การพัฒนารูปแบบการนิเทศตามแนวคิดบทเรียนร่วมกันร่วมกับการให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด TPACK ของครูที่ส่งเสริมความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษ ของนักเรียนระดับประถมศึกษา
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.286830คำสำคัญ:
รูปแบบการนิเทศ, แนวคิดบทเรียนร่วมกัน, การให้ข้อมูลย้อนกลับ, การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด TPACK, ความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนากำลังคนให้มีคุณภาพ ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของศตวรรษที่ 21 สมรรถนะของครูในการจัดการเรียนรู้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมทักษะทางภาษาของนักเรียน งานวิจัยนี้มุ่งพัฒนาและประเมินคุณภาพรูปแบบการนิเทศตามแนวคิดบทเรียนร่วมกันร่วมกับการให้ข้อมูลย้อนกลับ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด TPACK ของครู และส่งเสริมความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนระดับประถมศึกษา
ระเบียบวิธีวิจัย: การวิจัยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา (R&D) ประกอบด้วย 1) การศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานและความต้องการ 2) การพัฒนาและประเมินคุณภาพรูปแบบ โดยการจัดสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion : FGD) จากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญโดยผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมสนทนากลุ่ม ทั้งสิ้นจำนวน 7 คน เครื่องมือ เช่น แบบวิเคราะห์เอกสาร แบบสัมภาษณ์ และแบบประเมินคุณภาพรูปแบบ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย (M) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัย: รูปแบบการนิเทศที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการ 2) จุดมุ่งหมาย 3) รูปแบบการนิเทศ 4) การวัดและประเมินผล 5) ปัจจัยสนับสนุน และมี 7 ขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาปัญหา สร้างความเข้าใจ ปฏิบัติการนิเทศ ติดตาม สะท้อนผล ให้ข้อมูลย้อนกลับ ปรับปรุง แก้ไข อภิปราย และการเผยแพร่
สรุปผล: รูปแบบการนิเทศที่พัฒนาขึ้นช่วยเสริมสร้างสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้ ส่งผลให้สามารถพัฒนาการสอนที่ส่งเสริมทักษะการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือและต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กรมวิชาการ. (2544). แนวทางการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษตามหลักสูตร. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เกรียงศักดิ์ สังข์ชัย. (2552). การพัฒนารูปแบบการนิเทศการสอนครูวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาศักยภาพนักเรียนที่มีแววความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร.
เขมจิรา คำหงษา และคณะ. (2566). บทบาทครูสังคมศึกษากับการเรียนรู้เชิงรุกในศตวรรษที่ 21. วารสารพุทธสังคมวิทยาปริทรรศน์, 8(1), 188-203.
ชาริณี ตรีวรัญญู. (2552). การศึกษาผ่านบทเรียน (Lesson Study): ทางเลือกใหม่เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน. วารสารครุศาสตร์, 37(3), 131-149.
ฐาปนา จ้อยเจริญ. (2563).การพัฒนารูปแบบการนิเทศตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพร่วมกับการพัฒนาบทเรียนร่วมกันเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้ร่วมกันเชิงรุกของนักศึกษาครูวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏ. ปริญญานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตรศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ทิพรัตน์ สิทธิวงศ์. (2556). การพัฒนาเทคนิคการสอนที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้. นครปฐม : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหิดล.
ทิศนา แขมมณี. (2541). รูปแบบการเรียนการสอน: ทางเลือกที่หลากหลาย. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธนิกานต์ อากาศวิภาต. (2548). แนวทางการพัฒนาการให้ข้อมูลย้อนกลับในห้องเรียนภาษาไทย. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
นฤมล อินทร์ประสิทธิ์. (2552). การศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study): นวัตกรรมเพื่อพัฒนาครูและ นักเรียน.วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
นิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์. (2555). เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา. พิษณุโลก : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยนเรศวร.
ประหยัด จิระวรพงศ์. (2553). การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญในยุคดิจิทัล. ขอนแก่น : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ปริญญา เกษประสิทธิ์. (2550). การเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญและผลกระทบต่อการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ. นนทบุรี : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ไผ่ วสยางกูร. (2014). กระบวนการและผลการศึกษาบทเรียนที่มีผลต่อการเรียนรู้ของครู: การวิเคราะห์เครือข่ายทางสังคม. OJED, 9(2), 500-509.
พรสวรรค์ สีป้อ. (2550). แนวคิดและการจัดการเรียนรู้ทักษะการพูดภาษาอังกฤษในชั้นเรียน. มหาสารคาม : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
รัชนี นกเทศ. (2565). การพัฒนากระบวนการนิเทศการสอนตามแนวคิดการให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อเสริมสร้างชุดความคิดเติบโตด้านการจัดการเรียนการสอนของนักศึกษาครู. ดุษฎีนิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รุ่งชัชดาพร เวหะชาติ. (2551). การนิเทศการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 5). สงขลา: มหาวิทยาลัยทักษิณ.
วชิรา เครือคำอ้าย. (2552). การพัฒนาการนิเทศเพื่อการเรียนรู้ของครูในศตวรรษที่ 21. เชียงใหม่ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
วศินี รุ่งเรือง. (2562). การพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาโดยใช้กระบวนการ Lesson Study. มหาสารคาม : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
วัชรา เล่าเรียนดี. (2553). การนิเทศการสอน สาขาหลักสูตรและการนิเทศ. นครปฐม: โรงพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร.
วิภาวรรณ วงษ์สุวรรณ คงเผ่า. (2555). ผลกระทบของการให้ข้อมูลย้อนกลับต่อพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สงัด อุทรานันท์. (2530). แนวคิดและหลักการของการนิเทศทางการศึกษา. นนทบุรี : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
สันติรักษ์ ลุสีดา. (2552). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้วิธีสอนอ่านแบบบูรณาการของเมอร์ดอกช์ (MIA). วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ขอนแก่น.
สามารถ ทิมนาค. (2553). การบริหารและนิเทศทางการศึกษายุคใหม่. มหาสารคาม : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. (2558). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2558. กรุงเทพฯ: สำนักงานราชบัณฑิตยสภา.
สุธิดา การีม. (2562). รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการเพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียน. สงขลา : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
สุปรียา ไตรยะขันธ์ และรชฏ สุวรรณกูฏ. (2565). “สภาพปัญหาและแนวทางพัฒนาการ จัดการเรียนรู้ของครูในยุคดิจิทัลสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครพนม เขต 1”. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 7 (3), 931-943.
อรุณี ศรีทองอ่อน. (2559). การให้ข้อมูลย้อนกลับของผู้บริหารโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 5. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร.
อรุณี ศรีทองอ่อน. (2559). การให้ข้อมูลย้อนกลับของผู้บริหารโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 5. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
อารมณ์ดี วงศ์ประชา. (2553). แนวทางการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษแบบ Communicative Approach. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง
Dick, W., & Carey, L. (1996). The systematic design of instruction (4th ed.). New York, New York: HarperCollins College Publishers.
Fernandez, C., & Yoshida, M. (2004). Lesson study: A Japanese approach to improving mathematics teaching and learning. Mahwah, New Jersey: Lawrence Erlbaum Associates.
Fisher, D., & Frey, N. (2011). The formative assessment action plan: Practical steps to more successful teaching and learning. Alexandria, VA : ASCD.
Forte, M. (2015). Assessing the impact of feedback on student learning. New York : Springer.
Hattie, J., & Timperley, H. (2007). The power of feedback. Review of Educational Research, 77(1), 81–112. https://doi.org/10.3102/003465430298487.
Hymes, D. H. (1981). In vain I tried to tell you: Essays in Native American ethnopoetics. University of Pennsylvania Press. Philadelphia, Pennsylvania.
Joyce, B., & Weil, M. (2000). Models of teaching (6th ed.). Allyn and Bacon. Boston, Massachusetts.
Kibler, A. (1970). Foundations of reading instruction. Prentice Hall. Englewood Cliffs, New Jersey.
Krashen, S. D. (1982). Principles and practice in second language acquisition. Pergamon Press. Oxford, England.
Lewis, M. (2002). The lexicon in language teaching. Cambridge University Press. Cambridge, England.
Mishra, P., & Koehler, M. J. (2006). Technological pedagogical content knowledge: A framework for teacher knowledge. Teachers College Record, 108(6), 1017–1054. New York, New York.
Mory, E. H. (2003). Feedback research revisited. In D. H. Jonassen (Ed.), Handbook of research on educational communications and technology (2nd ed., pp. 745–783). Mahwah, NJ: Lawrence Erlbaum Associates.
Shulman, L. S. (1987). Knowledge and Teaching: Foundations of the New Reform. Harvard Educational Review, 57, 1-22. http://dx.doi.org/10.17763/haer.57.1.j463w79r56455411
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





