ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหาร สมรรถนะของครู และการรับรู้ความสามารถตนเองของครูที่ส่งผลต่อผลการปฏิบัติงานของครูตามระบบการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะตำแหน่งครู
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.288044คำสำคัญ:
ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา, สมรรถนะของครู, การรับรู้ความสามารถตนเองของครู, ผลการปฏิบัติงานของครู, ระบบการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะตำแหน่งครูบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ผลการปฏิบัติงานของครูที่ดีนั้นเกิดจากสมรรถนะและการรับรู้ความสามารถในการทำงานที่ดี รวมถึงการส่งเสริมสนับสนุนจากผู้บริหารสถานศึกษาที่มีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ระดับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหาร ระดับสมรรถนะของครู ระดับการรับรู้ความสามารถตนเองของครู และระดับผลการปฏิบัติงานของครูตามระบบการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะตำแหน่งครู 2) ความสัมพันธ์ของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหาร สมรรถนะของครู และการรับรู้ความสามารถตนเองของครูกับผลการปฏิบัติงานของครู และ 3) สร้างสมการพยากรณ์ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหาร สมรรถนะของครู และการรับรู้ความสามารถตนเองของครูที่ทำนายผลการปฏิบัติงานของครูตามระบบการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะตำแหน่งครูในโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานคร
ระเบียบวิธีการวิจัย: เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างในการศึกษานี้ได้แก่ ครู โรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 260 คน ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามประมาณค่า 5 ระดับ มีค่า IOC 0.80-1.00 ค่าความเชื่อมั่นแบบสอบถามทั้งฉบับ เท่ากับ .953 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน
ผลการวิจัย: 1) ระดับผลการปฏิบัติงานของครูตามระบบการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะตำแหน่งครูโดยรวมอยู่ในระดับมาก (\overline{x}=4.186, SD=0.378) ระดับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาโดยรวมอยู่ในระดับมาก (\overline{x}=4.166, SD=0.353) ระดับสมรรถนะของครูโดยรวมอยู่ในระดับมาก (\overline{x}=4.196, SD=0.399) และระดับการรับรู้ความสามารถตนเองของครูโดยรวมอยู่ในระดับมาก (\overline{x}=4.082, SD=0.353) 2) ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา สมรรถนะของครู การรับรู้ความสามารถตนเองของครู และผลการปฏิบัติงานของครูตามระบบการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะตำแหน่งครู มีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับปานกลางถึงมาก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 3) สมการพยากรณ์ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหาร สมรรถนะของครูและการรับรู้ความสามารถตนเองของครู ร่วมกันทำนายผลการปฏิบัติงานของครูตามระบบการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะตำแหน่งครู ได้ร้อยละ 60.5 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ได้สมการถดถอยพหุคูณในรูปแบบคะแนนดิบและคะแนนมาตรฐาน ดังนี้
\hat{Y} = .518 + .269(X1) + .489(X2) + .122(X3)
\hat{Z} = .251(Z1) + .516(Z2) + .114(Z3)
สรุป: การศึกษานี้สรุปได้ว่าระดับผลงานของครูที่สูงนั้นได้รับอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญจากภาวะผู้นำเชิงเปลี่ยนแปลง ความสามารถของครู และประสิทธิภาพในตนเอง ปัจจัยเหล่านี้มีความสัมพันธ์ในเชิงบวกและสามารถอธิบายความแปรผันในผลงานของครูได้ 60.5%
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2567). นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.
กรุงเทพมหานคร. (2565). นโยบาย “คืนครูให้นักเรียน”. สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร.
กฤษฎา เจตน์จำนงค์, & บรรจบ บุญจันทร์. (2564). ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21. วารสารครุศาสตร์, 47(1), 88–100.
กิตติพันธ์ คำบาล, ดวงกมล สุขเกษม, & กนกวรรณ แสงประเสริฐ. (2566). สมรรถนะดิจิทัลกับการรับรู้ความสามารถของครูระดับมัธยมศึกษาในสังกัดกรุงเทพมหานคร. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 11(2), 94–107.
จันทรัศม์ ภูติอริยวัฒน์. (2560). ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษากับแรงจูงใจในการทำงานของครูที่ส่งผลต่อจิตวิญญาณความเป็นครูโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมกรุงเทพมหานครเขต 2. Veridian E-Journal, Silpakorn University (Humanities, Social Sciences and Arts), 10(3), 1738–1757.
จารุวรรณ นูสา. (2564). องค์ประกอบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2. วารสารการประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแห่งชาติครั้งที่ 22, 14(3), 901–911
ชาตรี พงษ์พันธ์, บรรเทิง พลสวัสดิ์, ทัพไท ชุ่มนาเสียว, & ปรางทิพย์ ทาเสนาะ เอลเทอร์. (2567). แนวทางการจัดการสุขภาพชุมชนช่วงอุทกภัยสำหรับกลุ่มเปราะบาง: กรณีศึกษาตำบลหนองบ่อ จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 9(4), 712–719. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/280179
ธงชัย ศักดิ์สุวรรณ, & นวรัตน์ ไวชมภู. (2567). ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา. วารสารวิชาการ, 31(2), 45–56.
ธนภร อินต๊ะสิน, และคณะ. (2566). การพัฒนาระบบประเมินผลการปฏิบัติงานของครู. วารสารการประเมินผลและวิจัยทางการศึกษา, 8(1), 25–34.
นภัสรัญช์ สุขเสนา. (2565). “ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2”. วารสารปัญญาภิวัฒน์ 14(3), 178 – 191.
นุสรา พูลสุด. (2564). ความสัมพันธ์ระหว่างทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 กับประสิทธิผลการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร. วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 7(2), 72-85.
เบญจรัตน์ ราชฉวาง. (2566). สมรรถนะของครูในการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ. วารสารวิจัยการศึกษาและการเรียนรู้, 12(3), 111–123.
ปติณญา เหลือสุข, และคณะ. (2563). สมรรถนะของครูระดับประถมศึกษาในยุคดิจิทัล. วารสารครุศาสตร์วิจัย, 10(4), 77–89.
ปริญญา วงษาเทพ และ ทนงศักดิ์ คุ้มไข่น้ำ (2566). แนวทางการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21ส าหรับเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดหนองคาย. Sueksitalai Journal. 4 (1), 29-40.
ปวีณา บัวพุด, และคณะ. (2566). ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาในกรุงเทพมหานคร. วารสารวิชาการและการวิจัยทางการศึกษา, 17(1), 20–34.
ปิ่นประภาภรณ์ กุลสุวรรณ. (2560). การพัฒนาภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษา. วารสารบริหารการศึกษา, 9(1), 1–10.
ปิยมาภรณ์ โตชะนก. (2567). การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้ของครูในศตวรรษที่ 21. วารสารครุศาสตร์, 51(2), 89–104.
ภัทรชัย ปานดี. (2567). บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในการเสริมสร้างสมรรถนะครู. วารสารการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา, 6(1), 35–47.
วิลาวัลย์ แสงประเสริฐ และธีระพงศ์ บุศรากูล. (2563). แนวทางการบริหารงานกิจการนักเรียนของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์ (มนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์), 10(3), 112-125.
สกุณา ใบภักดี, เยาวลักษณ์ สุตะโคตร และ ธวัชชัย ไพใหล. (2566). ปัจจัยทางการบริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 3. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (สพบท.), 5(1), 27–40. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JAPDEAT/article/view/262228
สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร. (2565). แผนปฏิบัติราชการกรุงเทพมหานคร ประจำปี พ.ศ. 2566. https://webportal.bangkok.go.th/public/user_files_editor/130/BMAPlan/BMAplan66.pdf:contentReference[oaicite:6]{index=6}.
สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร. (2567). รายงานสถิติการศึกษาปีการศึกษา 2567 โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร.
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา. (2564). คู่มือการดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู. http://otepc.go.th/images/00_YEAR2564/03_PV1/1Mv9-2564.pdf:contentReference[oaicite:8]{index=8}.
สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา. (2566). รายงานสถิติบัญชีรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ. กรุงเทพฯ: คุรุสภา.
สุปรียา ไตรยะขันธ์, & รชฏ สุวรรณกูฏ. (2565). สภาพ ปัญหา และแนวทางพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของครูในยุคดิจิทัลของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 5(1), 63–74
อรวรรณ คำยอด, & มัทนา วังขนอมศักดิ์. (2556). สมรรถนะครูที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงานด้านวิชาการในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 2. วารสารการบริหารการศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 3(2), 55 – 65.
อรวรรณ ไชยชาญ. (2563). การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างทักษะการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่จำเป็นสำหรับครูประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาในภาคตะวันออก. วารสารวิจัยรำไพพรรณี, 14(1), 98–108.
Akman, Y. (2021). The relationships among teacher leadership, teacher self-efficacy and teacher performance. Journal of Theoretical Educational Science, 14(4), 720–744. https://doi.org/10.30831/akukeg.930802
Bandura, A. (1977). Self-efficacy: Toward a unifying theory of behavioral change. Psychological Review, 84(2), 191–215. https://doi.org/10.1037/0033-295X.84.2.191
Bass, B. M., & Avolio, B. J. (1994). Improving organizational effectiveness through transformational leadership. Sage Publications.
Erikson, E. H. (1950). Childhood and society. W. W. Norton & Company.
Gomez, F. C., Trespalacios, J., Hsu, Y.-C., & Yang, D. (2022). Exploring teachers’ technology integration self-efficacy through the 2017 ISTE Standards. TechTrends, 66(2), 1–13. https://doi.org/10.1007/s11528-021-00656-7
Kadir, A., & Saleh, S. (2012). [No full reference provided in the source]
Kanya, N., Fathoni, A. B., & Ramdani, Z. (2021). Factors affecting teacher performance. International Journal of Evaluation and Research in Education, 10(4), 1462–1468.
Karim, M. R., Masud, N. A., Subarna, N., Taherun, M., Billah, M. M., & Wienaah, P. (2021, December 23). Self-efficacy: A key component of teacher effectiveness (No. 24, p. 34). Masum and Wienaah, Prosper.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.
Leithwood, K., & Jantzi, D. (2006). [No full reference provided in the source]
McClelland, D. C. (1973). Testing for competence rather than for “intelligence”. American Psychologist, 28(1), 1–14. [Presumed standard citation]
Muliati, L., Putra, H. E. J., Warsim, W., & Titirloloby, P. (2022). [No full reference provided in the source]
Putra, H. E. J., Warsim, W., & Titirloloby, P. (2021). The effect of teacher competency on performance appraisal. Akademika, 10(1), 235–247.
Rahman, R., & Alim, M. (2019). The impact of employee competency on organizational performance: Evidence from a developing country. International Journal of Human Resource Studies, 9(1), 120–135.
Tschannen-Moran, M., Hoy, A. W., & Hoy, W. K. (1998). Teacher efficacy: Its meaning and measure. Review of Educational Research, 68(2), 202–248.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





