นวัตกรรมการจัดการน้ำเสียด้วยรางระบายน้ำระบบธนาคารน้ำใต้ดินแบบบ่อพักคู่
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.283053คำสำคัญ:
การจัดการน้ำเสีย, รางระบายน้ำ, ระบบธนาคารน้ำใต้ดินแบบบ่อพักคู่บทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและน้ำที่ทิ้งจากการนั้นเป็นปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ด้วยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ หากผ่านกระบวนการทางวิศวกรรมและการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยมีนวัตกรรม "รางระบายน้ำระบบธนาคารน้ำใต้ดินแบบบ่อพักคู่" ที่ได้รับการพัฒนาจากการวิจัยต้นแบบการจัดการจัดการน้ำทิ้ง น้ำเสียและน้ำท่วมบ้านโคกก่อง จังหวัดชัยภูมิ โดยนำมาถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับชุมชนต้นแบบบ้านห้วยชันและองค์การบริหารส่วนตำบลนาฝาย เพื่อนำไปพัฒนาและแก้ปัญหาน้ำในชุมชนอย่างยั่งยืนเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและการบูรณาการเข้ากับแผนพัฒนาท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนตำบลนาฝาย
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยใช้กระบวนการวิจัยแบบมีส่วนร่วม (Participation Action Research: PAR) ของประชาชน เครื่องมือในการวิจัย แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ การสำรวจ การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสนทนากลุ่ม
ผลการวิจัย: ผู้เข้าอบรมการจัดการน้ำเสียด้วย นวัตกรรมรางระบายน้ำระบบธนาคารน้ำใต้ดินแบบบ่อพักคู่ สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลนาฝาย และตัวแทนชุมชน 19 หมู่บ้าน จำนวน 38 คน ได้รับความรู้การสร้างระบบรางระบายน้ำระบบธนาคารน้ำใต้ดินแบบบ่อพักคู่ และได้ระบบรางระบายน้ำระบบธนาคารน้ำใต้ดินแบบบ่อพักคู่ 1 ระบบ
สรุปผล: ต้นแบบบ้านห้วยชัน ตำบลนาฝายสามารถจัดการจัดการน้ำทิ้ง น้ำเสียและน้ำท่วมในบริเวณจุดที่ประสบปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และองค์การบริหารส่วนตำบลนาฝายนำระบบรางระบายน้ำระบบธนาคารน้ำใต้ดินแบบบ่อพักคู่ เข้าสู่แผนพัฒนาท้องถิ่น
เอกสารอ้างอิง
ขวัญใจ เปือยหนองแข้ และยุภาพร ยุภาศ. (2563). แนวทางส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเครือข่ายประชาชนในการบริหารจัดการภัยแล้งด้วยนวัตกรรมธนาคารน้าใต้ดิน. Journal of Local Governance and Innovation, 4(2), 311–324. Retrieved from https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JLGISRRU/article/view/243027
นริศรินทร พันธเพชร และ สมิหรา จิตตลดากร. (2564). รูปแบบการจัดการโครงการธนาคารน้ำใต้ดินอย่างยั่งยืนของจังหวัดยโสธร, วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 6(3), 92–107.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
ปิยธิดา ศรีพล, รัชดา ภักดียิ่ง, พรสวรรค์ ชัยแรง, รุ่งนภา กิตติลาภ และ อณพสิษฐ ไชยเชษฐ์. (2563). แนวทางการจัดการน้ำเสียบึงหนองโคตรของเทศบาลตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น. วารสารวิชาการและวิจัยมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 10(2), 124-136.
พีรญา ชื่นวงศ์. (2563). ปัจจัยด้านความรู้และความเข้าใจที่ส่งผลต่อการตระหนักรู้และการยอมรับในการจัดการน้ำเสียในชุมชน ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย. วารสารวิชาการและวิจัยสังคมศาสตร์. 15 (1),61-74.
โยธิน แสนมนตรี. (2563). ประสิทธิผลการบริหารจัดการน้ำเสียในเขตเทศบาลเมืองพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี. วารสารทบทวนการบริหารและสังคมศาสตร์. 3 (1), 31-39.
หวานใจ หลำพรม. อิศรา ศิรมณีรัตน์. อนงค์ รักษ์วงศ์. (2565). ความรู้ความเข้าใจและความคิดเห็นต่อพฤติกรรมการใช้น้ำและการจัดการน้ำทิ้งของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ. 16 (2), 198-209.
อุมาวรรณ วาทกิจ และวรวิช โกวิทยากร. (2562). ผลกระทบโรงงานแปรรูปขยะมูลฝอยเป็นพลังงานไฟฟ้าสถานีกำจัดขยะ เทศบาลนครขอนแก่น. (รายงานการวิจัย).ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.
Onnuam, R., Chaowakeeratipong, T., & Aranyawong, R. (2019). The Strategy for Domestic Wastewater Management in Kamphaeng Phet Province. Humanities and Social Sciences Journal of Pibulsongkram Rajabhat University, 13(2), 481–496. Retrieved from https://so01.tci-thaijo.org/index.php/GraduatePSRU/article/view/167798
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





