินาศภัย และสาธารณภัยต่างๆ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
พ่วง สุวรรณรัฐ. (2553). ทัศนะเกี่ยวกับโครงการอบรมพระภิกษุส่งเสริมการพัฒนาท้องถิ่นรายงานกิจการโครงการอบรมพระภิกษุเพื่อส่งเสริมการพัฒนาท้องถิ่น. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์กรุงนครการพิมพ์.