การบริหารสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดปทุมธานี

ผู้แต่ง

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e288430

คำสำคัญ:

การบริหารสถานศึกษา, องค์กรแห่งการเรียนรู้

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาการบริหารสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดปทุมธานี 2) เพื่อเปรียบเทียบการบริหารสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา จำแนกตาม ตำแหน่ง ระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงาน 3) เพื่อออกแบบแนวทางในการบริหารสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดปทุมธานี

ระเบียบวิธีการศึกษา: กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดปทุมธานี ปีการศึกษา 2567จำนวน 186 คน กำหนดขนาดโดยใช้ตารางเครจซี่และมอร์แกน และได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยแบบสอบถาม เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า ตามวิธีของลิเคิร์ท และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ความตรงเชิงเนื้อหา ความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับ โดยหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา ตามวิธีของครอนบาค สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการศึกษา: ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการวิเคราะห์ความคิดเห็นที่มีต่อการบริหารสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดปทุมธานี โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (\bar{x}=3.83, S.D.= 0.64) 2. ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อการบริหารสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้จำแนกตามตำแหน่ง พบว่า ในภาพรวมมีความคิดเห็นต่อการบริหารสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา ภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. ผลการวิเคราะห์แนวทางในการบริหารสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ ของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาปทุมธานี ด้านบุคลากรที่มีความรอบรู้ แนวทางการส่งเสริมความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ คือ จัดประชุมในกลุ่มสาระหรือสาขาวิชาแลกเปลี่ยนเรียนรู้จัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประชุมสัมมนากันภายในเพื่อให้ทุกคนได้แลกเปลี่ยนความรู้และสิ่งที่ค้นพบใหม่ๆ 

สรุปผล: การบริหารสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้มีประสิทธิภาพอยู่ในระดับมาก ความคิดเห็นต่อการบริหารแตกต่างกันตามตำแหน่งของบุคลากร ส่วนแนวทางส่งเสริมคือการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การประชุมภายใน และการสนับสนุนให้บุคลากรพัฒนาความรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

เอกสารอ้างอิง

ทองเพียร เตยหอม. (2562). แนวทางการพัฒนาความเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุทัยธานี เขต 1. วิทยานิพนธ์ ค.ม. นครสวรรค์: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.

บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.

ปัทมา ประทุมสุวรรณ. (2562). ทักษะการบริหารในศตวรรษที่ 21 ของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่ส่งผลต่อประสิทธิผลโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา, บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.

ภาวิณี ซุ่นทรัพย์. (2562). องค์กรแห่งการเรียนรู้ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม. การค้นคว้าอิสระสาขาวิชาการบริหารการศึกษา แผน ข ระดับปริญญามหาบัณฑิต ภาควิชาการบริหารการศึกษา, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.

มงคลชัย วิริยะพินิจ. (2556). รวมแนวคิดหลากมุมมอง องค์การแห่งการเรียนรู้และการจัดการความรู้ ภาควิชาการ. กรุงเทพฯ: ส่องศยาม.

มณฑาทิพย์ นามนุ. (2561). ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2. วิทยานิพนธ์ ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.

มรกต จันทร์กระพ้อ. (2561). การสร้างองค์การแห่งนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนสู่ความเป็นเลิศขององค์การ. วารสารนักบริหาร, 39(1), 52-66.

รุ่งชัชดาพร เวหะชาติ. (2552). การบริหารวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพมหานคร: นำศิลป์.

วันชนก อาจปรุ. (2564). แนวทางการพัฒนาความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในเขตภาคกลาง. ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.

วีรยา สัจจะเขตต์. (2564). การพัฒนาแนวทางการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนขยาย โอกาสสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5. วารสารการบริหารและนิเทศการศึกษา, 12 (3), 140-152.

ศุภากร ศรีพรหม และคณะ. (2567). ภาวะผู้นำทางวิชาการและภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหาร ที่ส่งผลต่อความเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย, 6(3), 301-317.

สัมมา รธนิธย์. (2560). หลักทฤษฎีและปฏิบัติการบริหารการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: ข้าวฟ่าง.

สุนทรีย์ ธิชากรณ์. (2563). แนวทางการบริหารสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 2. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.

อภิญญา ฉัตรช่อฟ้า และบุญทัน ดอกไธสง. (2562). องค์การแห่งการเรียนรู้. วารสาร มจร มนุษยศาสตร์ปริทรรศน์, 5(1), 158-170.

อรสา มาสิงห์. (2560). การพัฒนาทักษะภาวะผู้นำในศตวรรษที่ 21 ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี, 13(2), 103- 116.

Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and psychological measurement, 30(3), 607-610.

Senge, P. M. (2006). Peter Senge and the learning organization. Retrieved February 12, 2012, from http://www.infed.org/thinkers/senge.htm

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-01-11

รูปแบบการอ้างอิง

สุราวุธ น. ., มั่นสารนียธรรม ส. . ., & วงศ์วัฒน์เกษม ว. . (2026). การบริหารสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดปทุมธานี. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 6(1), e288430. https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e288430

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ