การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) เพื่อพัฒนาผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น รายวิชาสุขศึกษา เรื่อง ความปลอดภัยในชีวิต
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.288392คำสำคัญ:
การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน, รายวิชาสุขศึกษา, ความปลอดภัยในชีวิตบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) เป็นหัวใจที่สำคัญในการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้ผู้เรียนมีผลการเรียนรู้หรือผลลัพธ์การเรียนรู้บรรลุและสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนด การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) รายวิชาสุขศึกษา เรื่อง ความปลอดภัยในชีวิต (2) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการคิดวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาของนักเรียน หลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) รายวิชาสุขศึกษา เรื่อง ความปลอดภัยในชีวิตเมื่อเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 65 (3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) รายวิชาสุขศึกษา เรื่อง ความปลอดภัยในชีวิต และ (4) เพื่อศึกษาความคงทนในการเรียนรู้ของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) รายวิชาสุขศึกษา เรื่อง ความปลอดภัยในชีวิต หลังเวลาผ่านไปไม่เกิน 1 เดือน (30 วัน)
ระเบียบวิธีการวิจัย: งานวิจัยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงกึ่งทดลอง กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ฝ่ายมัธยม) ผู้วิจัยกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง ที่เหมาะสมโดยใช้โปรแกรม G* Power และใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 30 คน ซึ่งนักเรียนแต่ละห้องจัดห้องเรียนแบบคละความสามารถและมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยรายวิชาสุขศึกษาแต่ละห้องไม่แตกต่างกัน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ (1) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน เป็นแบบคู่ขนาน (2) แบบประเมินทักษะการคิดวิเคราะห์และแก้ไขปัญหา และ (3) แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ โดยใช้สถิติวิเคราะห์ คือ สถิติทดสอบที (t-test for dependent Samples) การวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation--SD) และค่าร้อยละ (Percentage)
ผลการวิจัย: (1) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) สูงกว่าก่อนการจัดการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (2) นักเรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 65 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และ (4) นักเรียนมีความคงทนในการเรียนรู้ คิดเป็นร้อยละ 6.44 เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ว่าเมื่อเวลาผ่านไปไม่เกิน 1 เดือน (30 วัน) ความคงทนในการเรียนรู้ควรจะลดลงได้ไม่เกินร้อยละ 30
สรุปผล: การประยุกต์ใช้การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) สามารถพัฒนาผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นรายวิชาสุขศึกษา เรื่อง ความปลอดภัยในชีวิต โดยผู้เรียนมีผลการเรียนรู้หรือผลลัพธ์การเรียนรู้บรรลุและสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดอย่างเต็มศักยภาพ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภา.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สินีนาฎ กุ่ยรักษา, วงเดือน ไม้สนธิ์, และ สถาพร ดียิ่ง. (2565). การพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณโดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วารสารวิจัยและพัฒนาสถาบันพระบรมราชชนก, 8(1), 67–78.
Amin, S., Utaya, S., Bachri, S., Sumarmi, S., & Susilo, H. (2020). The influence of problem-based learning on critical thinking skills and geography learning outcomes. International Journal of Instruction, 13(1), 25–38. https://doi.org/10.29333/iji.2020.1312a
Fadilla, N., Nurlaela, L., Rijanto, T., Ariyanto, D., & Mulyani, S. (2021). An analysis of students’ creative thinking skills in problem-solving through problem-based learning. Journal of Education and Learning, 15(1), 147–154.
Hasanpour, M., Bagheri, M., & Heidari, M. (2018). Critical thinking and scientific creativity: A review of key concepts and practices. International Journal of Education and Literacy Studies, 6(3), 22–30.
Hashim, H., & Samsudin, A. (2020). The effectiveness of STEM-based learning in enhancing students’ creativity and scientific skills. Journal of Science Education, 4(2), 45–53.
Heong, Y. M., et al. (2020). The role of digital tools in developing higher-order thinking skills. International Journal of Instructional Technology, 12(4), 211–223.
Lapuz, A. M., & Fulgencio, M. N. (2020). Project-based learning in science: Enhancing students' problem-solving abilities. Journal of Educational Research, 13(1), 33–40.
Mutakinati, L., Anwari, I., & Nurita, T. (2018). The development of critical and creative thinking through STEM education. Journal of Physics: Conference Series, 947, 1–8.
Rusman. (2017). Model-Model Pembelajaran: Mengembangkan Profesionalisme Guru. Jakarta: Rajawali Pers.
Silviariza, A., et al. (2021). Enhancing scientific literacy through inquiry-based learning. International Journal of Science and Society, 3(2), 87–95.
Sonrum, P., & Worapun, W. (2023). Developing 21st-century learning competencies through an integrated curriculum. Journal of Educational Innovation, 15(1), 56–68.
Ssemugenyi, F. (2023). The influence of blended learning on student engagement in East Africa. African Journal of Education and Practice, 9(2), 101–115.
Treepob, H., Hemtasin, C., & Thongsuk, T. (2023). Application of problem-based learning in Thai science classrooms. Journal of Thai Education Research, 18(3), 120–134.
Verawati, N. N. S., et al. (2021). Investigating the effectiveness of collaborative learning in STEM. Journal of Education and Practice, 12(5), 210–220.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





