การบริหารศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของเทศบาลตำบลตลาดแค อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e296329คำสำคัญ:
การบริหาร, ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก, เทศบาลตำบลตลาดแคบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การพัฒนาเด็กปฐมวัยถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ เนื่องจากเด็กในช่วงวัยแรกเริ่มของชีวิตเป็นช่วงที่มีการเจริญเติบโตและพัฒนาการอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา หากเด็กได้รับการดูแล ส่งเสริม และพัฒนาอย่างเหมาะสม จะส่งผลให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาลักษณะที่มาและการพัฒนานวัตกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของเทศบาลตำบลตลาดแค อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา (2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อกระบวนการก่อเกิดนวัตกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของเทศบาล ตำบลตลาดแค อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา
ระเบียบวิธีการวิจัย: ใช้ระเบียบวิธีวิจัย ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้แบบสัมภาษณ์จากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ กลุ่มผู้บริหาร กลุ่มผู้ปฏิบัติ ผู้ปกครองของนักเรียนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลตลาดแค หรือประชาชนในพื้นที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งสิ้น 50 คน โดยการสุ่มแบบเจาะจง วิเคราะห์ข้อมูลโดยเทคนิคการปรับเปลี่ยนแนวคิดตามข้อมูลเชิงประจักษ์
ผลการวิจัย: (1) ลักษณะที่มาและการพัฒนานวัตกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของเทศบาลตำบล ตลาดแคเกิดขึ้นจากความจำเป็นในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เทคโนโลยี และความคาดหวัง ของผู้ปกครอง จนนำไปสู่การพัฒนารูปแบบการบริหารใหม่ที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น โดยเน้น การปรับปรุงสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ การยกระดับศักยภาพครู และการสร้างการมีส่วนร่วมกับเครือข่าย ในชุมชนทำให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีลักษณะเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน นวัตกรรมสำคัญที่พัฒนาขึ้น ได้แก่ นวัตกรรมการบริหารแบบมีส่วนร่วม การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเสริมประสิทธิภาพการจัดการ การบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดประสบการณ์เรียนรู้ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภายในและภายนอกพื้นที่ ซึ่งช่วยเสริมคุณภาพการดูแลเด็กปฐมวัยในมิติต่าง ๆ อย่างครบถ้วน (2) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดนวัตกรรมประกอบด้วย ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง วัฒนธรรมองค์การ ที่เปิดกว้าง ความรู้และศักยภาพของบุคลากร ทุนทางสังคม การมีส่วนร่วมของประชาชน และการสนับสนุน จากหน่วยงานภายนอก ซึ่งล้วนเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้การบริหารเชิงนวัตกรรมสามารถดำเนินได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
สรุปผล: นวัตกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของเทศบาลตำบลตลาดแคเกิดจากความจำเป็น ในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงและความคาดหวังของผู้ปกครอง โดยพัฒนารูปแบบการบริหาร ที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น ผ่านการมีส่วนร่วม การใช้เทคโนโลยี และการบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่น ปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการเกิดนวัตกรรม ได้แก่ ภาวะผู้นำ วัฒนธรรมองค์การ ศักยภาพบุคลากรทุนทางสังคม การมีส่วนร่วมของประชาชน และการสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก ทำให้การบริหารเชิงนวัตกรรมดำเนิน ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการเด็กและเยาวชน. (2566). รายงานผลการประเมินมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2566. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2566). รายงานสถานการณ์ครูและบุคลากรด้านการศึกษาปฐมวัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. กระทรวงศึกษาธิการ.
โกวิทย์ พวงงาม. (2558). นวัตกรรมท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. เสมาธรรม.
จิราภัทร ธรรมสถิต. (2565). รูปแบบการพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในบริบทการศึกษาศตวรรษที่ 21. วารสารวิจัยและนวัตกรรมการศึกษา, 7(3), 25–40.
ชลธิชา เพียรชอบ. (2564). โปรแกรมการเรียนรู้บนฐานวัฒนธรรมท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย. วารสารศิลปวัฒนธรรมและการศึกษา, 9(3), 66–82.
ณัฐชานันท์ วงศ์มูลิทธิกร. (2563). นวัตกรรมการบริหารงานท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิชาการวิทยาลัยบริหารศาสตร์, 3(4), 109-123.
เทศบาลตำบลตลาดแค. (2568). รายงานผลการดำเนินงานการบริหารศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลตลาดแค อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา. เทศบาลตำบลตลาดแค.
ธนพล จันทร์ยิ่ง. (2566). การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการติดตามพัฒนาการเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก. วารสารเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา, 5(2), 101–120.
พยัต วุฒิรงค์. (2553). นวัตกรรมและความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย: ก้าวต่อไปสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์. จุฬาลงกรณ์วารสาร, 22(86), 43–67.
วราภรณ์ ศรีวงศ์. (2565). วัฒนธรรมองค์การที่ส่งผลต่อความคิดสร้างสรรค์ของครูปฐมวัยในการผลิตสื่อการเรียนรู้. วารสารพัฒนาการและการศึกษาเด็กปฐมวัย, 6(2), 54–70.
วิราภรณ์ โพธิศิริ, และคณะ. (2560). การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองต่อการสร้างความเป็นเจ้าของร่วมในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก. วารสารการวิจัยการศึกษาและพัฒนา, 9(2), 122–137.
ศศิวิมล วงศ์รัตน์. (2565). การใช้เทคโนโลยีเพื่อการจัดการข้อมูลพัฒนาการเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก. วารสารเทคโนโลยีและการศึกษาปฐมวัย, 4(1), 15–30.
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน. (2565). รายงานผลการตรวจสอบการบริหารงบประมาณด้านการจัดการศึกษาปฐมวัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2565). รายงานการติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาปฐมวัยของสถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก. กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2564). การสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย (Multiple Indicator Cluster Survey: MICS). สำนักงานสถิติแห่งชาติ.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561–2580). สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566–2570). สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
สุภาวดี โพธิ์ศรี. (2564). ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมกับการยกระดับคุณภาพศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. วารสารการบริหารการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์, 13(2), 45–60.
อนุจิตร ชิณสาร. (2557). นวัตกรรมการบริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารราชพฤกษ์, 12(3), 81-90.
อรรถชัย คล่องแคล่ว. (2560). บทบาทของเครือข่ายชุมชนต่อคุณภาพการจัดบริการปฐมวัยในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. วารสารการพัฒนาชุมชนและท้องถิ่น, 10(2), 95–110.
อาภากร กิตตินันท์. (2566). บทบาทภาวะผู้นำเชิงรุกของผู้บริหารท้องถิ่นต่อการขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านการศึกษาปฐมวัย. วารสารรัฐประศาสนศาสตร์ท้องถิ่น, 9(1), 88–105.
Areekun, C. . (2016). Social Capital and Development of Lifelong Learning Society. Journal of MCU Social Science Review, 5(2), 249–262. retrieved from https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jssr/article/view/245488
Center on the Developing Child at Harvard University. (2021). Early childhood development: The foundations of lifelong learning. https://developingchild.harvard.edu
Chen, X., Zhang, L., & Huang, Y. (2024). Cross-sector collaboration and early childhood service innovation: The role of external support in enabling sustainable service systems. Journal of Early Childhood Development and Policy, 18(1), 55–72.
Heckman, J. J. (2020). The lifecycle benefits of early childhood programs. University of Chicago Press.
Neuman, W. L. (2006). Social research methods: Qualitative and quantitative approaches (6th ed.). Pearson Allyn & Bacon.
OECD. (2019). OECD future of education and skills 2030: OECD learning compass. OECD Publishing.
UNICEF. (2021). The state of early childhood development in Thailand. UNICEF Thailand. https://www.unicef.org/thailand
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ






