การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง กฎหมายแรงงาน ของนักศึกษาสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 ระหว่างวิธีการสอนแบบกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนกับวิธีการสอนแบบบรรยาย

ผู้แต่ง

  • ชลิดา แสนวิเศษ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี https://orcid.org/0009-0004-1898-8325

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2024.276597

คำสำคัญ:

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน; , เทคนิคการเรียนการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน; , การสอนแบบบรรยาย

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในเรื่องกฎหมายแรงงานเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับผู้เรียนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย การนำกิจกรรมการเรียนการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อนมาใช้ในการเรียนการสอน จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาและส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นได้ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง กฎหมายแรงงาน ของนักศึกษาสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 ระหว่างวิธีการสอนแบบกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนกับวิธีการสอนแบบบรรยาย และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาสาขาวิชา รัฐประศาสนศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 หลังการใช้วิธีการสอนแบบกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน

ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง แบบแผนการวิจัยแบบสองกลุ่มมีการทดสอบก่อนและหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ได้แก่ นักศึกษาสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ ภาคเรียนที่ 2/2566 รายวิชา รป 2208304 การจัดการแรงงานสัมพันธ์ จำนวน 106 คน 2 ห้องเรียนโดยกำหนดให้ห้องเรียนที่ 1 เป็นกลุ่มทดลอง และกำหนดให้ห้องเรียนที่ 2 เป็นกลุ่มควบคุม เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย แผนการสอนแบบกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน แผนการสอนแบบบรรยาย แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่า t แบบ Independent

ผลการวิจัย: 1) นักศึกษาที่ได้รับการสอนแบบกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนกับนักศึกษาที่ได้รับการสอนแบบบรรยายคะแนนหลังเรียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) นักศึกษาสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 หลังการใช้กิจกรรมแบบกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนโดยรวมมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด

สรุปผล: จากผลการวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าการจัดกิจกรรมแบบเพื่อนช่วยเพื่อนด้วยรูปแบบ (Classwide-peer Tutoring) โดยการการจับคู่ (One-to-One Tutoring) ช่วยให้นักศึกษาพัฒนาการเรียนและส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นอีกทั้งจากผลการสอบถามพึงพอใจนักศึกษามีระดับความพึงพอใจระดับมากที่สุดในทุกด้าน

เอกสารอ้างอิง

กองบริการการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี. (2566). ข้อมูลนักศึกษาประจำปีการศึกษา 2566. Retrieved on 10 May 2023 from: https://reg.tru.ac.th/registrar/home.asp

กันยา มั่นคง. (2563). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการสอนด้วยเทคนิคการเรียนการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน ในรายวิชาการบัญชีเพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมของนักศึกษาโปรแกรมวิชาการบัญชี. วารสารพิกุล, 18(2), 221-233.

ชวลิต ชูกำแพง. (2551). การพัฒนาหลักสูตร. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

ทิศนา แขมมณี. (2556). ศาสตร์การสอนองค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

เรวัต สุขสิกาญจน์. (2560). เพื่อนช่วยเพื่อน: การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา รายวิชาทัศนศิลป์เพื่อการออกแบบอุตสาหกรรม เรื่องการวาดเส้น. วารสารศึกษาศาสตร์, 28(1), 195-207.

สุพนิดา อุปทุม, ศุภกร ศรเพชร, เบญจ์ กิติคุณ, วโรทัย สิริเศรณี และ อ้อมทิพย์ มาลีลัย. (2566). การใช้กิจกรรมแบบกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน เพื่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การสร้างกราฟด้วยโปรแกรม PowerPoint ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี 5 โรงเรียนบ้านนามูลฮิ้น สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 20(89), 109-113.

อาภรณ์ ใจเที่ยง. (2553). หลักการสอน (ฉบับปรับปรุง). กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.

Bournemouth University. (2002). Peer-Assisted Learning. Retrieved on 10 January 2023 from https://www.Bournemouth. ac.uk/students/library/guests-visitor-information/peerassisted-learning-pal.

Collison, C., & Parcell, G. (2004). Learning to Fly: Practical Knowledge Management from Some of the World’s Leading Learning Organizations. Capstone: Chichester.

Cronbach, L.J. (1970). Essentials of Psychological Test. 5th edition. New York: Harper Collins.

Giordana, S., & Wedin, B. (2010). Peer Mentoring for Multiple Levels of Nursing Students. Nurs Edu Perspect, 31(6), 394-396.

Heron, T.E., & Cooke, N.L. (1982). Tutor Huddle: Key Element in a Class-wide Peer Tutoring System. The Elementary School Journal, 83, 114-123.

Kohn, J.J., & Vajda, P.G. (1975). Peer-mediated Instruction and Small Group Interaction In the ESL Classroom. TESOL Quarterly, 4(9), 379-390.

Kuder, Frederic G., & M.W. Richardson. (1973). The Theory of the Estimation of Test Reliability. Psychometrika, 2, 151-160.

Maheady, L., Mallette, B., Harper, G.F., Sacca, K.C., & Pomerantz, D. (1994). Peer-mediated Instruction for High-Irish Students. In Teaching Reading to High-Irish Learners. MA: Allyn and Bacon.

Shealagh, P., Melanie, F., & Suzanne, B. (2005). Making Connection That Work. Ontario: Environment Canada.

Utay, C.M. (1993). Peer Assisted Learning: The Effect of Cooperative Learning and Cross-age Peer Tutoring on Writing Skills of Students with Learning Disabilities. Doctoral Dissertation, East Texas State University, Dissertation Abstracts International.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2024-07-02

รูปแบบการอ้างอิง

แสนวิเศษ . ช. . (2024). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง กฎหมายแรงงาน ของนักศึกษาสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 ระหว่างวิธีการสอนแบบกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนกับวิธีการสอนแบบบรรยาย. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 4(4), 23–36. https://doi.org/10.60027/iarj.2024.276597

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ