แนวทางการพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.286828คำสำคัญ:
การพัฒนา, การบริหาร, การมีส่วนร่วมของสถานศึกษาบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การบริหารแบบมีส่วนร่วมช่วยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนในการพัฒนาสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ การเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทำให้การบริหารมีความโปร่งใสและตอบสนองต่อความต้องการของโรงเรียนมากขึ้น การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นการบริหารแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2 2) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2 รวมทั้งสิ้น 331 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยเปิดตารางเทียบหากลุ่มตัวอย่างของเครจซี่และมอร์แกน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นแบบตอบสนองคู่ ชนิด 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้เทคนิค Modified Priority Needs Index (PNI modified) ในการจัดลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น
ผลการวิจัย: พบว่า 1) สภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นของการบริหารแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษานั้น สภาพปัจจุบัน โดยรวมและรายด้าน อยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.11 ส่วนสภาพที่พึงประสงค์การบริหารแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษา โดยรวมและรายด้าน อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.83 และความต้องการจำเป็นโดยรวม มีค่าดัชนีความต้องการจำเป็น PNI Modified = 0.553 เรียงลำดับความต้องการจำเป็นจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านการการวางแผน ด้านการดำเนินการ ด้านการตัดสินใจ และด้านการติดตามผลและประเมินผล ตามลำดับ 2) แนวทางการพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษา ประกอบด้วย 4 ด้าน 20 แนวทาง โดยรวมมีผลการประเมินความเหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.80 และความเป็นไปได้ อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.74
สรุปผล: การบริหารแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2 มีความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมุ่งเน้นการร่วมมือจากทุกภาคส่วน เช่น ครู ผู้ปกครอง ชุมชน และองค์กรต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและการตัดสินใจร่วมกันในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการศึกษาของนักเรียน การพัฒนาการบริหารรูปแบบนี้ช่วยให้สถานศึกษามีประสิทธิภาพและมีความยั่งยืนในการพัฒนา ทั้งในด้านการบริหารจัดการและการพัฒนาคุณภาพการศึกษาภายใต้บริบทที่เหมาะสมกับพื้นที่และการเปลี่ยนแปลงของสังคม
เอกสารอ้างอิง
จิตรา แก้วมะ. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารกับประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
ชมาภรณ์ โสวพันธ์. (2565). แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาในการบริหารจัดการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 1. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุ ศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
ชาฤนี เหมือนโพธิ์ทอง. (2554). การบริหารแบบมีส่วนร่วมที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนระดับปฐมวัย. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎี มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ณัฐวัฒน์ สุขเกษม. (2564). การติดตามผลและการประเมินผลที่เป็นระบบในการบริหารโรงเรียน. วารสารการศึกษาปฐมวัยและการพัฒนา, 32(1), 12-24.
เดือนเพ็ญ ยลไชย. (2562). การบริหารแบบมีส่วนร่วมในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.
ทวีนันท์ วิทักษบุตร. (2565). แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานในการบริหารงานสถานศึกษาในโรงเรียนเฉพาะความพิการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สังกัดสำนักงานบริหารงานการศึกษาพิเศษ. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
ธร สุนทรายุทธ. (2551). การบริหารจัดการเชิงปฏิรูป: ทฤษฎี วิจัยและปฏิบัติทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : เนติกุลการพิมพ์.
ธันยาภัทร์ เทียนธนาทิพย์. (2563). การพัฒนาแนวทางการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในการปฏิบัติภารกิจในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ธีรกุล พงษ์จงมิตร. (2563). การพัฒนาแนวทางการบริหารแบบมีส่วนร่วมโดยใช้ชุมชนเป็นฐานสำหรับสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 1. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น ฉบับปรับปรุงใหม่. พิมพ์ครั้งที่10. กรุงเทพฯ : บริษัท สุวีริยาสาส์น จำกัด.
ปิยฉัตร ธีรานันท์. (2565). การใช้ข้อมูลเชิงสถิติในการตัดสินใจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารโรงเรียน. วารสารการศึกษาพัฒนาการ, 35(2), 100-112.
พัชรีพร พรหมกิ่งแก้ว. (2563). แนวทางการพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาลเวียงพางคํา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย. การค้นคว้าอิสระครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย.
ศิริพร แก้วมณี. (2563). การวางแผนแบบมีส่วนร่วมในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารการศึกษาและพัฒนาการ, 29(4), 45-58.
สมชาย แก้วประเสริฐ. (2564). การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจในการบริหารโรงเรียน. วารสารการศึกษาพื้นฐาน, 28(3), 123-135.
สมนึก ภัททิยธนี. (2551). การวัดผลการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 6. กาฬสินธุ์ : ประสานการพิมพ์.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2. (2567). แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ 2567. กลุ่มแผนและนโยบาย. สพป.ชัยภูมิ เขต 2.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2554). การจัดระบบบริหารและสารสนเทศภายในสถานศึกษาตามกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2554. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมชุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). คู่มือการดำเนินงานของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ :แม็กซ์พอยท์.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2566). แนวทางการขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยประยุกต์ใช้แนวคิดการมีส่วนร่วม. สำนักงานติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2561). คู่มือการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม : เทคนิควิธีและการนำไปสู่การปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : ศูนย์สื่อและสิ่งพิมพ์แก้วเจ้าจอม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2561). คู่มือการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม : เทคนิควิธีและการนำไปสู่การปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : ศูนย์สื่อและสิ่งพิมพ์แก้วเจ้าจอม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาตร์ชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2561 – 2580. กรุงเทพฯ : ม.ป.พ.
อาภาภรณ์ วงศ์ประเสริฐ. (2563). การประเมินผลการดำเนินงานโรงเรียนด้วยเครื่องมือมาตรฐาน. วารสารการศึกษาและนวัตกรรม, 27(4), 50-62.
Krecie, R. V.; & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Journal of Education and Psychological Measurement. 4(5), 608-610.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





