การศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3

ผู้แต่ง

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e293875

คำสำคัญ:

การบริหารการเปลี่ยนแปลง, แนวทางการพัฒนา, ผู้บริหารสถานศึกษา, วัฒนธรรมองค์กร

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและซับซ้อนมากกว่าที่เคย ทำให้องค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการที่สามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะด้านการศึกษา การบริหารการเปลี่ยนแปลงจึงเป็นกระบวนการที่สำคัญสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา เพราะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบริหารเชิงกลยุทธ์ การสื่อสาร การสร้างทีม และการพัฒนาวัฒนธรรมองค์กร ปัจจุบันผู้บริหารสถานศึกษาหลายแห่งยังขาดแนวทางที่ชัดเจนในการนำพาองค์กรให้สามารถปรับตัวกับกระแสการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ประสิทธิภาพของการบริหารจัดการศึกษาไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของสังคมได้อย่างเต็มที่ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา 2) ศึกษาความต้องการจำเป็นของการบริหารการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา และ 3) ศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์เขต 3

ระเบียบวิธีการวิจัย: เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์เขต 3 จำนวน 333 คน ทำการสุ่มแบบแบ่งชั้นไม่เป็นสัดส่วน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือแบบสอบถามมาตรส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีลำดับความสำคัญความต้องการจำเป็น

ผลการวิจัย: พบว่า 1) สภาพปัจจุบันของการบริหารการบริหารการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์เขต 3 โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง 2) สภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์เขต 3 โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 3) ค่าดัชนีการจัดลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น โดยรวมมีค่าเท่ากับ 0.47 เรียงลำดับความต้องการจำเป็นจากมากไปน้อย ได้แก่ 1) วัฒนธรรมองค์กร 2) การสร้างทีม 3) การสื่อสาร และ 4) การบริหารเชิงกลยุทธ์ 4) แนวทางการพัฒนาการบริหารการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์เขต 3 มีแนวทางการพัฒนาการบริหารการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา มี 4 ด้าน รวมทั้งสิ้น 31 แนวทาง โดยรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุดและมีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุดสรุปผล: ผลการศึกษาดังกล่าวมีนัยสำคัญทางปฏิบัติสำหรับผู้กำหนดนโยบายและผู้บริหารการศึกษาในการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรและการทำงานเป็นทีมเพื่อเพิ่มศักยภาพในการจัดการการเปลี่ยนแปลง การศึกษานี้ให้แนวปฏิบัติใหม่ ๆ ที่ปรับแต่งโดยเฉพาะสำหรับผู้บริหารโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ 3 ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในบริบทที่คล้ายคลึงกันได้

เอกสารอ้างอิง

กาญจนา ธีระกุล. (2556). การบริหารการเปลี่ยนแปลงในโรงเรียนประถมศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต 1 (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี.

กิติพงษ์ รัดอัน. (2555). สภาพและปัญหาการบริหารการเปลี่ยนแปลงในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จังหวัดหนองบัวลำภู (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา). บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.

จิระประภา โมจิดะ และทวีวัฒน์ ปิตยานนท์ (2556). รูปแบบการบริหารการเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิผลในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเอกชน. EAU Heritage Journal, 3(2), 40–47.

จิราภรณ์ วาสเอื้อวงศ์, & ธารารัตน์ มาลัยเถาว์. (2565). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงกับการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 19(2), 144–157.

ณัฏฐพันธ์ เขจรนันทน์. (2552). กลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาองค์การ. กรุงเทพฯ: เอ็กซเปอร์เน็ท.

ถวิล ศรีใจงาม และ วีสิรินธร สินจินดาวงศ์. (2558). การพัฒนารูปแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต1 และเขต 2. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย ฉบับสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร,์ 5(3), 168-181.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่10 ฉบับปรับปรุงใหม่). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

ปาริฉัตร ช่อชิต. (2559). สมรรถนะผู้บริหารกับประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 8. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร.

พจน์ เจริญสันเทียะ. (2567). ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1. วารสารมณีเชษฐาราม, 14(1), 33–46.

เพ็ญพิชชา โคตรชาลี. (2556). ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษากับการเป็นองค์กรที่มีขีดสมรรถนะสูงของโรงเรียน สังกัดเทศบาลนครขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย.

ภัลลพ สุขพลาย. (2562). การบริหารการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการบริหารวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1 (ปริญญานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์).

มตตา สารีวงค์. (2558). การบริหารการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อการบริหารงานบุคคลในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 2 (วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม.

มัลลิกา ต้นสอน. (2546). พฤติกรรมองค์การ. (พิมพ์ครั้งที่ 3) . กรุงเทพมหานคร : เอ็กซเปอร์เน็ท

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3. (2564). รายงานผลการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564. https://web.kalasin3.go.th/web/view.php?article_id=984

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2558). รายงานสถานการณ์ของประเทศและบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.

Katzenbach, J. R., & Smith, D. K. (1993). The wisdom of teams: Creating the high-performance organization. Harvard Business School Press.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-11

รูปแบบการอ้างอิง

วรรณทอง ณ., มารีเคน ป., & ฤทธิลัน ศ. (2026). การศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 6(5), e293875. https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e293875

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ