การเสริมสร้างความอยู่ดีมีสุขในการทำงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1

ผู้แต่ง

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e289064

คำสำคัญ:

ความอยู่ดีมีสุข, การเสริมสร้างความอยู่ดีมีสุข, แนวทาง

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การเสริมสร้างความอยู่ดีมีสุขในการทำงานของครู คือ แนวปฏิบัติที่ส่งเสริมให้ครูมีความสุข ความพึงพอใจ และคุณภาพชีวิตที่ดีในการทำงาน ส่งผลให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันในการเสริมสร้างความอยู่ดีมีสุขในการทำงานของครู 2) เพื่อศึกษาแนวทางการเสริมสร้างความอยู่ดีมีสุขในการทำงานของครู 3) เพื่อประเมินแนวทางการเสริมสร้างความอยู่ดีมีสุขในการทำงานของครู สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1

ระเบียบวิธีการวิจัย: ประชากรในการทำวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ปีการศึกษา 2567 จำนวนทั้งสิ้น 2,842 คน กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 351 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ แบบสอบถาม เป็นแบบมาตรส่วนประมาณค่า แบบสนทนากลุ่ม และแบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

ผลการวิจัย: ผลการวิจัยพบว่า 1) การศึกษาสภาพปัจจุบันของความอยู่ดีมีสุขในการทำงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 พบว่า สภาพปัจจุบันในการเสริมสร้างความอยู่ดีมีสุขในการทำงานของครู โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2) แนวทางการเสริมสร้างความอยู่ดีมีสุขในการทำงานของครู โดยใช้กระบวนการสนทนากลุ่ม พบว่า มีแนวทางในการเสริมสร้างความอยู่ดีมีสุขในการทำงานของครู จำนวน 20 แนวทาง 3) การประเมินแนวทางในการเสริมสร้างความอยู่ดีมีสุขในการทำงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 พบว่ามีความเหมาะสมโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และมีความเป็นไปได้โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก

สรุปผล: การศึกษาสภาพปัจจุบันในการเสริมสร้างความอยู่ดีมีสุขในการทำงานของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ภาพรวมอยู่ในระดับมาก แนวทางในการเสริมสร้างความอยู่ดีมีสุขในการทำงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์เขต 1 จำนวน 20 แนวทาง และผลการประเมินความเหมาะสม และความเป็นไปได้ อยู่ในระดับมาก

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

กษมา ช่วยยิ้ม. (2563). การพัฒนารูปแบบการสร้างความสุขในการทำงานของผู้บริหารและครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยสุราษฎร์ธานี.

ชนัญชิตา อรุณแข, และ ณัฐพัชร์ อภิวัฒน์ไพศาล. (2565). ระดับความอยู่ดีมีสุขและตัวพยากรณ์ความอยู่ดีมีสุขของประชาชน อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์.

เชาวนิตย์ เพชรบุตร. (2567). การศึกษาความสุขในการทำงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1. มจร สุรนารีสาร, 2(3), 10–21.

ดวงพร อุ่นจิตต์. (2561). แนวทางการบริหารเพื่อเสริมสร้างความผาสุกในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง. วารสารการวิจัยเพื่อพัฒนาชุมชน, 11(2), 1–15.

นิตยา สุภาภรณ์. (2552). การรับรู้ของประชาชนต่อความอยู่ดีมีสุขในชุมชนบางไผ่. กรุงเทพฯ: วิทยาลัยราชพฤกษ์.

ภัทรพล สายแวว. (2564). แนวทางการส่งเสริมองค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม. (2561). ประชากรและสังคม 2561: ความอยู่ดีมีสุขในสังคมไทย: ความฝันหรือความจริง. นครปฐม: มหาวิทยาลัยมหิดล.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2554). รายงานสถานการณ์ความสุขของคนไทย. กรุงเทพฯ: สสส.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2567). แนวทางการลดภาระงานครูเพื่อคืนครูสู่ห้องเรียน. กรุงเทพฯ: สพฐ.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ. (2550). ยุทธศาสตร์แห่งความสุข: การขับเคลื่อนนโยบายสุขภาวะ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ.

สุนทร พริกจำรูญ. (2567). การสร้างแรงจูงใจและบรรยากาศที่ดีในการทำงานของครูในโรงเรียนขนาดเล็ก. วารสารการศึกษาและพัฒนา, 6(1), 21–35.

อธิคุณ สินธนาปัญญา, และคณะ. (2557). การบริหารความสุขในสถานศึกษา. วารสารสุทธิปริทัศน์, 28(88), 15–32.

อรสา เพชรนุ้ย. (2560). การศึกษาแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2 (การค้นคว้าอิสระ). มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.

Lathapipat, D., & Sondergaard, L. (2015). Thailand’s education quality: A tale of two systems. World Bank Group.

Ruggeri, K., Garcia-Garzon, E., Maguire, Á., Butter, S., & Huppert, F. A. (2020). Well-being is more than happiness and life satisfaction: A multidimensional analysis of 21 countries. Health and Quality of Life Outcomes, 18(192). https://doi.org/10.1186/s12955-020-01423-y

Viac, C., & Fraser, P. (2020). Teachers’ well-being: A framework for data collection and analysis (OECD Education Working Papers No. 213). OECD Publishing. https://doi.org/10.1787/c36fc9d3-en

Warsh, J. (2006). Workplace well-being: Organizational strategies to improve employee health and performance. Institute for Work & Health.

Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed.). Harper & Row.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-01-20

รูปแบบการอ้างอิง

ชาวนา ธ. ., ยอดสละ ศ. ., กากแก้ว ว. ., & พลศรี อ. . (2026). การเสริมสร้างความอยู่ดีมีสุขในการทำงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 . Interdisciplinary Academic and Research Journal, 6(1), e289064. https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e289064

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ