การพัฒนาสื่ออินโฟกราฟิกสำหรับผู้ปกครองเลี้ยงเดี่ยวเกี่ยวกับการเสริมสร้างความรักความผูกพันของเด็กปฐมวัย
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.283978คำสำคัญ:
การให้ความรู้ผู้ปกครอง, สื่ออินโฟกราฟิก, ผู้ปกครองเลี้ยงเดี่ยว, ความรักความผูกพัน, เด็กปฐมวัยบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การดูแลเอาใส่ใจรวมถึงการตอบสนองความต้องการของลูกน้อยในช่วง 3 ขวบปีแรกจากผู้เลี้ยงดูหลักด้วยความรักอย่างเสมอต้นเสมอปลาย เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กเกิดความรักความผูกพันกับผู้เลี้ยงดู ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตรวมถึงความเป็นอยู่ที่ดีของเด็ก ประกอบกับสังคมปัจจุบันพบว่าจำนวนพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็กปฐมวัยในภาพรวม การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาสื่ออินโฟกราฟิกสำหรับผู้ปกครองเลี้ยงเดี่ยวเกี่ยวกับการเสริมสร้างความรักความผูกพันของเด็กปฐมวัย 2) ศึกษาคุณภาพของสื่ออินโฟกราฟิกสำหรับผู้ปกครองเลี้ยงเดี่ยวเกี่ยวกับการเสริมสร้างความรักความผูกพันของเด็กปฐมวัย 3) ศึกษาความพึงพอใจของผู้ปกครองที่มีต่อสื่ออินโฟกราฟิกสำหรับผู้ปกครองเลี้ยงเดี่ยวเกี่ยวกับการเสริมสร้างความรักความผูกพันของเด็กปฐมวัย
ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างคือผู้ปกครองเลี้ยงเดี่ยวที่มีบุตรอายุแรกเกิด – 3 ปีที่ใช้บริการสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนจังหวัดเชียงรายที่ได้รับการจดทะเบียนจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในปี พ.ศ. 2566 - 2567 จำนวน 37 คน ที่ถือสัญชาติไทย มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และมีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตอย่างน้อย 1 เครื่อง และมีความสมัครใจ ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย 1) สื่ออินโฟกราฟิกสำหรับผู้ปกครองเลี้ยงเดี่ยวเรื่อง “การเสริมสร้างความรักความผูกพันของลูกน้อย” ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น 2) แบบประเมินคุณภาพของสื่ออินโฟกราฟิกสำหรับผู้ปกครองเลี้ยงเดี่ยวเรื่อง “การเสริมสร้างความรักความผูกพันของลูกน้อย” โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และ 3) แบบประเมินความพึงพอใจของผู้ปกครองที่มีต่อสื่ออินโฟกราฟิกสำหรับผู้ปกครองเลี้ยงเดี่ยวเรื่อง “การเสริมสร้างความรักความผูกพันของลูกน้อย” วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย: ผลการวิจัยมีดังนี้ 1) สื่ออินโฟกราฟิกสำหรับผู้ปกครองเลี้ยงเดี่ยวเกี่ยวกับการเสริมสร้างความรักความผูกพันของเด็กปฐมวัยเรื่อง “การเสริมสร้างความรักความผูกพันของลูกน้อย” มีแนวคิดหลักคือ การสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับลูกบนพื้นฐานของแนวทาง “กิน กอด เล่น เล่า” ของสถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข และการทำกิจกรรมเพื่อลดการติดเทคโนโลยี 2) คุณภาพของสื่ออินโฟกราฟิกสำหรับผู้ปกครองเลี้ยงเดี่ยวเรื่อง “การเสริมสร้างความรักความผูกพันของลูกน้อย” โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางมีค่าเฉลี่ย 4.75 หมายถึงมีความเหมาะสมมากที่สุด 3) ความพึงพอใจของผู้ปกครองที่มีต่อสื่ออินโฟกราฟิกสำหรับผู้ปกครองเลี้ยงเดี่ยวเรื่อง “การเสริมสร้างความรักความผูกพันของลูกน้อย” มีค่าเฉลี่ย 4.1 หมายถึงผู้ปกครองมีความพึงพอใจมาก
สรุปผล: สื่ออินโฟกราฟิกสำหรับผู้ปกครองเลี้ยงเดี่ยวเกี่ยวกับการเสริมสร้างความรักความผูกพันของเด็กปฐมวัย เรื่อง “การเสริมสร้างความรักความผูกพันของลูกน้อย” ที่พัฒนาขึ้นใช้แนวคิดหลักคือ การสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับลูกบนพื้นฐานของแนวทาง “กิน กอด เล่น เล่า” ของสถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขและการทำกิจกรรมเพื่อลดการติดเทคโนโลยี มีความเหมาะสมมากที่สุดและผู้ปกครองมีความพึงพอใจมาก
เอกสารอ้างอิง
กรมอนามัย. (2562). “กิน กอด เล่น เล่า” สร้างพัฒนาการเด็ก. [เอกสารเผยแพร่บนเว็บไซต์]. กระทรวงสาธารณสุข. https://multimedia.anamai.moph.go.th/help-knowledgs/hug/
กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2015). รายงานสถานการณ์ประชากรไทย พ.ศ. 2558: โฉมหน้าครอบครัวไทย ยุคเกิดน้อยอายุยืน. กรุงเทพมหานคร: กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่10), กรุงเทพ: สุวีริยาสาส์น
พัชราภรณ์ วิทยารัตน์. (2564). การใช้สื่ออินโฟกราฟิกในการสอนผู้ปกครองเลี้ยงเดี่ยวเกี่ยวกับการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย. วารสารวิชาการการศึกษา, 11(4), 123-136.
มติชนสุดสัปดาห์. 2565. อัตราหย่าร้างในไทยพุ่ง 10 ปี 1.17 ล้านคู่ ปมพิษศก. – การงาน - โควิด กทม.แชมป์. Retrieved on April 21, 2024, from www.matichonweekly.com/hot-news/article_592098,
ยูนิเซฟ. 2023. เรื่องควรรู้เกี่ยวกับความผูกพันระหว่างพ่อแม่และลูก. ใน เรียนรู้ถึงความสำคัญและวิธีการสร้างสัมพันธ์กับลูกของคุณ. Retrieved on April 21, 2024, from www.unicef.org/thailand/th/stories/เรื่องควรรู้เกี่ยวกับความผูกพันระหว่างพ่อแม่และลูก
ลัดดาวัลย์ เพชรโรจน์ และอัจฉรา ชำนิประศาสน์. (2550). ระเบียบวิธีการวิจัย (ฉบับปรับปรุง). กรุงเทพมหานคร : พิมพ์ดีการพิมพ์.
สถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2559). “คู่มือการเสริมสร้างความผูกพันทางอารมณ์สำหรับเด็กวัยแรกเกิด - 5 ปี ด้วย “กิน กอด เล่น เล่า”” (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย. (2566). รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัดเชียงราย ประจำปี 2566. เชียงราย: สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2562). รายงานการพัฒนาเด็กปฐมวัย [รายงาน]. Retrieved April 24, 2024 from: https://www.nesdb.go.th/ewt_dl_link.php?nid=7890
อัจฉรีย์ พิมพิมูล. (2564). การพัฒนาบทเรียนตามรูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏ วไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์. 15(1). 219 – 234.
Bowlby, J. (1969). Attachment and Loss: Vol. 1. Attachment. New York: Basic Books.
Bowlby, J. (1988). A Secure base: Parent-child attachment and healthy human development. Basic Books.
Brogan-Hewitt, A., Apekey, T. A., Christian, M. S., & Day, R. E. (2021). Improving vitamin D intake in young children: Can an infographic help parents and carers understand the recommendations? Nutrients, 13(9), 3140. https://doi.org/10.3390/nu13093140
Knowles, M. S. (1954). The adult learner: A neglected species. Association Press.
Knowles, M. S. (1980). The Modern Practice of Adult Education: From Pedagogy to Andragogy. Cambridge University Press.
Martinez, S., Garcia, L., & Ramirez, H. (2019). Utilizing infographics to teach emotional and social development to single parents of preschool children. Early Childhood Education Journal, 17(4), 201-217.
Mayer, R. E. (2009). Multimedia Learning (2nd ed.). Cambridge University Press.
Rogers-Tanner, S., & Rothe, M. I. (2016). The Benefits of Parenting Education: A Literature Review for Wilder's Child Development Center. Wilder Research. Retrieved April 21, 2024, from https://www.wilder.org/sites/default/files/imports/Wilder_ChildDevCenter_BenefitsOfParentEducation_LitReview_10-16.pdf
Siemens, G. (2005). Connectivism: A Learning Theory for the Digital Age. International Journal of Instructional Technology and Distance Learning, 2(1), 1-9.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





